"หมอม็อด" กุมารแพทย์ชื่อดัง ถอดบทเรียนดรามาการรักษาของ "หมออาวุโส" ที่กำลังถูกสังคมตั้งคำถาม ชี้ชัดปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขอายุ แต่อยู่ที่การ "หยุดเรียนรู้-เลิกรับฟังและไม่ให้เกียรติคนไข้" พร้อมดึงสติสังคมอย่าเพิ่งเหมารวมแพทย์วัยเกษียณที่ยังทรงคุณค่า
วันนี้ (20 ก.ค.) เพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” หรือ นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก ได้ออกมาโพสต์หลังข่าวการเสียชีวิตของสามีคุณครูท่านหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของแพทย์อาวุโสวัยกว่า 70 ปี ในมาตรฐานการดูแลรักษาและพฤติกรรมการสื่อสารกับคนไข้ จนเกิดเป็นกระแสตั้งคำถามในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวางว่า "หมออาวุโส ยังควรตรวจคนไข้อยู่หรือไม่?
โดยผู้โพสต์ระบุว่า “"หมอแก่ ควรเลิกตรวจคนไข้ได้แล้ว" ช่วงนี้จะเห็นประโยคนี้เต็มโซเชียล
หลังข่าวสามีของครูทรายเสียชีวิต และแพทย์อายุ 70 กว่าปีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งเรื่องการดูแลรักษาและคำพูดกับคนไข้ โดยขณะนี้เรื่องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหลายหน่วยงาน
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก...เพราะเมื่อปลายปีที่แล้ว
ก็มีกรณีหมออาวุโสใช้น้ำราดตัวเด็กเพื่อลดไข้
จนเกิดคำถามเดิมขึ้นมาอีกครั้งว่า... หมออาวุโส ยังควรตรวจคนไข้อยู่หรือไม่?
ในฐานะหมอคนหนึ่งที่มีโอกาสทำงานกับอาจารย์แพทย์อาวุโสมาหลายท่าน ผมอยากเล่าให้ฟังครับ
ว่าหมออาวุโสในประเทศไทยเนี่ยมีอยู่ 2 แบบ
หมออาวุโสกลุ่มแรก...คือหมอที่ผมเคารพมากที่สุด
หลายท่านอายุ 70 หรือ 80 ปีแล้ว แต่ยังเข้าประชุมวิชาการ ยังอ่านงานวิจัยใหม่ อ่านแนวทางการรักษาใหม่ๆ ตามหลักฐาน ยังยอมรับว่า "ถ้ามีวิธีที่ดีกว่า เราก็ต้องเปลี่ยน"
เวลามีเคสยากๆ หมอรุ่นน้องอย่างพวกเรากลับเป็นฝ่ายเดินเข้าไปขอคำปรึกษา เพราะประสบการณ์หลายสิบปี เมื่อเดินคู่กับองค์ความรู้ที่ทันสมัย คือสิ่งที่มีค่ามาก หมอกลุ่มนี้...ไม่ได้เก่งเพราะอายุ แต่เก่งเพราะไม่เคยหยุดเรียนรู้
แต่หมออาวุโสอีกกลุ่มหนึ่ง... ก็ต้องยอมรับว่ามีอยู่จริง
เป็นหมอที่อายุเพิ่มขึ้น แต่ความรู้กลับหยุดอยู่กับที่
เมื่อ 40-50 ปีก่อนรักษาอย่างไร วันนี้ก็ยังรักษาแบบเดิม ทั้งที่วงการแพทย์เปลี่ยนแปลงทุกวัน มีงานวิจัยใหม่ มีหลักฐานใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่กลับเชื่อว่า "ประสบการณ์ของตัวเอง" สำคัญกว่าหลักฐานใหม่ และสิ่งที่น่าเสียดายยิ่งกว่า... คือบางคนไม่ได้หยุดแค่การเรียนรู้ แต่หยุดรับฟังคนไข้ด้วย
คำพูดเพียงไม่กี่คำ อาจติดอยู่ในใจคนไข้และครอบครัวไปตลอดชีวิต เพราะคนไข้ไม่ได้ต้องการแค่หมอที่รักษาโรค แต่ต้องการหมอที่รับฟังและให้เกียรติเขา
สำหรับผม... ข่าวนี้ควรถูกตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่ามีความผิดก็ต้องรับผิดตามกระบวนการ ไม่มีใครควรได้รับการยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นหมออายุ 30 ปี 50 ปี หรือ 70 ปี
แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่อยากให้เราเหมารวมว่าหมออาวุโสทุกคนไม่ควรตรวจคนไข้อีกแล้ว เพราะหมอที่เก่งที่สุดหลายคนที่ผมเคยร่วมงานด้วยก็เป็นหมออายุ 70 และ 80 ปี
สำหรับผม... หมอที่ควรเลิกทำงานไม่ใช่หมอที่อายุมาก แต่คือหมอที่หยุดเรียนรู้ หยุดรับฟังและหยุดให้เกียรติคนไข้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เพราะสุดท้ายแล้ว...สิ่งที่ทำให้หมอคนหนึ่งมีคุณค่า ไม่ใช่อายุ แต่คือการไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง ทั้งในฐานะแพทย์ และในฐานะมนุษย์”


