MGR Online : สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมต.ต่างประเทศไทย ตอบโต้ Tom Andrews แถลงรายงานด้านสิทธิมนุษยชนในกัมพูชาเพื่อให้ร้ายประเทศไทย เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของเขมร
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ แถลงข่าวในวันนี้ (3 ส.ค.) ในกรณีที่นายทอม แอนดรูส์ (Tom Andrews) ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา (UN Special Rapporteur on the situation of human rights in Cambodia) แถลงพาดพิงประเทศไทยเรื่องสถานการณ์ไทย–กัมพูชา นายสีหศักดิ์ระบุว่า รัฐบาลไทยไม่ยอมรับการแถลงของนายแอนดรูส์ โดยกระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่เจนีวา เพื่อชี้แจงความจริง และโต้แย้ง
“สิ่งที่ประเทศไทยรับไม่ได้ คือ ทำไมไม่ได้พูดถึงความสูญเสียของประเทศไทยเลย ประเทศไทยมีพลเรือนเสียชีวิต โรงพยาบาล โรงเรียนถูกโจมตี เป็นการเริ่มต้นจากฝ่ายกัมพูชาก่อน รายงานถ้าจะให้เป็นธรรมจริง ๆ ก็ต้องนำเสนอความสูญเสียของฝ่ายไทยด้วย”
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า การแถลงของนายทอม แอนดรูส์ เป็นเพียงรายงานการทำงานของนายแอนดรูส์ ยังไม่ใช่ท่าทีของสหประชาชาติ เนื่องจากนายแอนดรูส์จะต้องส่งรายงานดังกล่าวให้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติพิจารณา
หลังจากนั้นจะต้องมีการอภิปรายและรับทราบโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน เราจะโต้แย้งรายงานดังกล่าว
รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวว่า ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติควรจะต้องเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง และหน้าที่ของนายแอนดรูส์ที่ได้รับมอบหมายคือทำรายงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน “ภายในกัมพูชา” แต่นายนายแอนดรูส์กลับแถลงข่าวโดยพาดพิงถึงประเทศไทย และไม่ได้ตรวจสอบกับประเทศไทยก่อน
“กัมพูชาใช้สถานะผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติของนายแอนดรูส์เป็นเครื่องมือทางการเมือง ประโคมข่าว คัดเลือกบางประเด็นที่เกี่ยวกับประเทศไทยไปขยายผล โฆษณาชวนเชื่อ” นายสีหศักดิ์ระบุว่า การกระทำของกัมพูชาขัดต่อข้อตกลงระหว่างผู้นำ 2 ประเทศที่ตกลงกันว่าจะละเว้นการโจมตีซึ่งกันและกัน แต่กัมพูชายังคงใส่ร้ายป้ายสีประเทศไทยอย่างไม่หยุดหย่อน
กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ โต้แย้งการแถลงของนายแอนดรูส์ ที่อ้างว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศชาวกัมพูชา มากกว่า650,000 คน โดยฝ่ายไทยชี้แจงว่า จำนวนที่กล่าวอ้างนั้นไม่เป็นความจริง เพราะว่าชาวกัมพูชาเหล่านั้นอาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไทยเคยเปิดให้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากไทย และหลังสิ้นสุดสงครามในกัมพูชา ชาวกัมพูชาเหล่านั้นก็ไม่ได้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ว่าฝ่ายไทยได้ทำการประท้วงฝ่ายกัมพูชาหลายครั้งแล้วก็ตาม จึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และไม่เข้านิยามของการเป็นผู้พลัดถิ่น
“ชาวกัมพูชาเหล่านั้นรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทยตั้งแต่สงครามกลางเมือง เป็น “หมู่บ้านชาวกัมพูชา” ในเขตประเทศไทย เป็นหน้าที่ของรัฐบาลกัมพูชาที่ต้องดูแลพลเมืองของตัวเอง โดยในช่วงที่มีการปะทะกัน ประเทศไทยก็มีการอพยพประชาชนคนไทยกว่า 400,000 คนเช่นกัน”
กระทรวงการต่างประเทศยังโต้แย้ง เรื่องที่นายทอม แอนดรูส์ อ้างว่า ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ทำให้แรงงานกัมพูชาต้องเดินทางกลับจากประเทศไทยมากถึง 900,000 คน ในเรื่องนี้ไทยขอชี้แจงว่า แรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศ มีทั้งผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้อ ตามกฎหมายและผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน โดยแรงงานดังกล่าวเดินทางกลับกัมพูชาโดยสมัครใจภายหลังการเชิญชวนของรัฐบาลกัมพูชา
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้ให้คำมั่นมาโดยตลอดว่า ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของแรงงานกัมพูชาในไทย และไม่เคยมีนโยบายที่จะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกจากประเทศแต่อย่างใด
นายสีหศักดิ์ให้ความเห็นว่า ก่อนหน้านี้ นายทอม แอนดรูส์ เคยผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา ซึ่งรายงานของเขามักเต็มไปด้วย‘สีสัน’ ซึ่งเกินเลยจากข้อเท็จจริงไปมาก นายแอนดรูส์กำลังตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลกัมพูชาในการให้ร้ายประเทศไทย
รัฐมนตรีต่างประเทศย้ำว่า การกระทำของรัฐญบาลกัมพูชาจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันย่ำแย่ลง และปิดโอกาสในการเจรจาเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งอย่างสันติ.


