เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยแถลงผลการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรี เผยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน พร้อมชื่นชม “อนุทิน” พูดภาษาจีนและร้องเพลง “เถียนมีมี่” สะท้อนมิตรภาพสองชาติ เข้าสู่ยุคหวานชื่น ย้ำความร่วมมือเศรษฐกิจเป็นแบบ “ได้ประโยชน์ร่วมกัน” พร้อมยืนยันจีนไม่สนับสนุนเงินลงทุนผิดกฎหมาย และเดินหน้าความร่วมมือด้าน AI รวมถึงเปิดเส้นทางโลจิสติกส์ผ่านมณฑลเสฉวนหนุนส่งออกสินค้าไทยสู่จีนและยุโรป
เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายจาง เจี้ยนเว่ย (Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย แถลงข่าวที่สถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำกรุงเทพมหานคร ถึงผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลายมิติ
นายจางกล่าวว่า ในการประชุมเศรษฐกิจและการค้าจีน-ไทย นายกรัฐมนตรีอนุทินได้กล่าวเป็นภาษาจีนอย่างคล่องแคล่วว่า "ไทยสู้ๆ เสฉวนสู้ๆ จีนสู้ๆ เพื่อนสู้ๆ" สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานและได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง สะท้อนถึงมิตรภาพและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ นายจางยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยเกี่ยวกับการที่นายกรัฐมนตรีไทยร้องเพลงในงานเลี้ยงรับรอง โดยระบุว่า ในงานเลี้ยงต้อนรับซึ่งจัดโดยนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีอนุทินได้ขับร้องเพลง "เถียนมีมี่" ซึ่งเป็นบทเพลงที่ชาวจีนและชาวไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี และได้รับเสียงปรบมืออย่างอบอุ่น
"เพลงนี้สะท้อนถึงความผูกพันอันลึกซึ้งของประชาชนทั้งสองประเทศ และเราเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์จีน-ไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคที่หวานชื่นยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน" นายจางกล่าว
เอกอัครราชทูตจีนยังแสดงความเชื่อมั่นว่า อนาคตความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยมีความสดใส และยังมีโอกาสขยายความร่วมมืออีกอย่างกว้างขวาง พร้อมกล่าวถึงกระแสวิจารณ์ในประเทศไทยเกี่ยวกับการลงทุนของจีนว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมระหว่างสองประเทศเป็นการ "ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์และชัยชนะร่วมกัน" เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีความเชื่อมโยงและพึ่งพาอาศัยกัน พร้อมร่วมกันขยายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น
นายจางย้ำด้วยว่า รัฐบาลจีนไม่สนับสนุนเงินลงทุนหรือการดำเนินธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย และพร้อมส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพ โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย
สำหรับความร่วมมือด้านเทคโนโลยี นายจางเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศแผนสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้า จีนจะจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่บุคลากรจำนวน 5,000 คน พร้อมจัดตั้งศูนย์ประยุกต์ใช้ AI ระหว่างประเทศสำหรับอาเซียนและองค์กรระดับภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของประเทศไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการพัฒนาบุคลากร
นอกจากนี้ จีนยังพร้อมใช้ศักยภาพของ มณฑลเสฉวน เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรสดและแช่แข็ง เช่น ทุเรียน ลำไย รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้สามารถขนส่งเข้าสู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และต่อเนื่องไปยังตลาดยุโรปได้โดยตรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น.


