xs
xsm
sm
md
lg

ราชบัณฑิตยสภา แถลงจัดงานใหญ่ครบรอบ 100 ปี ชูทิศทาง "ปัญญา คุณธรรม เทคโนโลยี" พร้อมรำลึก"พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เนื่องในโอกาส 100 ปี ราชบัณฑิตยสภา ใน พ.ศ. 2569 ราชบัณฑิตยสภาจึงได้จัดงานแถลงข่าวโครงการประชุมวิชาการเรื่อง “ราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันและอนาคต : ปัญญา คุณธรรม และเทคโนโลยี” และ “งานรำลึกในวาระ ๕๐ ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 08.00- 17.00 น. ณ ห้องประชุมบอลรูม 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร


โดยมีศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ผลิน ภู่จรูญ  อุปนายกราชบัณฑิตยสภา คนที่ 1 ศาสตราจารย์วิบูลย์ ลี้สุวรรณ อุปนายกราชบัณฑิตยสภา คนที่ 2 และ ดร.ศุภฤกษ์ ภู่พงศ์ศักดิ์ เลขาธิการราชบัณฑิตยสภา เป็นผู้ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 สำนักงานราชบัณฑิตยสภา อาคารซี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพลอิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า
ในวาระที่ราชบัณฑิตยสภาครบ 100 ปี ใน พ.ศ. 2569 นี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานสําคัญ ความสําเร็จ และบทบาทของราชบัณฑิตยสภาในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของราชบัณฑิตยสภาในฐานะสถาบันหลักของเครือข่ายทางปัญญาแห่งชาติ และองค์การพัฒนาความรู้ทางวิชาการที่สามารถเป็นแหล่งอ้างอิงได้ ราชบัณฑิตยสภาและสํานักงานราชบัณฑิตยสภาจึงมีแนวทางที่จะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้

โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2567 ไปจนถึง พ.ศ. 2570 ที่ผ่านมา ใน พ.ศ. 2567 ได้มีการจัดประชุมวิชาการ หัวข้อ “ราชบัณฑิต มองไกล นำวิจัย สู่การปรับตัวรับมือโลกร้อน” เมื่อวันที่ 6-7 กันยายน พ.ศ. 2567 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และใน พ.ศ. 2568 ได้จัดการประชุมวิชาการ หัวข้อ “การประชุมสุดยอดว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย 2568 เพื่อการพัฒนาความพร้อมด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศไทย หรือ Thailand National AI Summit 2025: Advancing AI Readiness for Thailand”

เมื่อวันที่ 10 - 11 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ ผู้กำหนดนโยบายผู้นำภาคอุตสาหกรรม และนักวิชาการ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในการเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย และเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญกับการปฏิวัติทางเทคโนโลยีเอไอที่จะมีผลกระทบต่ออนาคตของประเทศไทย

สำหรับ พ.ศ. 2569 ได้กำหนดจัดการประชุมวิชาการ หัวข้อ “ราชบัณฑิตยสภา ปัจจุบันและอนาคต : ปัญญา คุณธรรม และเทคโนโลยี” ในวันที่ 4-6 กันยายน พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างราชบัณฑิตยสภาระหว่างสมาชิกทั้ง 3 สำนัก คือ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง สำนักวิทยาศาสตร์ และสำนักศิลปกรรม และเพื่อเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในหลากหลายสาขาของราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกสู่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยงานในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับวาระ 50 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน ทั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติประวัติของพระองค์ จึงได้จัด “งานรำลึกในวาระ ๕๐ ปีแห่งการสิ้นพระชนม์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ พระบิดาแห่งการบัญญัติศัพท์”

ในโอกาสนี้ด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สุรพล อิสรไกรศีล กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้นอกจากจะเพื่อประโยชน์ต่อรัฐบาลและการพัฒนาประเทศ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติโดยประสานงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักปราชญ์และนักวิชาการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงาน Union Académique Internationale(UAI) ในรูปแบบผสมผสานทั้งการจัดงาน ณสถานที่จริงและระบบออนไลน์ และได้รับเกียรติจากผู้บริหาร UAI เข้าร่วมการประชุมวิชาการ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศและเผยแพร่ผลงานของราชบัณฑิตยสภาสู่แวดวงวิชาการนานาชาติ ตลอดระยะเวลา 100 ปี แห่งการสถาปนาราชบัณฑิตยสภา นับตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569


ราชบัณฑิตยสภาได้ดำเนินภารกิจและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยมีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ กำหนดมาตรฐานการใช้ภาษาไทย ตลอดจนให้ความเห็นคำแนะนำ และคำปรึกษาทางวิชาการแก่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภาพ.ศ. 2558 และจะยังคงดำเนินการเพื่อพัฒนางานตามพันธกิจหลักต่อไป โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเผยแพร่ผลงาน ความสำเร็จ และบทบาทของราชบัณฑิตยสภาที่มีต่อการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศไทย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักและภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของราชบัณฑิตยสภาในฐานะสถาบันหลักด้านเครือข่ายทางปัญญาของชาติและแหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่สำคัญของประเทศ

ขณะเดียวกัน การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังเป็นเวทีสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างราชบัณฑิตยสภากับหน่วยงานทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือทางวิชาการในศาสตร์สาขาต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต