xs
xsm
sm
md
lg

สลด! คนไข้โอดรอนาน ถูกถล่มซ้ำ “ไปตายที่บ้าน” สุดท้ายดับใน รพ. ด้านญาติคาใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลูกชายตั้งข้อสงสัยมาตรฐานการดูแล หลังแม่ล้มในห้องน้ำโรงพยาบาลจนเลือดคั่งในสมองและเสียชีวิต ขณะที่ผู้ใช้โซเชียลซึ่งอ้างว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์และเคยคอมเมนต์ซ้ำเติม ต่างทยอยปิดโปรไฟล์หนีกระแสวิจารณ์

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล หลังผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งโพสต์ระบายความอึดอัดขณะเข้ารับการตรวจรักษาที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น จากอาการแพ้และมีผื่นแดงเห่อเต็มแผ่นหลัง โดยระบุว่ามารอคิวตั้งแต่เวลา 12.00 น. แต่ยังไม่ได้ตรวจ จนโพสต์ข้อความประชดประชัน

เหตุการณ์เริ่มบานปลายเมื่อเพจดังนำโพสต์ของผู้ป่วยไปประจาน ส่งผลให้เกิดกระแสทัวร์ลง ต่อมามีผู้ใช้โซเชียลจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ระบุโปรไฟล์ว่าเป็นพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และแพทย์ เข้ามาคอมเมนต์ในเชิงเยาะเย้ยและเหยียดหยาม เช่น "ทำไมไม่ตายที่บ้าน มาโรงพยาบาลทำไม" หรือ "ย้ำถ้ารอไม่ไหวไปตายที่บ้านได้เลย" สร้างความสลดใจให้กับชาวเน็ตที่พบเห็นถึงการไร้ซึ่งจริยธรรมวิชาชีพ

เรื่องราวกลับกลายเป็นความสูญเสียเมื่อลูกชายของผู้ป่วยได้เข้ามาแจ้งข่าวว่า แม่ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยเล่าว่าเดิมทีแม่อาการดีขึ้นและเตรียมจะได้ออกจากโรงพยาบาล แต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ได้โทรแจ้งว่า แม่หมดสติในห้องน้ำเนื่องจากล้มศีรษะฟาดพื้น ทำให้เกิดภาวะเลือดคั่งในสมองอย่างรุนแรง แม้ตอนแรกจะมีการระบุว่าจะทำการผ่าตัด แต่สุดท้ายแพทย์แจ้งว่าช่วยเหลือไม่ทันเพราะเลือดออกมากเกินไป

ด้าน ครอบครัวคาใจมาตรฐานการดูแลของโรงพยาบาล โดยลูกชายของผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยความคลางแคลงใจต่อระบบการดูแลคนไข้ของโรงพยาบาล ดังนี้
-การปล่อยให้ผู้ป่วยไปเข้าห้องน้ำลำพัง เหตุเกิดช่วงหลังหมดเวลาเยี่ยม (18.00 - 20.00 น.) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในความดูแลของพยาบาลประจำเวรโดยตรง
-ความล่าช้าในการพบเหตุ ครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่มีเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าคนไข้ลุกออกจากเตียง และปล่อยเวลาล่วงเลยจนกระทั่งโทรแจ้งญาติในเวลา 04.00 น. ซึ่งสายเกินกว่าจะยื้อชีวิตได้ทัน

ล่าสุด บรรดาบุคลากรทางการแพทย์ที่เคยเข้าไปคอมเมนต์แซะและไล่ผู้ป่วยให้ไปตาย ต่างทยอยล็อคโปรไฟล์และปิดช่องทางโซเชียลมีเดียหนี 

ขณะที่สังคมออนไลน์ร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งเรื่องมาตรฐานการรักษาและการพฤติกรรมของบุคลากรในครั้งนี้