xs
xsm
sm
md
lg

ปิดฉาก “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด” อวสานบ้านใหญ่เมืองนนท์ บนกระดานอำนาจที่เปลี่ยนไป

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เสียงปืนที่รัวลั่นภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี พร้อมปลอกกระสุนขนาด9 มม. ที่ตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นคอนกรีต ไม่เพียงแต่เจาะทะลุร่างของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี 5 สมัย และคนขับรถ จน พ.ต.อ.ธงชัย บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและผู้ใกล้ชิด หากแต่ยังตอกตะปูฝาโลง”ปิดฉากตำนานการเมือง “ระบบบ้านใหญ่” ที่กุมอำนาจเมืองปริมณฑลแห่งนี้มานานกว่าสามทศวรรษ

มือสังหารที่ลั่นไกไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นฉลอง เรี่ยวแรงอดีต ส.ส.นนทบุรี หลายสมัย—ชายผู้เคยถูกเรียกว่าเป็น "เพื่อนตาย" เคียงบ่าเคียงไหล่สร้างบารมีร่วมกับธงชัยมาตั้งแต่ยุคที่นนทบุรียังเต็มไปด้วยสวนทุเรียนและคลองขุด

หลังเกิดเหตุในพื้นที่ลานจอดรถภายในสำนักงาน อบจ. นายฉลองได้ซ้อนรถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุในตอนแรก ก่อนจะตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ และเปิดใจถึงมูลเหตุจูงใจที่อัดแน่นจนระเบิดออกว่า ตนเองล้มป่วยมาตั้งแต่ปี 2554 ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก จนทรัพย์สินที่มีเริ่มลดน้อยลง ในวันเกิดเหตุจึงตั้งใจเดินทางมาขอเงินจำนวน 11 ล้านบาท ที่เคยช่วยเหลือและให้ยืมไปก่อนหน้านี้คืน เนื่องจากทราบว่าอีกฝ่ายเริ่มมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น

ฉลอง เปิดเผยถึงชนวนเหตุปะทุ ณ วันเกิดเหตุว่า ตนได้พูดคุยกับ พ.ต.อ.ธงชัย โดยระบุว่า"ตำแหน่ง สส.คุณขอมาผมก็ให้คุณ" คำพูดดังกล่าวทำใหีกฝ่ายเกิดความโมโหและผลักตนภายในห้อง พร้อมกล่าวตัดบทว่า "ไม่คุยๆ" ก่อนจะเดินลงไปขึ้นรถ
ตนจึงเดินตามลงมาที่ลานจอดรถและใช้มือเคาะกระจกเรียก แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเปิด จึงหยิบปืนขึ้นมาถือไว้ และเมื่อเห็นคนขับรถของนายก อบจ.ชักอาวุธปืนออกมา ตนจึงตัดสินใจลั่นไกยิงออกไป โดยฉลองกล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า"ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์บานปลายเช่นนี้ เสียใจต่อครอบครัวของตนเองเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าลูกสาวจะต้องเสียใจอย่างหนัก"


ขณะที่ในระดับชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงคดีดังกล่าวอย่างเด็ดขาดว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นอดีตนักการเมืองหรือใครก็ตาม เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์และก่อเหตุโดยผิดกฎหมาย

ฉากแรก: จากตำนานกลุ่มงูเห่า สู่พันธมิตรสองขั้ว

เส้นทางชีวิตการเมืองของ ฉลอง เรี่ยวแรง ยาวนานกว่าสองทศวรรษมีจุดเริ่มต้นเชิงประวัติศาสตร์ทางการเมืองระดับประเทศตั้งแต่ปี 2540 ในฐานะ ส.ส.นนทบุรี พรรคประชากรไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 12 ส.ส. กลุ่ม "วัฒนา อัศเหม" ที่ตัดสินใจแปรพักตร์ย้ายขั้วไปสนับสนุน ชวน หลีกภัย ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 จนได้รับการเปรียบเปรยจาก สมัคร สุนทรเวช ว่าเป็น"กลุ่มงูเห่า"ชุดแรกของไทย

หลังจากนั้น เส้นทางทางการเมืองของฉลองเต็มไปด้วยการแปรเปลี่ยน

  • ปี 2554 ย้ายสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย คว้าเก้าอี้ ส.ส.นนทบุรี เขต6 พร้อมก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน

  • ปี 2561–2562 ตัดสินใจทิ้งพรรคเพื่อไทยเพื่อซบพรรคพลังประชารัฐ ลงแข่ง ส.ส.นนทบุรี เขต2 แม้จะได้คะแนนสูงถึง27,725 คะแนน แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครจากเพื่อไทย

  • ปี 2562 เผชิญจุดด่างพร้อยสำคัญเมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก1 เดือน ปรับ 4,000 บาท (รอลงอาญา1 ปี) คดีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช.

ก่อนที่จะเกิดปมร้าวจนถึงจุดแตกหัก ในสนามการเมืองนนทบุรีถูกปกครองด้วยสมดุลอำนาจระหว่าง "สองเพื่อนรัก" โดยธงชัย เย็นประเสริฐ เล่นบท “เสือซุ่มในบ้าน” โดยนายตำรวจใหญ่ผู้ก้าวเข้าสู่สนามท้องถิ่น ก่อตั้ง "กลุ่มผึ้งหลวง" ผูกขาดเก้าอี้นายก อบจ.นนทบุรี อย่างเหนียวแน่น คุมกลไกข้าราชการและงบประมาณ อบจ.

ส่วนฉลอง เรี่ยวแรง สวมบท “ขาใหญ่ นอกบ้าน” นักการเมืองสไตล์นักเลงโบราณ “ใจถึงพึ่งได้” สายลุยหน้าฉากที่เคยเป็น "ผู้สนับสนุนหลัก" ให้ธงชัยชนะเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เมื่อปี2555 ก่อนที่สายสัมพันธ์จะเริ่มร้าวในเวลาต่อมา

ฉากสอง: งบพันล้าน ท่อน้ำเลี้ยง และศึกแตกหัก

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่สั่นคลอนเมื่อผลประโยชน์และการรักษาสภาพทางการเมืองเดินมาถึงจุดที่จัดสรรไม่ลงตัว


ตามข้อมูลรายงานตัวเลขรายรับของ อบจ.นนทบุรี สะท้อนให้เห็นถึงวงเงินมหาศาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับหัวแถวของประเทศ และเพิ่มขึ้นตามลำดับ นั่นคือ ปีงบประมาณ 2567 รายรับจริงรวม 2,663 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2568 ตั้งกรอบประมาณการรายรับและงบประมาณรายจ่ายไว้รวม 2,759 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2569 ขยับประมาณการรายรับพุ่งแตะ 2,950 ล้านบาท

เม็ดเงินงบประมาณรายจ่ายของ อบจ.นนทบุรี แม้จะถูกจัดสรรลงด้านการศึกษาถึงกว่า 55% แต่เงินงบประมาณในส่วนงานสาธารณูปโภค การโยธา และงานพัฒนาท้องถิ่นอื่นๆ ก็ยังถือเป็น "สายสะดือทางการเมือง" ที่ใช้เลี้ยงดู ส.จ.และบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง

ปมแตกหักเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อฉลองเพลี่ยงพล้ำในการเลือกตั้ง ส.ส. หลายสมัยติดต่อกัน จนฐานเงินและบารมีสั่นคลอน ธงชัยในฐานะผู้ถืองบประมาณเริ่ม "ดึงอำนาจจัดสรรงบกลับ" โยกงบพัฒนาออกจากเขตพื้นที่ของฉลอง และตัดท่อน้ำเลี้ยงผู้รับเหมาสายตรงของเพื่อนรักซ้ำร้ายธงชัยยังเขี่ยทายาททางการเมืองและสายตรงของฉลองออกจากตำแหน่งบริหารใน อบจ. ทั้งหมด แล้วแทนที่ด้วยกลุ่มทุนใหม่ ลอยแพตระกูลเรี่ยวแรงให้ไร้ที่ยืนทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง

จากมิตรแท้ที่เคยช่วยหนุนหลัง ธงชัยและฉลองได้เปิดศึกปะทะกันโดยตรงในสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี เมื่อปี 2563
โดยฉลองลงแข่งในนาม "กลุ่มพลังนนท์" แต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับธงชัย ในนามกลุ่มผึ้งหลวง ด้วยคะแนน 68,589 ต่อ 197,592 คะแนน

กระทั่งปี 2567 ฉลองพยายามสร้างเครือข่ายนักการเมืองรุ่นใหม่เพื่อดึงฐานท้องถิ่นกลับคืนมา ด้วยการดัน "ปราบขยะ" นายธีรวงศ์ สรรค์พิพัฒน์ ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลนครนนทบุรี (สท.นครนนท์) แต่ผลการเลือกตั้งกลับพ่ายแพ้ซ้ำอีกครั้งการเพลี่ยงพล้ำในสนามท้องถิ่นครั้งนี้ ทำให้ฉลอง "ไม่เหลือที่ยืนทางการเมืองในพื้นที่" อีกต่อไป


เมื่อความแค้นฝังลึกจากการถูกตัดท่อน้ำเลี้ยง บีบให้ทายาทหลุดจากวงจรอำนาจ อบจ.หนี้สิน 11 ล้านบาท ที่ฉลองพยายามทวงถาม จึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขเงิน แต่มันคือ "ศักดิ์ศรีและความรู้สึกถูกทรยศ" ของนักเลงโบราณที่เห็นเพื่อนรักกอบโกยผลประโยชน์แต่กลับปล่อยให้ตนเองตกอับจนมุม

ฉากสาม: ยุทธศาสตร์สละเรือ และคลื่นประชากรใหม่

เหตุใด ธงชัย เย็นประเสริฐ ถึงยอมหักเพื่อนรักอย่างฉลอง?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความแค้นส่วนตัว แต่อยู่ที่ "ยุทธศาสตร์เอาตัวรอดทางการเมือง"

นนทบุรีเกิดการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์อย่างรวดเร็ว คอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรรขยายตัวตามแนวรถไฟฟ้า คนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางเมืองย้ายเข้ามาอยู่อาศัยกลายเป็นคนส่วนใหญ่ คนเหล่านี้ไม่ได้ยึดติดกับระบบอุปถัมภ์ งานศพ งานแต่ง หรือการแจกสิ่งของ และไม่สนใจ "ตระกูลบ้านใหญ่"

ธงชัยอ่านเกมออกว่า หากกลุ่มผึ้งหลวงยังคงกอดเกี่ยวอยู่กับภาพจำอนุรักษ์นิยมดั้งเดิม กลุ่มผึ้งหลวงจะถูกคลื่นลูกใหม่กลืนหายไป เขาจึงเลือก "สละเรือ" แอบเปิดห้องเจรจาหลังฉากกับขั้วการเมืองใหม่ๆ ยอมลดโควตาของกลุ่มบ้านใหญ่เดิม เพื่อรักษาเก้าอี้นายก อบจ. ไว้

การถอยห่างจากฉลองในมุมของธงชัย คือ "ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์" แต่ในมุมของฉลอง มันคือการ"แทงข้างหลังเพื่อเอาตัวรอด"

ฉากสุดท้าย: พายุส้มแลนด์สไลด์ และบทอวสานที่แท้จริง


ความพยายามปรับตัวของธงชัยและการบีบเค้นฉลองจนมุม นำไปสู่โศกนาฏกรรม ณ ลานจอดรถ อบจ.นนทบุรี และการสิ้นลมหายใจของ พ.ต.อ.ธงชัย ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าในที่สุดทว่าในทางรัฐศาสตร์ ทั้งสองเจอ "พายุการเมืองยุคใหม่" พัดถล่มจนฐานอำนาจเดิมแทบพังทลายอยู่แล้ว เมื่อมองผลลัพธ์จากการเลือกตั้ง ส.ส. พฤษภาคม2566 พรรคก้าวไกลสร้างปรากฏการณ์ "แลนด์สไลด์ 8-0" กวาดเก้าอี้ ส.ส. นนทบุรี ยกจังหวัด ผู้สมัครจากตระกูลบ้านใหญ่ดั้งเดิม รวมถึงตระกูลเรี่ยวแรง สอบตกยกทีม ได้คะแนนเพียงหลักร้อยถึงหลักพัน

ต่อด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาชนตอกย้ำชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จด้วยการกวาด ส.ส. แบ่งเขตยกจังหวัดทั้ง 8 เขตอีกครั้ง พร้อมทำคะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ยืนยันว่าคนนนทบุรีก้าวข้ามระบบอุปถัมภ์เข้าสู่การเมืองเชิงโครงสร้างอย่างสมบูรณ์

จากระดับชาติสู่ระดับท้องถิ่น จากพันธมิตรผู้เคยหนุนหลังสู่คู่แข่งในสนามเลือกตั้งเมื่อสัญญาใจถูกทรยศ เค้กผลประโยชน์ถูกยึดคืน และฐานเสียงอุปถัมภ์ถูกคลื่นประชากรใหม่กลืนหาย... เสียงปืนและปลอกกระสุน ณ ลานจอดรถ อบจ. นนทบุรี พร้อมข่าวการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธงชัย จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดจบของมิตรภาพระหว่างเพื่อนรัก และอนาคตทางการเมืองของ ฉลอง แต่คือการ 'ตอกตะปูฝาโลง' อวสานยุค 'เจ้าพ่อบ้านใหญ่' ในฐานะผู้กำหนดทิศทางเมืองนนท์อย่างเป็นทางการ.