สาวยอมสารภาพ กุเรื่องถูกวินมอเตอร์ไซค์ลวนลาม ขณะเดินทางกลับจากแฟนมีต JAY B หลังกล้องวงจรปิดทำโป๊ะแตก ขอโทษทุกฝ่ายที่ทำให้เสียหาย เผยดำเนินเรื่องขอโทษผู้ถูกกล่าวหาแล้ว พร้อมจ่ายเยียวยา ด้านลุงวิน จยย. ลั่น ให้อภัย หากป่วยทางจิตตามที่พี่สาวอ้างจริง
จากกรณีหญิงสาวคนหนึ่งโพสต์คลิปลงโซเชียลมีเดีย ว่าหลังจบงานแฟนมีต JAY B ที่อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี โดยได้เรียกวินมอเตอร์ไซค์ให้ไปส่งที่โรงแรมที่พักซึ่งห่างออกไป 4 กิโลเมตร
โดยอ้างว่าถูกวินวินมอเตอร์ไซค์ ขับเข้าเส้นทางเปลี่ยว และฉวยโอกาสเอามือมาโดนต้นขาถึง 2 ครั้ง จนเธอตกใจและหยิบโทรศัพท์มาอัดคลิปไว้ ก่อนตัดสินใจกระโดดลงจากรถที่กำลังวิ่งอยู่ จนได้รับบาดเจ็บต้องเย็บถึง 9 เข็ม พร้อมโชว์ภาพบาดแผล
กระทั่งเรื่องกลายเป็นไวรัล มียอดวิวกว่า 10 ล้านครั้ง เรื่องนี้ทำให้ต่อมาทาง JAY B ศิลปินเกาหลี ที่ทราบข่าวเข้ามาโพสต์ถามตั้งแต่ช่วงแรกๆ ว่า “Did you sleep well? Where are you?
ต่อมาแฟนคลับศิลปินเริ่มสงสัย จึงสืบหาความจริงจนทราบว่าเป็นเรื่องที่หญิงสาวจินตนาการขึ้นเอง จึงพาลุงวินมอเตอร์ไซค์ไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.ปากเกร็ด และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด
กระทั่งวานนี้ (21 ก.ค.69) นายพัด (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี รปภ.แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นคนขับวินวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเมืองทองธานี ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลัง น.ส.เอ (นามสมมุติ) พี่สาวของหญิงรายนี้ได้โทรศัพท์เข้ามาขอไกล่เกลี่ยเพื่อจะเยียวยาให้กับนายพัด เพื่อแสดงความรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนายพัดที่ถูกผู้คนในโลกโซเชียลด่าทอต่าง ๆ นานา
โดยนายพัดเปิดเผยว่า ในคืนวันเกิดเหตุเป็นวันที่ 12 ก.ค.69 หญิงสาวรายนี้ได้เดินมาเรียกวินวินมอเตอร์ไซค์ให้ไปส่งโรงแรมที่พัก ซึ่งในเวลานั้นคนออกมาจากคอนเสิร์ตจนเกือบหมดแล้ว หญิงรายนี้ได้บอกกับตนว่าให้ไปส่งที่โรงแรมตรงถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 21 ตนจึงขับพาเขาไปโดยไม่ทราบว่าเขาป่วยทางจิต โดยตนได้ตัดสินใจขับรถเลาะไปตามถนนเลียบคลองบางพูด ซึ่งเป็นทางลัด
โดยสาเหตุที่ตนขับไปทางลัดเนื่องจากถ้าไปทางปกติมันจะอ้อมไกลถึง 8 กม. แต่ถ้าไปทางลัดจะใช้ระยะทางเพียง 2 กม. และจะทำให้ประหยัดค่าโดยสารด้วยจากปกติถ้าไปทางตรงตนจะคิดค่ารถประมาณ 200 บาทขึ้นไป เพราะต้องไปอ้อมและกลับรถไกล แต่ถ้าไปทางลัดจะเหลือแค่ 80 บาท
วันนั้นตนเก็บค่าโดยสารแค่ 80 บาทแต่เขาให้มา 100 บาท ตนยังอวยพรชมหญิงรายนี้ไปว่านอกจากจะสวยแล้วยังใจดีอีก ตอนแรกตนไม่รู้เรื่องว่าหญิงรายนี้เอาตนไปโพสต์ประจานจนได้รับความเสียหาย แต่ทางศูนย์รักษาความปลอดภัยของเมืองทอง ทราบเรื่องเพราะโพสต์ดังกล่าวมันเป็นกระแสร้อนแรงมากมีคนเข้าไปดูหลายล้านคน และมีคนเข้ามาคอมเมนต์กันมากมาย แต่ตนไม่ได้เล่นโซเชียลฯ
ทางเมืองทองได้เรียกตนเข้าไปสอบสวนถึงข้อเท็จจริง ซึ่งตนก็บอกไปว่าไม่ได้ทำอะไรตามที่ถูกกล่าวหา เพราะรถมอเตอร์ไซค์ของตนมีคลัช ทางที่วิ่งไปก็แคบ ถ้าขับมือเดียวมันจะตกสะพานเอา เพราะทางมันไม่กว้าง แคบประมาณ 80-1.0 เมตรเอง จากนั้นทางศูนย์เมืองทองจึงให้ตนมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเมื่อวันที่ 19 ก.ค.69 ที่ผ่านมา
หลังจากนั้นพี่สาวของหญิงสาวคนที่โพสต์ได้ติดต่อมาหาตน บอกว่าน้องสาวเขาป่วย มีอาการทางจิต อย่าไปถือสา โดยได้นัดให้ตนมาที่โรงพักวันนี้เพื่อจะมาขอไกล่เกลี่ยกับตน ซึ่งตนก็ไม่ได้ติดใจหญิงสาวรายนี้หากว่าเขาป่วยจริง ตนก็ให้อภัยได้ เพราะตนเป็นคนใจดี ตนเป็นคนคิดบวกตลอดเวลา ถ้าไกล่เกลี่ยกันได้ตนก็ไม่ติดใจอะไร ให้อภัยกันไป
ส่วนในกรณีที่โพสต์ไป และมีการต่อว่าตนจนได้รับความเสียหาย ต้องมาขอโทษตน เพราะเอาเรื่องที่เขาเอาตนไปลงไม่มีความจริงเลย และการที่เอาไปเรื่องไม่จริงไปโพสต์ ทำให้ตนเสียหาย หากไกล่เกลี่ยกันได้แล้วตนก็ให้อภัย ได้แล้วจะนำเงินไปทำบุญ เลี้ยงอาหารสุนัข แมว และคนตกทุกข์ได้ยากต่อไป
ในเบื้องต้นทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในระหว่างนัดเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ไกล่เกลี่ย สภ.ปากเกร็ด เพื่อตกลงเจรจาการเยียวยาต่อไป แต่ถ้าหากไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหา นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต่อไป
ล่าสุดทางด้านหญิงสาวตัวต้นเรื่อง ได้โพสต์สารภาพผิดผ่านทาง บัญชี X ชื่อ @Kookkieayf1 โดยระบุว่า ลุงวินมอเตอร์ไซค์คือผู้บริสุทธิ์ ยอมรับผิดและขอโทษกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
พร้อมอ้างว่า ในคืนนั้นรู้สึกกลัวและวิตกกังวลจริง ๆ ที่วินพาไปทางมืดและเปลี่ยวโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า จึงถ่ายคลิปวิดีโอไว้และอยากออกมาเตือนภัย แต่ด้วยความขาดสติและไม่คิดไตร่ตรองให้ดี จึงได้แต่งเรื่องอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับที่พักเพิ่มเข้าไป
นอกจากนี้ ได้ชี้แจงไทม์ไลน์การดำเนินการเพื่อรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนี้
- เวลา 10.47 น. ได้ติดต่อไปยังพนักงานสอบสวน เพื่อให้ช่วยติดต่อนัดหมายคุณลุงวินมอเตอร์ไซค์ให้ติดต่อกลับ เพราะต้องการขอโทษ
- เวลา 12.42 น.ได้มีการติดต่อพูดคุยและกล่าวขอโทษคุณลุงวินมอเตอร์ไซค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- เวลา 13.11 น.ได้ติดต่อไปหาพลเมืองดีเจ้าของโพสต์ที่ช่วยสืบหาความจริง
ทั้งนี้ยังบอกด้วยว่า บทเรียนครั้งนี้ราคาแพงมาก เพราะความคึกคะนอง ได้สร้างความเดือดร้อนและทำลายความรู้สึกของคนไปมากมายจริง ๆ


