“สนธิ ลิ้มทองกุล” พร้อม คปท.นำมวลชน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เรียกร้องควบคุมพฤติกรรมนักท่องเที่ยวอิสราเอล ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด เปิดตรวจสอบการถือครองที่ดินและศูนย์ชาบัด พร้อมส่งสารถึงรัฐบาลอิสราเอลให้ยุติความรุนแรงต่อพลเรือนในกาซา
วันนี้(10 ก.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมมวลชน ได้เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย อาคารโอเชี่ยน ทาวเวอร์ 2 ถนนสุขุมวิท 21 เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย โดยนัดหมายเวลา 09.30 น.
อย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 10.15 น.นายสนธิได้ขึ้นเวที และแจ้งว่า ทางสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ได้แจ้งว่า วันนี้ไม่มีเจ้าหน้าทีทำงาน แต่พร้อมให้นายสนธิเข้าพบเอกอัครราชทูตอิสราเอลแบบตัวต่อตัวในโอกาสต่อไป ซึ่งนายสนธิได้ปฏิเสธที่จะพบเป็นการส่วนตัว เนื่องจากการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเคลื่อนไหวในนามประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
หลังจากนั้นนายสนธิได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงสถานทูตอิสราเอลฯ เป็นภาษาอังกฤษ ตามด้วยภาษาไทย สรุปใจความได้ว่า การออกมายื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลและสถานทูตดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการตอบรับตามพิธีการ โดยอ้างถึงปัญหาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและพลเมืองอิสราเอลบางส่วนในประเทศไทย ทั้งการละเมิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน ไม่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงกรณีการฉ้อโกงและการไม่ชำระค่าบริการ ซึ่งระบุว่าเกิดขึ้นซ้ำจนประชาชนในหลายพื้นที่หมดความอดทน
นอกจากนี้ หนังสือยังแสดงความกังวลต่อการขยายตัวของศูนย์ชาบัด (Chabad) และการถือครองที่ดินในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยระบุว่า ควรมีการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรและการถือครองทรัพย์สินภายใต้กฎหมายไทยอย่างโปร่งใส พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างฐานชุมชนชาวอิสราเอลในประเทศไทย
ในเนื้อหาจดหมาย นายสนธิยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลอิสราเอลต่อปาเลสไตน์ รวมถึงสถานการณ์ในฉนวนกาซา โดยกล่าวหาว่ามีการใช้กำลังต่อพลเรือน โรงพยาบาล และโรงเรียน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ได้ยื่นข้อเรียกร้อง 4 ประการ ได้แก่
1.ให้รัฐบาลอิสราเอลควบคุมและกำชับพลเมืองที่เดินทางมาประเทศไทยให้เคารพกฎหมายและวัฒนธรรมไทย
2.ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไทยในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยไม่ใช้เอกสิทธิ์ทางการทูตแทรกแซง
3.เปิดเผยและให้ตรวจสอบการถือครองที่ดิน รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ชาบัดและองค์กรที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายไทย
4.ส่งสารถึงรัฐบาลอิสราเอลให้ยุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ผู้ชุมนุมยืนยันว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศไทย พร้อมระบุว่าต้องการคำตอบที่เป็นมาตรการปฏิบัติจริงจากสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ไม่ใช่เพียงหนังสือตอบรับตามขั้นตอนทางการทูต
รายละเอียด จดหมายเปิดผนึกฯ
จดหมายเปิดผนึกถึงท่านเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
วันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2569
เรียน ดร. อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐอิสราเอลประจำราชอาณาจักรไทย
ข้าพเจ้าเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยความตั้งใจเด็ดเดี่ยวและปราศจากการประนีประนอมใด ๆ เวลาแห่งการใช้ภาษาทางการทูตอันนุ่มนวลหรือความเงียบสงบที่ถูกมองว่าเป็นความยินยอมได้สิ้นสุดลงแล้ว ประเทศไทยและประชาชนไทยต้องการเห็น “การกระทำ” ที่เป็นรูปธรรม มิใช่เพียงคำตอบตามพิธีการหรือการรับทราบที่ไร้ความหมาย
ผืนแผ่นดินไทยมีธรรมเนียมการต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยความเอื้ออารี แต่ขอให้สถานเอกอัครราชทูตและรัฐบาลอิสราเอลตระหนักไว้ให้ดีว่า ความมีน้ำใจไม่ใช่ความอ่อนแอ การต้อนรับไม่ใช่การยินยอมให้ถูกข่มเหง และความสุภาพไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครเข้ามาทำอะไรก็ได้บนแผ่นดินของเรา
ในระยะที่ผ่านมา พฤติกรรมของพลเมืองและนักท่องเที่ยวอิสราเอลจำนวนมากได้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งการละเมิดกฎหมาย การก่อความวุ่นวาย การไม่เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนการชำระเงินและการฉ้อโกงบริการ พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำซากจนคนไทยในหลายพื้นที่หมดความอดทน
ความอดทนของคนไทยมีขีดจำกัด และเราจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาใช้อิทธิพลหรือแสดงกิริยาเหยียดหยามเจ้าของบ้านอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น การขยายตัวของศูนย์ชาบัด และพฤติกรรมการกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา (แปดริ้ว) เพื่อจัดสร้างเป็นสุสานหรือศาสนสถาน/ศูนย์ปฏิบัติธรรม สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะเข้ามาปักหลักและสร้างอาณาเขตของกลุ่มตนเองบนแผ่นดินไทยอย่างเปิดเผย
ประเทศคุณเป็นประเทศที่ชอบรุกรานคนทั่วโลก สร้างปัญหาให้กับประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ชอบอ้างคำสั่งพระผู้เป็นเจ้าว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของคุณ พื้นที่ตรงนี้เป็นของคุณ
อิสราเอลเกิดขึ้นมาได้เพราะว่ามหาอำนาจที่สร้างให้เกิด คือ "ปฏิญญาบัลโฟร์ (Balfour Declaration)" ถึงจะเป็นการก่อตั้งประเทศอิสราเอลแต่คุณไปขอที่ดินซึ่งชาวปาเลสไตน์อยู่อาศัยมานานเป็นร้อย ๆ ปี โดยคุณอ้างว่า ที่ตรงนี้คือที่พระผู้เป็นเจ้ามอบให้
เมื่อมีการตกลงแบ่งแยกประเทศชัดเจนระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอล คุณก็ไม่ยอมอยู่อย่างสันติ กระทำย่ำยี และรุกรานปาเลสไตน์จนทุกวันนี้เพราะคุณได้รับการสนับสนุนจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา แต่คุณมีอิทธิพลเหนือกว่าถึงขั้นสามารถจะสั่งการทหารอเมริกาให้รบกับอิหร่านได้
การที่มีชาวอิสราเอลออกไปตั้งรกรากทั่วโลกตอนนี้ ไม่ใช่เฉพาะที่ประเทศไทย ทั้งอาร์เจนตินา โคลอมเบีย ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ และอีกหลาย ๆ ประเทศเป็นการเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งอยู่บนความสันติสุข แต่ต้องการไปยึดครอง
วิธีการยึดครองก็มีหลายวิธีการ สำหรับที่ประเทศไทย ด้วยความร่วมมือของข้าราชการไทยบางคนและนักการเมืองไทยบางคนเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติไทย เช่น “แรบไบ โยเซฟ ไชม์ แคนเทอร์” โดยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย เป็นผู้อนุมัติ แต่การให้สัญชาติสามารถจะถอนสัญชาติได้ คุณก็เลยขอเป็นบัตรประชาชนจากนั้นก็กลายเป็นต้นเหตุของการเอาทุนอิสราเอลเข้ามา เพราะเบื้องหลังพวกคุณก็คือ กลุ่มไซออนิสต์ (Zionist)
ชาบัด (Chabad) ที่คุณตั้งขึ้นมานั่นไม่ใช่ศาสนสถาน แต่มันเป็นที่ชุมนุมของพวกคุณในประเทศต่าง ๆ เพื่อกำหนดนโยบายและเป็นศูนย์บัญชาการชุมชนชาวอิสราเอล ซึ่งคุณกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะต้องไปตั้งที่โน่น ที่นี่ ที่นั่น
การที่ตำรวจไปจับนอมินีประเทศไทย ที่เป็นนอมินีให้นายทุนอิสราเอลได้มากมาย ยึดอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด พิสูจน์ชัดว่านี่คือวิธีการที่คุณจะครอบงำประเทศไทยและฮุบประเทศไทย
ที่สำคัญ ประเทศอิสราเอล ร่วมกับสหรัฐอเมริกาและผู้นำประเทศไทยบางคนในบางยุค เพื่อสร้างให้ประเทศไทยนั้นต้องอยู่ในภาวะ "ชักศึกเข้าบ้าน" และ ต้องทะเลาะกับจีน โดยสหรัฐอเมริกาประเทศลูกพี่คุณนั้น ทำให้ประเทศไทยต้องเข้าไปเป็นสมาชิกของกลุ่มอินโด-แปซิฟิก เพื่อปิดล้อมจีน
จากนั้นสหรัฐฯ และประเทศอิสราเอลก็ใช้อำเภอปาย ที่แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นดินแดนซึ่งไม่เคยมีคนอิสราเอลมาก่อนเลยให้ขนคนไปอยู่ที่นั่น เป้าหมายฉากหน้าอ้างว่ามาท่องเที่ยว แต่คุณลักษณะเฉพาะของประชากรกลุ่มนี้ทำให้เกิดเงื่อนไขทางภูมิรัฐศาสตร์ เพราะเป็นกลุ่มทหารปลดประจำการหรือทหารกองหนุน คุณลักษณะ ของ "นักรบในคราบนักท่องเที่ยว" มีทักษะทางทหารระดับสูง คนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือประชากรที่ผ่านการฝึกฝนยุทธวิธี การใช้อาวุธ และการเอาตัวรอดในสภาวะสงครามมาอย่างเข้มข้น และส่วนใหญ่จะเป็นสายลับมอสสาด(Mossad) ตอนนี้สายลับมอสสาดของพวกคุณประเทศอิสราเอลนั้นอยู่ในประเทศไทยมีจำนวนมากพอสมควรกระจายตามจุดต่าง ๆ
เรื่องนี้ที่มาออกแถลงการณ์ ไม่ใช่เป็นเรื่องเฉพาะคุณต้องการจะครอบงำประเทศไทยในทันที พวกคุณจะใช้เวลาเป็นระยะเวลา 10 ปี 20 ปี คุณก็พร้อมจะใช้ ถ้าคุณยึดครองประเทศไทยได้ ซึ่งมันตรงกับนโยบายของลูกพี่คุณคือสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการที่จะใช้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการปิดล้อมจีน คนไทยที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้ก็เลยตกเป็นเครื่องมือของคุณ
แต่โชคดีที่ยังมีประชาชนที่รับรู้ถึงเล่ห์กลอันนี้ของคุณออกมาประท้วง เปิดหน้ากากพวกคุณออกมาว่าลึก ๆ แล้ว พวกคุณกำลังจะทำอะไรอยู่กับประเทศไทย
เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของคุณเข้ามาแล้วก็ทำถ่อยกับคนท้องถิ่นอย่างเดียวเท่านั้น เบื้องหลังเรื่องนี้ก็คือยุทธศาสตร์ระยะยาวในการยึดครองพื้นที่ในประเทศไทย ด้วยการใช้วิธีการที่กล่าวมานี้
ชาวอิสราเอลถูกปฏิเสธจากหลาย ๆ ประเทศที่คุณเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ซึ่งคนท้องถิ่นเดินขบวนขับไล่พวกคุณ อาร์เจนตินาก็ไม่พอใจพวกคุณ ไม่มีประเทศไหนยอมรับความคงอยู่ของพวกคุณ เพราะพวกคุณไม่ได้มาอย่างคนที่ต้องการสันติภาพ คุณมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการยึดครอง วัตถุประสงค์ในการสร้างชุมชนของคุณ
คุณอ้างเป็นบุญคุณว่ามีรายได้นักท่องเที่ยวมาจากอิสราเอลปีละ 3-4 แสนคน นำเงินเข้าประเทศไทยมาก แต่เงินที่เข้าประเทศไทยมาใช้จ่ายกันนั้น ก็ใช้จ่ายอยู่ในธุรกิจที่พวกคุณเป็นเจ้าของ คุณไม่ได้ต่างจากจีนเทาเลย ต่างกันตรงที่ว่าจีนเทาหวังแต่เอากำไร เอาช่องโหว่ของกฎหมายมาทำงานค้าขายโดยที่ไม่ต้องถูกต้องตามกฎหมายมากนัก แต่ยุทธศาสตร์ของคุณคือยุทธศาสตร์ของการครอบครองระยะยาวแล้วยึดพื้นที่
ปัญหาของประเทศไทยก็มี กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นผู้อนุมัติชาบัดให้คุณ การที่จะตั้งศาสนสถานสักแห่งไม่ว่าจะเป็นวัด หรือ โบสถ์ หรือ มัสยิดนั้น ไม่ได้ตั้งกันง่าย ๆ แต่คุณใช้คำว่าชาบัดโดยที่ไม่ได้เข้ากฎเกณฑ์ของวัดหรือมัสยิด แต่คุณกลับมาอ้างว่าใช้เป็นศาสนสถานเพื่อชุมนุมการทำพิธีกรรม เพราะฉะนั้นแล้วชาบัดที่คุณทำนั้นคือศูนย์รวมกองบัญชาการที่จะกำหนดทิศทาง ให้การสนับสนุนทางการเงิน หรือช่วยเหลือวิ่งเต้นทางการเมือง ให้คุณสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ แล้วทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายซึ่งถูกคุณกำหนดและวางเอาไว้โดยกลุ่มไซออนิสต์ที่อยู่เบื้องหลังพวกคุณ และเป็นผู้สนับสนุนเงินทองของพวกคุณมาตลอด
ข้าพเจ้าขอเตือนด้วยความเด็ดขาดว่า ไม่มีสัญชาติใดสูงกว่ากฎหมายไทย ไม่มีศาสนาหรือองค์กรใดอยู่นอกเหนือการตรวจสอบ และไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตใดที่จะคุ้มกะลาหัวผู้กระทำผิดกฎหมายได้ แผ่นดินไทยไม่ใช่พื้นที่ให้อภิสิทธิ์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามาสร้างอำนาจซ้อนอำนาจ
สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนและสร้างความสะเทือนใจต่อสายตาชาวโลกยิ่งกว่านั้น คือท่าทีและคำพูดของผู้นำในรัฐบาลอิสราเอล เช่น นายอิตามาร์ เบน-กวีร์ (Itamar Ben-Gvir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ ที่แสดงออกอย่างเปิดเผยถึงความสะใจและความสุขในการฆ่าฟันและสังหารชาวปาเลสไตน์
พฤติกรรมอันไร้มนุษยธรรมและคำพูดที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า พวกคุณไม่เคยคิดเลยหรือว่าประชาคมโลกและประชาชนในประเทศต่างๆ จะมองพวกคุณอย่างไร? พวกคุณยังหลงเหลือมโนธรรมและจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์อยู่อีกหรือไม่?
ภาพของเด็ก ผู้หญิง และพลเรือนไร้อาวุธที่ถูกเข่นฆ่า บ้านเรือน โรงพยาบาล และสถานศึกษาที่ถูกถล่มพังทลาย รวมถึงการโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านจนส่งผลให้โรงพยาบาลเสียหายและมีเด็กนักเรียนหญิงสังเวยชีวิตไปนับร้อยๆคน ตลอดจนการใช้ความอดอยากเป็นอาวุธในกาซา
สิ่งเหล่านี้คือพฤติกรรมที่ไม่สามารถหาเหตุผลใด ๆ มาอธิบายถึงความชอบธรรมที่แลกมาด้วยการสูญเสียความเป็นมนุษย์ และการล้างเผ่าพันธุ์ไม่ใช่ชัยชนะ
แต่มันคือคราบน้ำตาและเลือดที่ประทับลงในประวัติศาสตร์ของพวกคุณ
ดังนั้น ข้าพเจ้าและประชาชนคนไทยจึงขอเรียกร้องมายังสถานเอกอัครราชทูตและรัฐบาลอิสราเอล ดังนี้
1. ควบคุมพลเมืองของตนเองทันที บังคับใช้มาตรการอบรมและกำชับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลทุกคนที่จะเดินทางมาประเทศไทย ให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และคนท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด
2. ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานไทยอย่างเต็มที่ในการดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อพลเมืองอิสราเอลที่ก่ออาชญากรรมหรือสร้างความเดือดร้อน โดยไม่มีการใช้สิทธิทางการทูตมาแทรกแซง
3. เปิดเผยและโปร่งใสในการตรวจสอบที่ดินและองค์กร ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ Chabad และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายใต้กฎหมายไทยอย่างตรงไปตรงมา
4. ส่งสารนี้ถึงรัฐบาลอิสราเอล ส่งสารแห่งความไม่พอใจอย่างรุนแรงนี้ไปยังกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลอิสราเอล ให้ยุติการกระทำอันเหี้ยมโหดต่อพลเรือน โรงพยาบาล และโรงเรียน และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศโดยทันที
ทั้งนี้ ข้าพเจ้าต้องการคำตอบที่เป็นมาตรการการทำงานจริง มิใช่เพียงจดหมายตอบรับตามพิธีการ
โปรดจำไว้ว่า คนไทยให้เกียรติผู้มาเยือนเสมอ แต่แขกต้องเคารพเจ้าของบ้าน หากผู้ใดเข้ามาแล้วละเมิดกฎหมาย ก่อความวุ่นวาย หรือแสดงท่าทีคุกคามความสงบสุขของประชาชน และต้องการครอบครองดินแดนของประเทศไทย ประชาชนไทยมีสิทธิและพร้อมที่จะลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของตัวเองด้วยทุกมาตรการที่มี ด้วยความกล้าหาญ ด้วยความเสียสละ เพื่อศีลธรรม และ ความมีศักดิ์ศรีของคนไทย
ขอย้ำว่า ความเป็นมิตรของเราไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครมากร่าง และ ความอดทนของคนไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว
ด้วยความตั้งมั่นในความถูกต้อง
(ลงชื่อ)...........................................................
ประชาชนไทยผู้รักสงบและหวงแหนศักดิ์ศรีของประเทศ


