อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์การเงิน ตั้งคำถาม "ซีเค" บอกรักประเทศไทยมากกว่าใคร แต่ทำไมให้สิงคโปร์ถือหุ้นบริษัท 100% แล้วตัวเองถือผ่านสิงคโปร์อีกที ลั่น รักชาติขนาดนี้คงไม่ได้หวังเรื่องประโยชน์ทางภาษีหรอก ด้าน "ซีเค" เข้ามาคอมเมนต์ตอบโต้ ก่อนปี 2020 ไทยไม่สามารถทำ Convertible Note (หุ้นกู้แปลงสภาพ) จึงต้องจดที่สิงคโปร์ สตาร์ตอัปหลายที่ก็ทำกันปกติ แล้วตนเพิ่งเข้ามาซื้อกิจการต่อในปี 2021 พร้อมซัดกลับอีกฝ่ายมีเจตนาอะไร หรือต้องการสร้าง Engagement ให้ตัวเอง
จากกรณี ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ดร.เอ็ม" อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์การเงิน ได้โพสต์ตั้งคำถามถึงโครงสร้างบริษัท Fastwork ของ ซีเค เจิง ว่า ...
"เห็นพูดเรื่องรักประเทศไทยกว่าใคร ยิ่งทำให้น่าสนใจว่าทำไมโครงสร้างบริษัทถึงเลือกให้ Singapore ถือหุ้นบริษัทไทย 100% แล้วตัวเองไปถือผ่าน SG อีกที — ที่แรกคิดว่าเป็นเรื่อง ภาษี กับการ Flow เงิน (เพราะคงไม่ได้หาทุน) ตอนนี้ต้องมาคิดใหม่ละ"
"จริงๆ การมี Holding Company ต่างประเทศไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกนะครับ ธุรกิจใหญ่ทำกันเยอะ และมีเหตุผลทางธุรกิจได้หลายอย่าง
สิ่งที่ SG เริ่มแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจะอยู่ประมาณนี้
1. Exit Tax Planning - อันนี้คลาสสิคสุด
ถ้า Thai HoldCo ถือหุ้นบริษัทไทย แล้ววันหนึ่งขายกิจการ กำไรจากการขายหุ้นโดยหลักก็เข้าไปอยู่ในฐานกำไรของบริษัทไทย ซึ่งอัตรา Corporate Income Tax ทั่วไปของไทยคือ 20% ถ้าเป็นบุคคนที่หนักเลย
แต่ถ้าผู้ขายเป็น SG HoldCo เรื่องจะเปลี่ยน เพราะถือเป็นรายได้ ตปท. และถ้าปีนั้นเอาเงินกลับ และไม่ได้อยู่ไทยถึง 180 วัน ก็จะมีวิธีจัดการภาษีได้
2. Tax Planning อันนี้ก็คลาสสิค เพราะ สิงคโปร์มี DTA network และระบบภาษีที่เอื้อต่อการเป็น Holding Company ทำให้การรับ dividend จากบริษัทลูกต่างประเทศ การใช้ Foreign Tax Credit หรือ exemption และการส่งเงินต่อใน group สามารถวางโครงสร้างได้มีประสิทธิภาพขึ้น แต่สำหรับ dividend จากบริษัทไทยไป SG โดยตรง DTA ไทย–SG ไม่ได้ทำให้ WHT ไทยต่ำกว่า 10% อย่างมีนัยสำคัญ
3. Capital Flow / Capital Allocation อันนี้ก็เป็นไปได้ เพราะมีเงินอยู่ต่างประเทศ แทนที่จะเอาเข้าไทย ถ้าใช้ SG ตอนจบก็จะได้กลับออกไป นอกประเทศ
4. International Investor / Regional Structure อันนี้เป็นเหตุผลยอดนิยมเหมือนกัน สำหรับการทำ HoldCo ในต่างประเทศ เพื่อตั้ง regional holding กับ raise fund แต่อันนี้เจ้าของคนเดียว และไม่ระดมทุน น่าจะไม่เกี่ยว
แต่พอรักประเทศไทย ข้อ 1-2 ก็คงตัดทิ้ง เพราะคงไม่มีปัญหาเรื่องเสียภาษี เพื่อช่วยประเทศ ช่วยคนในชาติ ข้อ 3 ถ้าจะอยู่ไทย เงินตอนจบก็ต้องอยู่ในไทยอยู่แล้ว ข้อ 4 ก็ไม่ใช่อีก
เลยยังคิดไม่ออก ว่าโครงสร้างทำให้มันวุ่นวายไปทำไม น่าสนใจเรียนรู้"
จากนั้นได้โพสต์อีกว่า ... "ผมเห็นด้วย 100% นะ ว่าการจัดโครงสร้าง offshore ไม่ใช่การหนีภาษี (หนีต้องผิดกฏหมาย) — แต่มันคือการใช้ช่องว่าง คุณคิดว่าการที่ไทยไม่เก็บภาษีต่างชาติ แล้วเราเอาต่างชาติมาถือ ส่วนเราอ้อมไปถือต่างชาติอีกที ไม่ใช่ช่องว่างจริงๆ หรอ?
ซึ่งมันก็ไม่ผิด ใครๆ ก็ทำกัน แต่เรื่องพวกนี้ คน 0.01% ที่รู้และทำ ในขณะที่คนไทย 99.99% ยังต้องก้มหน้าก้มตาเสียภาษีกันต่อไป
ซึ่งผมไม่ได้บอกว่า CK ทำเพราะเรื่องภาษีนะ เพราะถ้าบอกว่ารักชาติมากกว่าใคร เค้าก็คงไม่ได้ใช้ทุกช่องว่างในการไม่ยอมเสียภาษี (ที่ควรต้องเสีย) หรอก เค้าก็อาจจะมีเหตุผลอื่นที่สำคัญกว่า
และหนักกว่านั้น มีอีกช่องว่างนึง เมื่อเงินไปอยู่ offshore ตัวเองก็สามารถไปอยู่ต่างประเทศซักครึ่งปี แล้วเอาเงินจ่ายกลับ ก็ประหยัดภาษีไปได้อีก 35%
ทั้งหมดนี้มันคือช่องว่าง ใช้ได้นะ ไม่ได้ผิด (กฏหมาย) แต่อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับ RMF ลดหย่อน เพราะอันนั้นกฏหมายอยากให้เราทำ
แต่ทั้งหมดที่ผมพูด มันคือการใช้ช่องว่างทั้งหมดเลย"
ทางด้าน ซีเค ได้เข้ามาคอมเมนต์ชี้แจงในโพสต์ของ ดร.เอ็ม ว่า ...
ถ้าคุณได้ศึกษาประวัติ Fastwork จริงๆ คุณก็จะรู้ว่า ผมซื้อบริษัทนี้ในปี 2021 แล้วบริษัทนี้มีการ issue convertible note ไปในช่วงปี 2019-2020 และถ้าคุณลองดูลึกเข้าไปอีก คุณก็จะรู้ว่า ก่อนปี 2020 บริษัทไทยไม่สามารถ issue convertible note ได้ บริษัทเลยต้องจดที่สิงคโปร์ และกลายเป็น shell mother company ที่มีหน้าที่ในการถือหุ้น ของ marketplace ที่ดำเนินการอยู่ที่ TH ID VN อีกตัวอย่างนึง คือ LMWN ก็มีจดที่สิงคโปร็ดหมือนกัน เพราะหลายๆ VC ตอนที่เขาลงทุนกับบริษัท entity ที่สิงคโปร์ มันยืดหยุ่นสำหรับ start up มากกว่าครับ
บางทีผมก็แปลกใจนะ ว่ากับแค่ไอ้เด็กผู้ชายคนนึง ที่บอกรักชาติ ทำเพื่อชาติ ต้องถูกโจมตีมากขนาดนี้ การที่คุณสงสัยผมออกสื่อ ผมไม่รู้ว่าเจตนาคุณคืออะไรนะครับ เพื่อสร้าง Engagementให้ตัวเอง หรือให้คนสงสัยในตัวผม ทำให้ผมดูไม่รักชาติ ผมไม่รู้เจตนาจริงๆ ของคุณคืออะไรครับ แต่ผมก็หวังว่าคุณที่ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน จะสนับสนุนคนไทยอีกคนหนึ่งที่อยากทำเพื่อชาติ
โดย ดร.เอ็ม ได้ตอบกลับ ซีเค ว่า ... ขอบคุณสำหรับคำตอบนะครับ จริงๆ ผมแค่สงสัยและคิดว่าหลายคนก็สงสัย ซึ่งผมเข้าใจว่า CK คงสนับสนุนให้ถาม เพราะทั้งคำถาม และคำตอบ ย่อมทำให้เกิดความรู้ต่อคนฟัง
และ ถ้า CK ตอบ มันก็ไม่ได้มีอะไรเลยครับ ทุกคนจะได้เข้าใจเจตนา และมันก็จะได้เคลียร์ไป ไม่ต้องมาสงสัยกันอีก
เรื่องที่คุณพูด convertible note ผมก็เข้าใจครับ ซึ่งมันอธิบายโครงสร้างเดิม ที่เป็นเจ้าของเก่า ตอนที่อยู่กับคุณเจิด ก่อนปี 2020 ว่าทำไมต้องอยู่สิงค์โปร์
แต่บริษัท SG HoldingCo. ปัจจุบัน จดในเดือน มีนาคม 2022 ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ และเกิดที่มาเพื่อปรับโครงสร้าง น่าจะใช้ Thai co ได้
ก็เลยสงสัยครับ
แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำตอบ
ปล. ผมสนับสนุนให้ CK ทำเพื่อชาติอยู่แล้วครับ หลายๆ ครั้งผมก็เชียร์
ซีเค ตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ ว่า ... we registered a new company in 2022 because we want a cleaner accounting like we start a new company. There are many transactions that happened when I was not CEO prior to me taking over. As CEO I don’t want to not have answer for whatever that happened prior to 2021. So I treat fastwork to be a new company after I took over.
แปลเป็นไทยได้ว่า ... เราจดทะเบียนบริษัทใหม่ในปี 2022 เนื่องจากต้องการจัดระบบบัญชีให้มีความโปร่งใสและเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง ก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง CEO มีรายการธุรกรรมเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งในฐานะ CEO ตนไม่ต้องการอยู่ในจุดที่ไม่มีคำตอบสำหรับเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนปี 2021 ดังนั้น ตนจึงมองว่า Fastwork เป็นบริษัทใหม่นับตั้งแต่ตนเข้ามาบริหาร


