xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กโก๋" ซัดกัมพูชาใช้ "โจลี" ขยายวาทกรรมฝ่ายเดียว เตือนคนดังโลกเสี่ยงตกเป็น IO ย้ำไทยไม่ยอมให้มนุษยธรรมถูกใช้เป็นอาวุธการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



JIC ตอบโต้กระแสกัมพูชาดึง "แองเจลินา โจลี" สะท้อนวิกฤตผู้พลัดถิ่นชายแดน ชี้การสื่อสารจากข้อมูลด้านเดียวเสี่ยงบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำประชาคมโลกเข้าใจผิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด พร้อมเตือนการใช้ประเด็นมนุษยธรรมเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมือง ไม่ใช่หนทางสู่สันติภาพ


เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (JIC) ออกโรงตอบโต้กระแสการสื่อสารของฝ่ายกัมพูชา ภายหลังมีการนำข้อความของแองเจลินา โจลี นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง มาเผยแพร่ในวงกว้าง โดยย้ำว่าไทยเคารพหลักมนุษยธรรม แต่ไม่อาจยอมรับการใช้ข้อมูลเพียงด้านเดียวหรือข้อกล่าวหาที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบมาสร้างแรงกดดันต่อประชาคมโลก

พล.อ.อ.ประภาส ยืนยันว่า ประเทศไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด ทั้งการยุติการสู้รบ การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การลดความตึงเครียด และการงดเผยแพร่ข้อมูลที่อาจซ้ำเติมสถานการณ์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่ไทยยึดมั่นข้อตกลงดังกล่าว กลับยังเห็นความพยายามจากอีกฝ่ายในการเผยแพร่ข้อมูลด้านเดียว อ้างตัวเลขที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ และนำประเด็นด้านมนุษยธรรมไปเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาทางการเมืองและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง


ผู้อำนวยการ JIC ยังเตือนว่า การนำบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเป็นผู้ขยายการรับรู้ โดยอาศัยข้อมูลจากฝ่ายเดียว อาจทำให้ประชาคมโลกได้รับภาพสถานการณ์ที่คลาดเคลื่อน ไม่ครบถ้วน และเสี่ยงถูกใช้เป็นเครื่องมือในปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations : IO) โดยไม่รู้ตัว

"ประเทศไทยไม่เคยปฏิเสธความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และไม่เคยคัดค้านการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ แต่การช่วยเหลือต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกใช้เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง หากต้องการสันติภาพ ทุกฝ่ายต้องหยุดการยั่วยุ หยุดเผยแพร่ข่าวที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ และเคารพพันธกรณีที่ได้ตกลงร่วมกันไว้" พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

พร้อมย้ำว่า สันติภาพไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากฝ่ายหนึ่งปฏิบัติตามข้อตกลง แต่อีกฝ่ายยังคงเดินหน้าสร้างกระแสข่าว กล่าวหาผ่านสื่อ และบ่อนทำลายบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ ซึ่งมีแต่จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ

พล.อ.อ.ประภาส ระบุด้วยว่า ประเทศไทยพร้อมเปิดการเจรจา พร้อมให้ความร่วมมือ และพร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทุกเมื่อ แต่จะไม่ยอมให้ประเด็นด้านมนุษยธรรมถูกหยิบยกมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมทางการเมือง หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า "ความจริง ความรับผิดชอบ และการเคารพข้อตกลงร่วม คือรากฐานเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน"

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังสื่อกัมพูชาหลายสำนักเผยแพร่ข้อความของแองเจลินา โจลี ที่โพสต์ผ่านอินสตาแกรมเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เนื่องในวาระครบรอบ 1 ปี เหตุปะทะตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย โดยระบุว่า ยังมีประชาชนกัมพูชาราว 30,000 คน ไม่สามารถกลับบ้านได้ พร้อมแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวผู้พลัดถิ่น และย้ำถึงความผูกพันของเธอกับกัมพูชาที่มีมายาวนานกว่า 20 ปี ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิแมดด็อกซ์


ต่อมา สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาและอดีตนายกรัฐมนตรี ได้แชร์ข้อความดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุว่ารู้สึกประทับใจต่อถ้อยแถลงของนักแสดงฮอลลีวูดรายนี้ ซึ่งสื่อกัมพูชานำเสนอว่าเป็นการสะท้อนผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากเหตุการณ์ที่กัมพูชาอ้างว่าเกิดจาก "การรุกรานของไทย"

การเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้ JIC มองว่า การหยิบยกบุคคลที่มีอิทธิพลระดับโลกมาสื่อสารข้อมูลที่อ้างอิงจากมุมมองเพียงฝ่ายเดียว อาจทำให้ประชาคมระหว่างประเทศรับรู้ข้อเท็จจริงอย่างไม่รอบด้าน และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความไว้วางใจ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ.