“ฉลอง” แค้นฝังใจ ทวงหนี้เลือกตั้ง 50–60 ล้านไม่ได้คืน “ปอง อัญชลี” เผยเจ้าตัวอ้างเงินก้อนนี้หวังนำไปรักษาโรคประจำตัว หลังทวงถามหลายครั้งแต่ถูกบ่ายเบี่ยง จนเกิดความคับแค้นสะสม ก่อนระเบิดอารมณ์บุกยิงนายก อบจ.นนท์ ถึงสำนักงาน
จากกรณีเหตุอุกอาจกลางเมืองนนทบุรี อดีต ส.ส. "ฉลอง เรี่ยวแรง" ก่อเหตุยิง "พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ" นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต และคนขับรถได้รับบาดเจ็บ บริเวณ อบจ.นนทบุรี เมื่อเวลา 10.14 น. ที่ผ่านมา ล่าสุด "ปอง อัญชลี" สื่อมวลชนอาวุโส เปิดใจนาทีต่อสายตรง ยอมรับตกใจหลังผู้ก่อเหตุสารภาพกลางไลฟ์ แย้มปมแค้นมาจากหนี้สินเลือกตั้งสะสมกว่า 60 ล้านบาท จนไม่มีเงินรักษาโรคประจำตัว
นางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ หรือ "พี่ปอง" สื่อมวลชนอาวุโส เดินทางมายัง สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พร้อมเปิดเผยถึงวินาทีสุดช็อกว่า ขณะกำลังจัดรายการไลฟ์สด นายฉลอง เรี่ยวแรง ได้โทรศัพท์เข้ามา ซึ่งตนรับสายตามปกติเนื่องจากรับทุกสายอยู่แล้ว แต่คำแรกที่ได้ยินกลับเป็นคำสารภาพจากปลายสายว่าเพิ่งยิงนายก อบจ. เสียชีวิต ยอมรับว่าตอนนั้นตกใจมาก แต่พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ บอกให้พี่ฉลองใจเย็นๆ และสงบสติอารมณ์
ในระหว่างสายยังได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา จึงแนะนำให้พี่ฉลองให้ความร่วมมือ วางอาวุธปืนทันที เพราะประเมินว่าสถานการณ์ตึงเครียดและเกรงว่าจะเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ หลังจากนั้นจึงวางสายและรีบเดินทางมาที่ สภ.รัตนาธิเบศร์
จากการพูดคุย "ปอง อัญชลี" ระบุว่า นายฉลองยังมีอาการโกรธจัด โดยได้ระบายถึงสาเหตุการลงมือว่ามาจากปัญหาเรื่องเงิน ซึ่งตอนแรกระบุว่าเป็นยอด 11 ล้านบาท แต่จากการพูดคุยเพิ่มเติม นายฉลองเผยว่าจำนวนหนี้สินที่นายก อบจ.นนทบุรี ติดค้างอยู่นั้นสูงถึง 50–60 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้สินสะสมมาจากการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อปี 2551
ส่วนเหตุผลที่ต้องการทวงเงินคืน เนื่องจากนายฉลองต้องการนำเงินไปรักษาอาการป่วยโรคเกี่ยวกับเลือดของตนเอง แต่ทางนายก อบจ.ปฏิเสธที่จะพูดคุยและบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด นายฉลองยังบอกอีกว่า ในนาทีนั้นหากคู่กรณีตัดสินใจหันมาคุยก็คงไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ พร้อมเปรยกับตำรวจว่าหากไม่ได้โทรพูดคุยระบายความรู้สึก เหตุการณ์อาจบานปลายไปมากกว่านี้เพราะตนเอง "ไม่เหลืออะไรแล้ว"
ด้านสื่อมวลชนอาวุโสเผยทิ้งท้ายว่า รู้จักกับนายฉลองมานานกว่า 20 ปี ในฐานะแหล่งข่าวที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน ซึ่งปกตินายฉลองเป็นคนอารมณ์ร้อนและพูดจาโผงผาง ส่วนเรื่องคดีความก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน
สำหรับความคืบหน้าทางคดี หลังเกิดเหตุ นายฉลอง ได้เข้ามอบตัวและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีทนายความส่วนตัวเข้าร่วมรับฟัง เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การอ้างว่าเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากเห็นคนขับรถของนายก อบจ. ชักอาวุธปืนออกมาก่อน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 4 ข้อหาหนัก ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่า, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยระหว่างถูกควบคุมตัวเข้าห้องขัง นายฉลองมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวเข้าห้องควบคุมผู้ต้องหาและถอดกุญแจมือออกตามระเบียบเพื่อดำเนินคดีต่อไป


