ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ชี้คำกล่าวอ้างว่า “กรุงเทพฯ จะจมน้ำในปี 2050” ไม่ควรถูกตีความเป็นข้อสรุปตายตัว แม้เมืองหลวงเผชิญความเสี่ยงจากน้ำทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเร่งจัดทำการศึกษาระดับชาติและวางแผนรับมือระยะยาวอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ นักวิชาการและอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาโพสต์ข้อความพูดถึงประเด็น “กรุงเทพฯ จะจมน้ำในปี 2050” มีที่มาจากการใช้ปี 2050 เป็นหมุดหมายประเมินผลกระทบโลกร้อนขององค์กรด้านภูมิอากาศ แต่ไม่ควรตีความเป็นข้อสรุปว่ากรุงเทพฯ จะจมน้ำทั้งเมืองในปีดังกล่าวแน่นอน แม้ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงจากภาวะโลกร้อนจะเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง และกรุงเทพฯ ในฐานะพื้นที่ลุ่มชายฝั่งมีความเปราะบางสูง
กรุงเทพฯ เผชิญปัจจัยเสี่ยงควบคู่กัน คือระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและการทรุดตัวของแผ่นดิน แม้อัตราการทรุดตัวลดลงมากหลังมีมาตรการควบคุมการสูบน้ำบาดาล แต่ทั้งสองปัจจัยยังจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ปัญหาสำคัญคือไทยยังขาดการศึกษาระดับชาติที่รวบรวมข้อมูลจากหลายด้าน เพื่อประเมินความเสี่ยงของกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างเป็นภาพรวมเดียวกัน
ดร.สามารถ จึงเสนอให้สังคมกังวลอย่างมีข้อมูล ไม่ตื่นตระหนกหรือปฏิเสธคำเตือนทางวิทยาศาสตร์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งศึกษาความเสี่ยงในช่วง 20-50 ปีข้างหน้า วางทางเลือกในการป้องกันและลดผลกระทบ รวมถึงกำหนดเวลาลงมือที่เหมาะสม เพราะการเตรียมรับมือล่วงหน้าย่อมดีกว่ารอจนปัญหารุนแรงเกินแก้ไข


