“ปานเทพ ” ซัด “อนุวัต จัดให้” โพสต์ข่าวบิดเบือนอ้างดีเอสไอยื่นคดี “แตงโม” ให้ ป.ป.ช.แค่รายงานให้ทราบ คดีไม่มีมูล ชี้อ้างผิดพลาดจากนักข่าวพื้นที่ส่งข้อมูลไม่ครบ ฟังไม่ขึ้น จี้รับผิดชอบอย่าแค่ลบโพสต์แล้วขอโทษ ต้องชี้แจงใครให้ข้อมูล รับงานมาหรือไม่ และจะมีบทลงโทษอย่างไร
จากกรณีที่ นายอนุวัต เฟื่องทองแดง เจ้าของเพจ “อนุวัต จัดให้” โพสต์ข้อความอ้างว่า นายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการยื่นเรื่องคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม” นิดา พัชรวีระพงษ์ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. โดยระบุว่าไม่พบว่ามีมูล จึงสั่งยุติคดีตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ต่อมาจะมีการลบข้อความดังกล่าวและโพสต์ขอโทษนั้น
ล่าสุด นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” ตั้งคำถามถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า สิ่งที่ “อนุวัต จัดให้” ควรดำเนินการนั้นอาจไม่ใช่เพียงการลบโพสต์และกล่าวขอโทษเท่านั้น แต่ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มาของข้อมูล
นายปานเทพระบุว่า ข้อความที่ถูกโพสต์ก่อนหน้านี้มีเนื้อหาอ้างว่า นายเกรียงศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า การยื่นคดีแตงโมให้ ป.ป.ช. นั้นไม่พบว่ามีมูล จึงสั่งยุติคดีตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. และเป็นเพียงการรายงานให้ ป.ป.ช.ทราบ อีกทั้งในชั้นสืบสวนยังไม่มีข้อสรุปว่าเป็นคดีฆาตกรรม จึงไม่สามารถระบุผู้กระทำผิด และไม่มีการชี้มูลเจ้าหน้าที่ในข้อหาช่วยเหลือผู้กระทำผิด
อย่างไรก็ตาม นายปานเทพกล่าวว่า ได้โทรศัพท์สอบถามนายเกรียงศักดิ์เกี่ยวกับข้อความดังกล่าว และได้รับการยืนยันว่าไม่เคยให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าว โดยระบุว่าข้อความที่ถูกนำไปเผยแพร่นั้นไม่เป็นความจริง
นายปานเทพยังระบุว่า ก่อนหน้านั้น นายเกรียงศักดิ์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว และถือว่าหมดหน้าที่ในส่วนดังกล่าว จึงไม่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของคดีได้ แต่ยังสามารถทยอยส่งข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปได้
จากกรณีดังกล่าว นายปานเทพระบุว่า ตนได้โพสต์ข้อความยืนยันว่าข้อมูลที่ “อนุวัต จัดให้” นำเสนอเป็นเรื่องเท็จ และเห็นว่าควรมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายปานเทพระบุอีกว่า ภายหลังจากการลบข้อความจากเพจ “อนุวัต จัดให้” และโพสต์ขอโทษ โดยอ้างว่าสาเหตุเกิดจากนักข่าวในพื้นที่ส่งรายละเอียดมาให้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้เกิดความผิดพลาด ซึ่งถือเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะการได้รับรายละเอียดไม่ครบถ้วนควรหมายถึงการมีข้อมูลบางส่วนตกหล่น ไม่ใช่ “เต้าข่าว” ขึ้นมาใหม่ หรือเนื้อหางอกขึ้นมาใหม่เป็นทั้งย่อหน้า เหมือนมีเจตนาบิดเบือนเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกร้องทุกข์ และด้อยค่าภาคประชาชน
นายปานเทพจึงเรียกร้องให้ “อนุวัติ จัดให้” แสดงความรับผิดชอบมากกว่าการอ้างว่านักข่าวในพื้นที่ส่งรายละเอียดมาให้ไม่ครบสมบูรณ์ โดยการแสดงความจริงใจ แสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุ และบอกประชาชนให้ทราบว่า ใครเป็นคนนำข่าวนี้มา รับข้อความนี้มาจากใคร และเป็นการรับงานหรือไม่อย่างไร และควรจะมีบทลงโทษอย่างไร
รายละเอียดข้อความในเฟซบุ๊ก ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คำถามถึง “อนุวัติ จัดให้”ที่ต้องทำมากกว่าลบโพสต์และขอโทษการ “เต้าข่าว” #คดีแตงโม
“อนุวัติ จัดให้” ได้ลบข้อความ และขอโทษแล้ว ที่ได้ลงข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดย “เต้าข่าว” ว่า
“นายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ในข้อความว่า การยื่นคดีแตงโมให้ ป.ป.ช. นั้นความจริงไม่พบว่ามีมูล จึงสั่งให้ยุติคดีตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม และเป็นเพียงรายงานให้ ป.ป.ช.ทราบ ในชั้นสืบสวนยังไม่มีข้อสรุปว่าเป็นคดีฆาตกรรม ไม่สามารถระบุผู้กระทำผิดได้จึงไม่มีการชี้มูลเจ้าหน้าที่ในข้อหาช่วยเหลือผู้กระทำผิด”
การโพสต์ดังกล่าว ตลอดยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง ทำให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลต่อสังคมที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดโดยการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐที่ตกเป็นผู้ถูกร้องทุกข์ และด้อยค่าภาคประชาชนที่เป็นฝ่ายร้องทุกข์
ผมจึงได้โทรศัพท์สอบถามนายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี พบว่าไม่เคยให้สัมภาษณ์ข้อความแบบนี้เลย ข้อความดังกล่าวเป็นเท็จทั้งสิ้น แถมนายเกรียงศักดิ์ สุวรรณศรี ตอนเช้ายังได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่าได้ส่งให้ ป.ป.ช.ตามกฎหมายแล้ว และหมดหน้าที่แล้ว จึงไม่สามารถสัมภาษณ์ใดๆในเรื่องรายละเอียดของคดีได้ แต่ยังสามารถทยอยส่งข้อมูลต่อไปได้
ผมจึงได้โพสต์ข้อความว่า การโพสต์ของ “อนุวัติ จัดให้” เป็น “เรื่องเท็จทั้งสิ้น” และจะต้องถูกดำเนินคดีความต่อไป
เพราะ “อนุวัติ จัดให้” ถูกจับโป๊ะได้ว่าโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จในลักษณะเต้าข่าว แม้ต่อมาจะได้ลบข้อความคำสัมภาษณ์ที่เต้าข่าวขึ้นมา และขอโทษต่อมา แต่ในการขอโทษกลับอ้างสาเหตุว่า “เนื่องจากนักข่าวในพื้นที่ส่งรายละเอียดมาให้ไม่ครบสมบูรณ์ ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น”
การส่งรายละเอียดให้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น ย่อมต้องเป็นข้อความหรือข่าวที่หายไป ไม่ใช่ “เต้าข่าว” ขึ้นมาใหม่เป็น “ทั้งย่อหน้างอกขึ้นมาใหม่” เป็นตุเป็นตะ โดยมีเป้าประสงค์ของย่อหน้านี้อย่างชัดเจน ว่าต้องการบิดเบือนข่าวเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐที่ตกเป็นผู้ถูกร้องทุกข์ และด้อยค่าภาคประชาชนที่เป็นฝ่ายร้องทุกข์
เหตุผลที่อ้างมาจึงมาว่า “นักข่าวในพื้นที่ส่งรายละเอียดให้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์” จึงฟังไม่ขึ้น
“อนุวัติ จัดให้” จึงควรต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าการอ้างว่า “นักข่าวในพื้นที่ส่งรายละเอียดมาให้ไม่ครบสมบูรณ์” โดยการแสดงความจริงใจ แสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุ และบอกประชาชนให้ทราบว่า
ใครเป็นคนนำข่าวนี้มา รับข้อความนี้มาจากใคร และเป็นการรับงานหรือไม่อย่างไร
และควรจะมีบทลงโทษอย่างไร?


