พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติย้ำ รับคดีฮั้ว สว. เป็นมติร่วมของ กคพ. หลังพบเส้นทางเงินต้องสงสัยกว่า 300 ล้านบาท ปัด DSI มีอำนาจกันพยาน พร้อมชูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ยันไม่เคยสั่งการหรือแทรกแซงคดี
วันนี้ (14 ก.ย.) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาโพสต์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการปล่อยข่าวพาดพิงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่ามีการกลั่นแกล้งรับคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ รวมถึงมีการข่มขู่พยานเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี โดยมองว่าเป็นการกระทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจในช่วงที่ กกต. กำลังจะแถลงผลมติคดีดังกล่าว
สำหรับการรับคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษนั้น ไม่ใช่การตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นมติจากคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ทั้งคณะ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญรวมกว่า 20 ท่าน ที่ประชุมมีมติชี้ขาดเนื่องจากพบพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่าเข้าข่ายการฟอกเงินมูลค่ามากกว่า 300 ล้านบาท การกล่าวหาว่ามีการกลั่นแกล้งจึงเป็นการไม่ให้เกียรติคณะกรรมการชุดดังกล่าว
ส่วนข้อกล่าวเรื่องการข่มขู่บังคับพยาน อำนาจในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดีนั้นเป็นอำนาจและการตัดสินใจของ กกต. ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในขณะที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่มีเจ้าหน้าที่ DSI ร่วมอยู่ด้วย มีหน้าที่เพียงเสนอความเห็นพร้อมเหตุผลเท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจในการสั่งกันพยานแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ว่า พ.ต.อ.ทวี ไม่ได้มีการสั่งการ แทรกแซง หรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง ซึ่งคำวินิจฉัยนี้มีผลเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร ทั้งนี้ การดำเนินการของ กกต. ในการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย และยังต้องผ่านการพิจารณาพิสูจน์พยานหลักฐานในชั้นศาลเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงอย่างเป็นธรรมต่อไป


