หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกแถลงการณ์ปฏิเสธกระแสข่าวนายทหารยศ “จ่า” ใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นจากเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ยืนยันไม่มีอาวุธประจำกายบนอากาศยาน และไม่มี “จ่า” ทำหน้าที่บน ฮ.ตามที่กล่าวอ้าง พร้อมขอให้สื่อและประชาชนรับฟังข้อมูลจากข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบ
จากกรณีที่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวว่า มีนายทหารยศ “จ่า” ใช้อาวุธปืน M16 ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นจากเฮลิคอปเตอร์ ในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบนั้น วันที่ 25 ส.ค.2569 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกแถลงการณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง และได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
1. ภารกิจทางอากาศเป็นการลาดตระเวนและตรวจการณ์เท่านั้น
ในคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ได้เกิดเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วทั้ง จ.นราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จึงได้จัดอากาศยาน (เฮลิคอปเตอร์) ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ทางอากาศ เพื่อสนับสนุนและประสานการปฏิบัติกับกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น โดยไม่มีการนำอาวุธขึ้นไปบนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการยิงแต่อย่างใด
2. กำลังพลบนอากาศยานไม่มีนายทหารยศ "จ่า" ปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ บนอากาศยาน
ในภารกิจคืนดังกล่าว มีกำลังพลขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนอากาศยาน จำนวน 4 นาย ซึ่งไม่มีใครได้นำอาวุธประจำกายขึ้นไปด้วยตามคำสั่งของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ระบุไว้ว่า ห้ามนำอาวุธประจำกายขึ้นบนอากาศยานโดยเด็ดขาด โดยมีนักบิน, นักบินผู้ช่วย และฝ่ายอำนวยการ ซึ่งทั้ง 3 นาย เป็นนายทหารสัญญาบัตร ทั้งนี้ นายทหารสัญญาบัตร (ฝ่ายอำนวยการ) 1 นาย ทำหน้าที่ตรวจการณ์ทางอากาศและรายงานประสานงานกับหน่วยภาคพื้นดิน สำหรับนายทหารประทวน (ช่างเครื่อง) 1 นาย ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของอากาศยานตามภารกิจปกติ
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ขอยืนยันว่า ไม่มีนายทหารยศ "จ่า" บนอากาศยานทำการยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.จะแนะ ตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน
3. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภาพถ่ายร่องรอยบนพื้นถนน
สำหรับภาพร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางที่ปรากฎในสื่อต่างๆ เป็นภาพที่ถ่ายก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ การเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนการตรวจพิสูจน์อาจส่งผลให้เกิดความยุ่งเหยิง และกระทบต่อพยานหลักฐานในทางคดีตามกฎหมาย
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนในการรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง และยึดถือข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม


