xs
xsm
sm
md
lg

'นวพรรณ สุวรรณแสน' นักออกแบบเครื่องประดับแห่ง 'Hinkik Jewelry' ผู้รังสรรค์ผลงานผ่านรูปลักษณ์ดอกไม้ไทยอันเลอค่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นวพรรณ สุวรรณแสน นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ Hinkik Jewelry









รูปทรงและสีสันอันสดสวยของดอกไม้นานาพรรณ อาทิ ดอกรัก ดอกมะลิ ดอกแก้ว ดอกบัว ดอกจำปา ดอกกล้วยไม้ ล้วนถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยไอเดียการออกแบบอันพิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียด 

ผ่านการเฝ้ามอง การสังเกตธรรมชาติรอบตัว ด้วยความเข้าใจในทุกองค์ประกอบของดอกไม้อย่างลึกซึ้ง กระทั่งตกผลึกทางความคิด




จากนั้นจึงนำไปสู่การร่างภาพและดีไซน์รูปแบบ Jewelry หลากหลาย Collection ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ไทยหลากหลายรูปทรง ก่อร่างสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับ Handmade ทรงคุณค่า ไม่ว่า สร้อยคอ กำไล แหวน ต่างหู เข็มกลัด หรือแม้แต่ Ear cuff

ดอกไม้ที่แลดูสวยงามละมุนละไมตรงหน้าจึงเผยให้เห็นความอ่อนช้อยของกลีบดอกที่แลดูราวกับกำลังแย้มบาน บ้างเป็นดอกตูม บ้างเป็นดอกหุบ บ้างรวมเป็นช่ออย่างลงตัว

นวพรรณ สุวรรณแสน นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ Hinkik Jewelry
รูปลักษณ์จากความงามแห่งธรรมชาตินี่เองนับเป็นเอกลักษณ์และจิตวิญญาณสำคัญของแบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยนาม 'Hinkik Jewelry' ซึ่งก่อตั้งโดย 'เอ-นวพรรณ สุวรรณแสน' Designer ผู้อยู่เบื้องหลังความงามและความโดดเด่นของแต่ละ Collection

นวพรรณ สุวรรณแสน นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ Hinkik Jewelry
'ผู้จัดการออนไลน์' สัมภาษณ์เธอคนนี้ถึงความเป็นมาของการก่อตั้ง Hinkik Jewelry รวมถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบ, เบื้องหลังแนวคิด, การดีไซน์ที่แม้คำนึงถึงลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก ทว่า ในขณะเดียวกันก็มีลูกค้าต่างชาติในยุโรปที่เฝ้ารอคอยและติดตามผลงานการออกแบบเครื่องประดับของเธออยู่เสมอ

การสนทนาครั้งนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจของ เอ-นวพรรณ เมื่อเธอบอกเล่าให้ฟังถึงความแตกต่างในการสร้างสรรค์เครื่องประดับสำหรับชาวต่างชาติและลูกค้าชาวไทยที่ชื่นชอบในเครื่องประดับ Handmade และงาน Craft ที่มีสไตล์และรายละเอียดในเนื้องานแตกต่างกันไป ซึ่งนับเป็นความท้าทายที่น่าสนใจยิ่ง


แม้ปัจจุบัน เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก และก่อตั้งแบรนด์ขึ้นมาในช่วงโควิด-19 อายุของแบรนด์จึงยังไม่เลยพ้นช่วงทศวรรษ กระนั้น ด้วยงานดีไซน์อันโดดเด่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ไทย ความใส่ใจในรายละเอียดของเครื่องประดับแต่ละชิ้น การนำมุกหรือหินแท้มาเป็นส่วนประกอบ รวมถึง ขั้นตอนการลงสี Enamel ด้วยความพิถีพิถัน

จึงย่อมไม่เกินเลยไปมากนัก หากจะกล่าวว่า Hinkik Jewelry นั้น ราวกับจำลองความงามของธรรมชาติไว้ให้คงอยู่พ้นกาลเวลา ผ่านการออกแบบที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นวพรรณ สุวรรณแสน นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ Hinkik Jewelry
ความเป็นมาของ Hinkik Jewelry

เอเล่าว่า จุดเริ่มต้นคือเธอทำงานอยู่ในวงการ Jewelry มานานแล้ว ทำงานเป็น Designer หรือนักออกแบบเครื่องประดับเรื่อยมา

"หลังจากทำงานประจำมาเกือบ 10 ปี ก็ออกมาทำงานของตัวเองเป็นงานขายส่งเครื่องประดับ ทำกับเพื่อน ทำงานส่งออกให้ลูกค้าต่างชาติ จากนั้นมาก็เกิดช่วงโควิด เราก็เริ่มอยากทำแบรนด์ของตัวเอง ก็เลยก่อตั้ง Hinkik Jewelry ขึ้นมา ช่วงแรกทำออนไลน์ใน IG ก่อนเลยค่ะ"

เอเล่าว่าในเวลานั้นเป็นช่วงประกาศ Lockdown การขายออนไลน์จึงกลายเป็นช่องทางหนึ่งและกลายเป็นช่องทางหลักของผู้คนในช่วงนั้น ความนิยมในการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ จึงทำให้เอตัดสินใจทำแบรนด์ขึ้นมาและขายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าว


เอกลักษณ์ สไตล์ของแบรนด์

เมื่อถามถึงความเป็นมาของเอกลักษณ์หรือสไตล์เฉพาะตัวของแบรนด์ Hinkik Jewelry ที่มีภาพจำคือดอกไม้ไทยแสนสวยหลากหลายชนิด เอยอมรับว่า ในช่วงแรกอาจยังไม่เป็นดอกไม้ไทยชัดเจนนัก แต่งานส่วนใหญ่ที่ทำก็มักจะอ้างอิงจากธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น แรงบันดาลใจจากท้องทะเล ต้นไม้ ใบไม้ พืชพรรณ แมลงต่างๆ

"ช่วงแรกเราก็ทดลองตลาด ลงรูปไปก่อน เช่น ต้นไม้ ใบไม้ แต่ก็ยังไม่โดนใจลูกค้าจริงๆ ยังไม่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย
เราก็ทำไปเรื่อยๆ ในที่สุดนึกขึ้นได้ว่าเราตั้งใจขายคนไทย ลูกค้าเราเป็นคนไทย และด้วยความที่เราทำงานออกแบบเกี่ยวกับธรรมชาติอยู่แล้วก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าขายคนไทยเราจะขายอะไร ซึ่งคำตอบคือ 'ดอกไม้' เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด สวยและคนนิยมนำมาทำเครื่องประดับ แต่เราจะทำอย่างไรให้ดอกไม้ของเรามีความพิเศษกว่าแบรนด์อื่นๆ"

"เมื่อจะขายคนไทย ดอกไม้ที่เป็นที่นิยมที่เรานึกถึงแรกสุดเลยก็คือดอกรัก ซึ่ง เราก็ต้องศึกษาด้วยว่าแบรนด์อื่น คนอื่นเขาทำอะไรไปบ้างแล้วเพื่อที่เราจะได้ไม่ไปทำซ้ำ เราต้องทำให้แตกต่าง เราก็ใช้ประสบการณ์งานออกแบบให้เป็นรูปลักษณ์ของเราเอง"


มาลัยดอกรัก Collection ยอดนิยม

เอเล่าว่า เมื่อแรกเริ่มที่ตั้งคำถามและค้นหาคำตอบว่าลูกค้าของแบรนด์คือคนไทยน่าจะชอบเครื่องประดับแบบไหน เอนึกถึงพวงมาลัยขึ้นมา จากนั้นจึงต่อยอดความคิดว่า พวงมาลัยมีองค์ประกอบของดอกไม้อะไรบ้าง "ในที่สุดจึงตัดสินใจหยิบ 'ดอกรัก' ขึ้นมาทำในรูปแบบของพวงมาลัยให้เป็นสไตล์ของเรา"

"ชิ้นแรกที่ทำ เป็นข้อมือที่เป็นกำไลดอกรักครึ่งวง เมื่อทำออกมาก็ได้ผลตอบรับดีมาก ความนิยมในครั้งนั้นเหมือนเป็นจุดต้นกำเนิดเอกลักษณ์ของแบรนด์เราเลยก็ว่าได้ จากนั้นแตกไลน์ออกมาเป็น Collection ต่างๆ อีกหลายๆตัว แล้วเราก็เริ่มจับทางกลุ่มลูกค้าได้ว่าชื่นชอบดอกไม้ไทย เนื่องจากได้รับผลตอบรับที่ดีกว่าเครื่องประดับรูปแบบอื่นๆ จากนั้นเราจึงเน้นเป็นดอกไม้ไทยเรื่อยมาค่ะ"

เอพยายามผสมผสานดอกไม้ที่เป็นที่นิยม คนรู้จักในวงกว้าง รวมทั้งหยิบดอกไม้ที่อยู่ใกล้ตัว ที่อาจจะมองข้ามไปแต่อยู่ใกล้ๆ เรา หรือดอกไม้ที่คนยังไม่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ

"เช่น Collection ดอกแก้วก็ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกแก้วที่ขึ้นอยู่หน้าบ้าน ที่เรานั่งมองอยู่ใกล้ๆตัว หรืออย่างเช่นดอกชวนชม ดอกมะลิ ซึ่งดอกมะลิเราก็นำมาตีความใหม่ในแบบของเรา"


กว่าจะเป็นเครื่องประดับดอกไม้ไทยในแบบ Hinkik

เอเล่าว่า เธอต้องศึกษาทั้งรูปแบบ รูปทรงของดอกไม้ ทั้งต้องศึกษาการตลาดด้วย ว่าหากทำเป็นเครื่องประดับออกมา คนจะนิยมไหม

เอมักนำแรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ใกล้ตัวมากๆ แบบที่คนเรามักมองข้ามไป "แต่เมื่อเราหยิบมาทำเป็นเครื่องประดับ ก็ทำให้คนนึกไม่ถึง เช่นดอกแก้ว ดอกพวงคราม ดอกพิกุล"




"หรือยกตัวอย่างเช่น ดอกมะลิก็มีความหมายในตัวเองอยู่แล้ว แต่เราต้องนึกถึงการดีไซน์ การออกแบบที่แตกต่างไป เช่นมีการจัดช่อ หรือเราหยิบแค่บางส่วนมาทำการออกแบบเครื่องประดับซึ่งก็ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นไทย เป็นดอกไม้ไทย เมื่อเห็นแล้วคนจะรู้ว่าเป็นแบรนด์ของเรา"




การสร้างสรรค์รูปทรงของดอกไม้ก็นับเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง เอเล่าให้เห็นภาพว่า
"เมื่อเราได้ Inspiration มาแล้วและจะนำมาออกแบบ เช่นดอกแก้ว เมื่อเราหยิบมาดูรายละเอียด จะพบว่ามันมีรูปแบบเฉพาะ ดอกไม้แต่ละชนิดมีความหลากหลายไม่เหมือนกัน แต่ละชนิดเราต้องสังเกตทั้งดอกตูม ดอกบาน ดอกแบบเป็นช่อ การเคลื่อนไหวของขอบกลีบเป็นยังไง เราก็ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวของเรา นำเซนส์ของเรามาใช้ในการออกแบบ"

"ดอกไม้ที่มีความโดดเด่นอย่างดอกแก้ว คือมีความเป็นช่อ เราก็มีทั้งนำรูปทรงแบบเป็นช่อเลยมาทำเป็นเครื่องประดับ หรือดอกมะลิก็จะมีหลากหลายรูปทรงมีทั้งดอกตูม ดอกบาน ดอกหุบ มะลิซ้อน สิ่งเหล่านี้เราก็ต้องใช้เซนส์และประสบการณ์ของเราออกแบบออกมาให้เป็นสไตล์ เป็นรูปแบบของ Hinkik Jewelry ค่ะ ออกแบบให้มีความน่ารัก และเลือกใช้วัสดุ ใช้สีที่มีความลงตัว"




หลากหลาย Collection ดอกไม้ไทย

ถามว่า นอกจากที่ยกตัวอย่างมาแล้ว ยังมี Collection เครื่องประดับดอกไม้ใดอีกบ้างที่น่าสนใจ และมีที่มา แรงบันดาลใจจากอะไร จึงนำดอกไม้เหล่านั้นมาออกแบบเป็นเครื่องประดับ

เอเล่าว่า แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ๆตัว กอปรกับเป็นคนชอบดูแฟชั่น ชอบดูงานอาร์ต เมื่อเห็นงานไทยๆ เช่น โมบายดอกไม้หรืองานมงคลต่างๆ แล้วเห็นมีการจัดพานพุ่มดอกไม้ สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเหล่านี้ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจทั้งสิ้น

"เป็นความชอบของเรา เราก็จะหยิบสิ่งโน้นนิด สิ่งนี้หน่อย นำมาออกแบบให้ผสมผสานกัน"
ถามว่านับแต่ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมา คุณออกแบบมาแล้วกี่ Collection
เอตอบว่า มีประมาณ 6-7 Collection แล้ว

"แต่ละ Collection ที่ออกมา อาจไม่ได้มีความถี่มาก ลูกค้าก็ถามถึงแบบใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ และด้วยความที่เอทำงานส่งให้กับที่อื่นด้วยและทำแบรนด์เองด้วย จึงอาจทำให้มีเวลาไม่มาก แต่ก็ตั้งใจว่าจะพยายามออกแบบใหม่ๆ มาเรื่อยๆ ตามที่ลูกค้าเรียกร้อง"

บาง Collection เช่นดอกรัก ดอกมะลิ เมื่อมี comment จากลูกค้า เอก็นำมาไอเดียเหล่านั้นมาต่อยอด ออกแบบให้หลากหลายมากขึ้น เช่นออกแบบเป็นสร้อย เป็นต่างหู เพิ่มขึ้นมา


ขั้นตอน กระบวนการทำงาน

ขอให้ช่วยเล่าถึงขั้นตอนกระบวนการทำงาน ที่กว่าจะเป็นเครื่องประดับดอกไม้สักชิ้นหนึ่ง
เอเล่าว่า เมื่อได้ Concept ได้แรงบันดาลใจมาแล้ว ก็จะสเก็ตช์ด้วยมือคร่าวๆ จากนั้นก็ลองขึ้นต้นแบบ ทำเป็นอะไหล่แยกออกมาเป็นชิ้นๆ

"เมื่อได้อะไหล่เป็นชิ้นๆ มาแล้ว เราก็จะนำมาสเก็ตช์ นำมาออกแบบอีกครั้ง ว่าเราอยากได้รูปแบบของเครื่องประดับแบบไหน ยังไง มีทั้งการสเก็ตช์ภาพและลองวางจริงกับมุก เพื่อดูว่าลงตัวไหม จากนั้นก็ลองทำจริงดูได้เลยด้วยตัวเราเอง ทำด้วยมือเราเองเลยค่ะ"

หลังผ่านกระบวนการออกแบบมาแล้วจากนั้นก็ใช้เวลาไม่นานในการประกอบให้เสร็จสิ้น อาจใช้เวลา 20 นาที ถึงครึ่งชั่วโมงในการประกอบ แต่เวลาที่ว่านี้ยังไม่รวมถึงขั้นตอนการลงสี ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานมาก อาจต้องใช้เวลาเป็นวัน
เอเล่าว่าในการสเก็ตช์รูปแบบต่างๆ ลงในสมุด มักใช้เวลาเพียงประมาณ 1 วัน ฟังแล้วอาจดูเหมือนไม่นานมาก แต่กระบวนการก่อนหน้านั้น คือกว่าที่จะตกผลึกออกมาได้ แล้วนำมาวาดผ่านภาพสเก็ตช์ได้ ก็นับว่าใช้เวลาค่อนข้างนาน


องค์ประกอบของวัสดุ

ถามถึงวัสดุที่นำมาใช้ทำเครื่องประดับว่ามีความพิเศษอย่างไรบ้าง
เอเล่าว่าวัสดุหลักๆ เป็นมุกสีขาว

"แรกเริ่มที่เปิดแบรนด์มาเราใช้มุกด้วยความที่ดูหรูหรา ดูแพงเข้ากับ Concept พวงมาลัยของเรา แต่เราก็ไม่อยากให้หยุดแค่มุก อยากให้มีสีสันเพิ่มขึ้นมาเราก็ทำแบบอื่นเพิ่มขึ้น เช่น มีมาลัยสองชาย ที่เราใส่สีฟ้ากับสีชมพูเข้าไปด้วย"
เออธิบายเพิ่มเติมว่า โดยหลักๆ วัสดุที่เอใช้จะมีมุกกับหินแท้ต่างๆ ที่นิยมทำมาทำเครื่องประดับ อาทิ หิน Quartz หินตาแมว หรือที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อยก็จะเป็น Citrine, Carnelian

"ในการทำงานของเอ หากลูกค้าไม่อยากได้มุก หากเขาอยากเปลี่ยน เราก็จะพูดคุยกับลูกค้าและดูว่าเราสามารถปรับเปลี่ยนแบบไหนให้ได้แต่ยังคงเป็นรูปแบบที่เรามีอยู่"
นอกจากวัสดุที่นำมาใช้แล้ว การลงสี Enamel ก็นับเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความโดดเด่น รวมถึงตัวเรือนซึ่งเป็นทองเหลืองที่ไม่ได้ผ่านการชุบ

"เราเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ เนื่องจากงาน Handmade งาน Craft ส่วนใหญ่จะราคาสูงแต่เราก็พยายามผสมผสานวัสดุให้มีราคาที่จับต้องได้เพราะจุดมุ่งหมายของเราคืออยากให้คนไทยได้ใส่งานสวยๆ "เราจึงเลือกวัสดุที่มีคุณภาพมาช่วยเสริมและใช้ประสบการณ์ส่วนตัวในการดีไซน์รูปแบบต่างๆ ออกมาเพื่อให้ลูกค้าได้สวมใส่ในราคาที่จับต้องได้"


หากถามว่าความโดดเด่นของการลงสีเครื่องประดับในแบบ Hinkik Jewelry เป็นแบบไหน

เอตอบว่า "ถ้าให้นิยามความพิเศษคือความ Clean ความเรียบง่ายให้ดูร่วมสมัย ใส่ง่ายในทุกวัน ใส่ออกงานก็ได้ ดูหรูหราแต่ก็ไม่ได้เยอะจนเกินไป โทนสีจึงเน้นความสว่างเป็นตัวเรือนทองตัดกับสีขาว แต่เมื่อเอทำสีขาวเยอะต่อมาก็พยายามใส่สีอื่นๆลงไปในดอกไม้ด้วยใน collection หลังๆ”


เอเล่าว่าการเลือกดอกไม้มาทำเป็นเครื่องประดับในแต่ละ Collection เธอจะพยายามใช้ดอกไม้ที่เป็นที่นิยม คนรู้จักโดยทั่วไป "รวมทั้งมีดอกไม้ที่หยิบมาทำ ที่บางทีอยู่ใกล้ตัวเรามาก แต่เรามองข้ามไป แต่เมื่อนำมาออกแบบ เมื่อหยิบมาทำแล้วเรารู้สึกว่ามันน่ารัก แบบนี้ก็มีค่ะ เช่น ดอกแก้ว ดอกพวงคราม ดอกพิกุล"

ถามว่ายังมีดอกไม้ไทยอะไรอีกบ้างที่คุณยังไม่เคยนำมาทำแต่ก็อยากลองทำและรู้สึกท้าทาย
เอตอบว่า เป็นดอกไม้ที่คนอาจจะมองข้ามแต่ก็อยากนำมาลองทำเป็นเครื่องประดับดู เช่นดอกเข็ม ดอกโบตั๋น ดอกไม้เหล่านี้คนไม่ค่อยนำมาทำเป็นเครื่องประดับ แต่เอมองว่าสวยและท้าทายที่จะทำ เพราะที่ผ่านมาเอมักเลือกทำดอกไม้ที่คนนิยม เช่นดอกรัก ดอกมะลิและดอกไม้ที่คนนึกไม่ถึงเช่นดอกชวนชม ดอกแก้ว เป็นต้น


Collection แนะนำ

เอบอกเล่าถึงเครื่องประดับดอกไม้ในบาง Collection ไว้อย่างน่าสนใจด้วย อาทิ

มาลัยดอกรักครึ่งวง

"นี่คือที่ขายดีที่สุดของทางร้านค่ะ เป็นสินค้าที่โดดเด่นที่สุด นับเป็นการเปิดตัวของแบรนด์ Hinkik Jewelry เลยก็ว่าได้ เป็นงานดอกรักซึ่งโดยส่วนตัวก็เป็นงานที่เอชอบมากๆ ด้วย”

เอเล่าว่า ที่มาของการทำกำไลนี้คือการที่เธอนึกถึงพวงมาลัยและต่อยอดความคิดว่าในพวงมาลัย มีส่วนประกอบของดอกไม้อะไรบ้างแล้วก็นึกถึงดอกรักขึ้นมา เออยากได้รูปแบบที่เป็นพวงมาลัยแต่ต้องการเพิ่มความอ่อนช้อยเข้าไป 

"เราจะทำยังไงดีให้ดูอ่อนช้อย ถ้าจะให้เป็นดอกรักทั้งหมดก็จะดูแข็งไป จึงนึกถึงวัสดุอะไรที่มาแทนดอกรักได้ค่ะ แต่ต้องมีขนาดเล็กๆ เมื่อมาอยู่บนข้อมือแล้วดูไม่เทอะทะ ก็นึกถึงมุกสีขาวแบบนี้เลย เรานำมาใช้มาแทนการปักแทนดอกไม้เหมือนร้อยเป็นพวงขึ้นไปและด้วยความที่เราทำราคาให้จับต้องได้ เราจึงทำออกมาให้เป็นกึ่งมุกไม่เต็มวง มีการผสมผสานแต่ก็ยังคงความสวยงาม"




มาลัยดอกรักหินสีพาสเทล

เออธิบายผลงานชิ้นต่อมาว่า เนื่องจากที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่ทำ Collection ดอกรักแล้วก็มุกมาโดยตลอด ใช้สีขาวมาตลอดแล้วจึงอยากทำให้ให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น ไม่อยากให้ดูน่าเบื่อจึงเพิ่มหินสีเข้าไปด้วย ทำให้ดูสนุกสนานมากขึ้น น่ารักมากขึ้น "อย่างชิ้นนี้ สีที่ใส่เป็นโทนสีพาสเทล มีความหวานและหินที่ใช้เป็นหินแท้ทั้งหมดเลยค่ะแต่ก็คงยังคงมีมุกเป็นส่วนประกอบอยู่"


ต่างหูดอกมะลิที่จำลองรูปทรงจากปลายอุบะ

"collection ต่อมา ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกมะลิค่ะ โดยส่วนตัวก็ชอบ collection นี้มาก มันน่ารักดี เราตั้งใจออกแบบเลยค่ะ จุดเริ่มต้นคือเราอยากได้ดอกมะลิที่มีไซส์ใกล้เคียงกับดอกมะลิจริงๆ และมีความน่ารัก เราจึงเลือก Shape ที่เป็นดอกมะลิที่กำลังบาน ส่วนรูปแบบ เรานึกถึงปลายอุบะพวงมาลัยแล้วก็นำมาปรับให้มันดูน่ารัก ไม่เชยแล้วก็ร่วมสมัย ใส่ง่ายค่ะ"


ต่างหูดอกจำปา

"อีก collection ที่ออกแบบขึ้นมา ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกจำปา เนื่องจากอยากได้งานที่ดูชิ้นใหญ่ขึ้น อาจดูเรียบๆ แต่ใส่แล้วมีความโดดเด่น เราก็นึกถึงดอกจำปาขึ้นมา เพราะรูปทรงเค้ามีเสน่ห์มาก เราจึงหยิบขึ้นมาทำซึ่งยังคงมีการผสมผสานกับมุกตามสไตล์แบรนด์เราอยู่ค่ะ"


ดอกกล้วยไม้

"collection นี้เป็น collection กล้วยไม้ ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกกล้วยไม้แล้วนำมาคลี่คลายให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ลักษณะของดอกกล้วยไม้จะมีความซ้อน มีความ Curve ของกลีบ เราก็ดัดแปลงออกมาให้เหลือแต่ส่วนยอดแต่ก็ยังมีความเด่นของกล้วยไม้อยู่แล้ว จากนั้นก็เพิ่มความโดดเด่นด้วยคริสตัลเม็ดใหญ่ๆ และมีมุกเช่นเคย สีที่ได้ก็จะเป็นสีขาวทอง"


ดอกแก้ว

"Collection ต่อไปได้แรงบันดาลใจมาจากดอกแก้ว
เรานึกอยากทำอะไรที่สวยและอยู่ใกล้ตัวก็นึกถึงดอกแก้วหน้าบ้านนี่แหละค่ะ ดอกแก้วมีความน่ารักอยู่แล้ว ด้วยลักษณะแบบเป็นช่อซึ่งเราก็หยิบมาทำแบบเป็นช่อเลยค่ะ งานชิ้นนี้ตัวช่อดอกแก้วจะประกอบด้วย Peridot แทนสีเขียวของใบไม้และเพิ่มให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น"






"Collection นี้ถือเป็น Collection ใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะมีความหลากหลาย เรานำมาทำได้หลายแบบ มีทั้งแบบเป็นช่อ แบบต่างหูเดี่ยวก็มี มีทำเป็นเข็มกลัดก็ขายดี เป็นเข็มกลัดช่อดอกแก้ว มีความสนุกสนานตรงที่เราสามารถนำมาจัดช่อได้ เช่น อาจติดเป็น 1 ดอก หรือติดเป็นช่อ 2 ดอก 3 ดอกหรือ 4 ดอก ก็ได้ตามใจเรา และ Collection นี้ยังมี Ear Cuff ซึ่งถือว่าขายดีอีกเช่นกันลูกค้าก็ชอบมาก มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น มีการผสมผสานใบไม้ มีกลีบแบบช่อเล็กช่อใหญ่"


ลูกค้าต่างประเทศชื่นชอบ Craft Jewelry-Handmade 100%

"ในเพจของเราก็จะมีการลงรูปสินค้าที่ทำส่งต่างประเทศเป็นบางชิ้น ยกตัวอย่างเช่นชิ้นนี้ สำหรับลูกค้าต่างประเทศ เค้าจะชอบความเป็นงาน Craft 100% เลย
คือมีร่องรอยของการเป็นงานทำด้วยมือ มีการดัด มีการพัน มีร่องรอยลวด ร่องรอยคีม ลูกค้าต่างชาติจะชอบงานทำมือมากๆ"

"งานชิ้นนี้เอได้แรงบันดาลใจมาจากดอกกล้วยไม้ มีการผสมผสานของการเลือกใช้หิน เช่นมีการใช้ทับทิมและหินหลากหลายรูปทรงเพื่อให้ดูมีความสนุกสนาน ดูไม่ซ้ำ และเป็นงานลวดดัดมือทั้งหมดเลย หินทุกอย่างเป็นหินแท้ ไม่มีพลาสติกหรืออะคริลิคเลย ถ้าดูด้านหลังก็จะเห็นเป็นการทำมือที่ใช้การดัด การขดทั้งหมดเลย มีเพียงอะไหล่สำเร็จอยู่แค่ตัวนึง เพื่อให้ดูมีความโดดเด่นขึ้นมาหน่อย แต่สิ่งที่เราอยากให้โดดเด่นที่สุดคือการใช้หินและการแสดงให้เห็นถึงการเป็นงานทำมือทั้งหมดค่ะ"


กลุ่มลูกค้าของแบรนด์

ถามว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่คือใคร
เอตอบว่าลูกค้าหลักๆคือคนไทยในช่วงวัยทำงานจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักและผู้ที่เน้นซื้อเป็นของฝากสำหรับผู้ใหญ่ "ลูกค้าวัยทำงานก็มีทั้งใส่เอง ใส่ออกงาน ช่วงวัยก็จะอยู่ที่ 25 ปี ขึ้นไปค่ะ"

สำหรับตลาดต่างประเทศ เอกล่าวว่าส่วนใหญ่เป็นงานส่ง โดย ลูกค้าต่างประเทศของเอเป็น Shop เล็กๆ ที่ขายตามแหล่งท่องเที่ยวซึ่งรูปแบบสินค้าก็จะแตกต่างไปจากที่ขายในไทย


"ลูกค้าที่ต่างประเทศก็จะเป็นอีกกลุ่มเฉพาะไปเลย
ต่างจากคนไทยซึ่งมักชอบรูปแบบที่ค่อนข้างเนี้ยบ เรือนทองเนี้ยบเป็นเหมือนงาน Fine Jewelry ซึ่งเอก็พยายามทำให้เหมาะกับความเป็นกึ่งกลางที่รวมกันกับความเป็นงาน Handmade ด้วยโดยใส่ความเป็นงาน Craft งานมือเข้าไปด้วย
ต่างจากงานที่ส่งลูกค้าต่างประเทศ เนื่องจากลูกค้าต่างประเทศชอบงานมือมากเลย ชอบความดิบ มีรอยคีม รอยพัน เป็นงาน Craft จริงๆ 100% "

ถ้าเป็นงานส่งลูกค้าต่างประเทศ เอจะทำเพียงชิ้นเดียว ไม่ทำซ้ำ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษและมั่นใจว่าเครื่องประดับนี้มีเพียงชิ้นเดียว อันเดียว ไม่มีใครสวมใส่แบบเดียวกันหรือซ้ำกัน

ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เป็นยุโรป แต่เอก็ทำส่งเพียงแค่ 2 เจ้า เนื่องจากเป็นงานที่ค่อนข้างใช้เวลานาน โดยเอเริ่มทำส่งลูกค้าที่ยุโรปมานานไม่ต่ำกว่า 5 ปีแล้ว

เอเล่าว่าการทำเครื่องประดับส่งลูกค้าต่างประเทศเรียกได้ว่าเป็นการแตกไลน์สินค้าเครื่องประดับออกมาอีกต่างหากเลยก็ว่าได้
"สำหรับลูกค้าต่างประเทศเอไม่ได้ทำออกมาเป็น Collection แต่ทำออกมาเป็นชิ้น
ทำส่งลูกค้าซึ่งเป็น Shop อยู่ที่สเปนและเนเธอร์แลนด์ ต้องทำส่งทุกเดือนโดยรวมก็เฉลี่ย 100 ชิ้นต่อเดือน บางครั้งเอใช้เวลาทำนานมากเพราะเป็นงาน Handmade 100% แต่ลูกค้าก็น่ารักมาก เขาก็พร้อมรองานเรา" เอยอมรับว่าที่ลูกค้าต่างประเทศมีกลุ่มลูกค้าประจำรอคอยสินค้าจากเธอ


เป้าหมายในอนาคต หวังดึงกลุ่มลูกค้าเอเชีย

ถามว่าคิดจะเจาะตลาดต่างประเทศในเอเชียบ้างไหม เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น

"เอยอมรับว่าอยากขยายฐานกลุ่มลูกค้าต่างประเทศให้เยอะขึ้นเช่นกัน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารจัดการเวลาให้ดี ซึ่งค่อนข้างเป็นงานยาก เนื่องจากเครื่องประดับของ Hinkik Jewelry เป็นงานที่ต้องทำมือ เอต้องใช้เวลาตรงส่วนนี้อย่างมาก ต้องบริหารจัดการเวลาให้ดีกว่านี้ หากต้องการขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศให้มากขึ้น ขณะที่งานของเอในตอนนี้อาจยังไม่พร้อมหรือมีเวลาเพียงพอให้กลับฐานลูกค้าต่างประเทศมากขึ้นไปกว่านี้ แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องจัดการและเรียนรู้ต่อไปในอนาคตค่ะ"

สำหรับแบรนด์ Hinkik Jewelry เอเล่าให้เห็นภาพว่าโดยหน้าที่หลัก ตัวเธอเป็นคนออกแบบเครื่องประดับ ซึ่งในกระบวนการทำงานตามขั้นตอนต่างๆ นอกจากเอทำด้วยตัวเองแล้วก็มีน้องพนักงานที่เป็นช่างฝีมือ มาช่วยทำ ช่วยประกอบด้วย

สำหรับเนื้องานในไทย เอเล่าว่ามีสัดส่วนของความเป็นงาน Caft ประมาณ 80% และส่งโรงงานผลิตอีก 20% 
"ส่วนที่ต้องส่งโรงงาน อาทิ การขึ้นตัวเรือน แต่หากเป็นเรื่องของการประกอบและการลงสี เอจะทำเองและมีน้องที่เป็นช่างช่วยลงสีซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ประสบการณ์อย่างมาก งานฝีมือแขนงนี้หาคนทำได้ยาก ต้องใช้ความอดทนและความละเอียดรอบคอบอย่างมาก" 

"ทีมงานของเอที่ช่วยกันทำเครื่องประดับในตอนนี้มีกันอยู่เพียง 3 คนเท่านั้นรวมตัวเอด้วย ทั้งการประกอบ การลงสี ในอนาคตเอก็อยากมีทีมงานที่มากขึ้นแต่ก็ต้องยอมรับว่าต้องวางแผนให้ดีในเรื่องของการบริหารจัดการอะไรหลายๆอย่าง"


แล้ว ณ วันนี้คุณถือว่า Hinkik Jewelry ประสบความสำเร็จหรือยัง
เอตอบว่า "ถือว่าสำเร็จในขั้นต้นก็แล้วกันค่ะแต่ก็ยังไม่ถึงที่คิดไว้ เป็นความสำเร็จในแง่ของการที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มีคนรู้จักเราในระดับหนึ่ง มีกลุ่มลูกค้าที่รู้จักเรา ซื้องานเรา แต่ในความคิดเราอยากให้มีความเป็นระบบระเบียบมากกว่านี้ ทุกวันนี้เอยังทำงานในบ้าน ในอนาคตก็อยากให้ธุรกิจโตขึ้น ต้องมีการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานมากกว่านี้"

ถามว่าคุณวางเป้าหมายให้กับแบรนด์นี้ไว้อย่างไร รวมถึง Collection ใหม่ๆในอนาคตด้วย
เอตอบว่า "จริงๆ แล้วเป้าหมายก็คืออยากให้แบรนด์ของเรามั่นคง วางไว้ถึงขั้นว่าอยากให้แบรนด์นี้ส่งต่อไปถึงลูกหลานของเราได้เลย เอมองไปถึงขั้นนั้นเลย แต่ปัจจุบันก็ยังมีส่วนที่ต้องแก้ไขปัญหาอยู่ ยังต้องพัฒนาอะไรอีกหลายๆ อย่าง
และอยากให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลด้วย เช่น เมื่อมีคนใส่เครื่องประดับดอกไม้ของเราห้อยคอแล้วเขารู้ว่านั่นคือดอกไม้ไทย ใส่เครื่องประดับดอกรักแล้วรู้ว่าความหมายคือ Love"


นับเป็นเป้าหมายที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกล มุ่งหวังส่งต่อธุรกิจ Jewelry เป็น Legacy จากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งวาง Plan เจาะตลาดสากล หากขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานเพื่อลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง


ด้วยรูปลักษณ์ที่ไม่เพียงจำกัดความนิยมอยู่ในประเทศ
Hinkik Jewelry ยังทำหน้าที่รังสรรค์เครื่องประดับซึ่งเปี่ยมความหมายอันงดงามที่แฝงไว้ในดอกไม้ไทยและวาดหวังส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ไปยังสากลด้วย
........
Text By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล
Photo By : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, hinkik.com, IG : hinkikjewelry

ช่องทางติดตาม
IG : hinkikjewelry
FB : Hinkik Jewelry
Website : hinkik.com