xs
xsm
sm
md
lg

ดรามาปาประทัดใส่ช้างป่า "พลายสาริกา" หน.เขาใหญ่ขอโทษ ยันต้องสกัดเป็นช้างตกมันบุกสวนทุเรียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากดรามาปาประทัดใส่ “พลายสาริกา” ช้างป่าเขาใหญ่ ล่าสุดหัวหน้าอุทยานฯ ออกมาขอโทษและชี้แจงความจริงอีกมุม เผยช้างกำลังตกมันและพาสมาชิกกว่า 20 ตัวบุกสวนทุเรียนชาวบ้าน เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้อุปกรณ์ประกายไฟที่ ไม่มีเสียงระเบิดเพื่อดึงความสนใจและสกัดกั้น ยืนยันช้างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Ju Tanya” ได้โพสต์ภาพวินาทีที่ “พลายสาริกา” ช้างป่าขวัญใจชาวบ้านแห่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถูกขว้างประทัดใส่จนเกิดสะเก็ดไฟ และระบุแคปชันว่า “ทำเพื่อ”

ล่าสุดวันนี้ (20 ก.ค.) นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมกล่าวขอโทษประชาชนที่รู้สึกไม่สบายใจจากภาพเหตุการณ์ดังกล่าว

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อธิบายว่า บุคคลในภาพที่ใช้อุปกรณ์ประกายไฟคือเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังช้างป่า ส่วนระยะห่างระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับช้างที่ดูใกล้ชิดในคลิปนั้น แท้จริงเป็นผลจากมุมกล้องที่ทำให้ระยะดูสั้นกว่าความเป็นจริง โดยระยะปฏิบัติงานจริงยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยตลอดเหตุการณ์ ทั้งนี้ ทางอุทยานฯ ขอบคุณสำหรับข้อสังเกตจากสังคม และจะนำไปเป็นบทเรียนปรับวิธีสื่อสารและวางแนวปฏิบัติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ยังได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียดรอบด้าน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยผลการตรวจสอบจะถูกนำมาเปิดเผยและใช้ประกอบการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติงานต่อไป

ด้าน นายสถาพร ธีระวัฒน์ หัวหน้าเขตจัดการอุทยานแห่งชาติที่ 6 ให้ข้อมูลเชิงวิชาการว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้มีการผลักดันช้างพลายสาริกาอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วง 2 เดือนนี้พลายสาริกามีอาการตกมัน ทำให้ช้างก้าวร้าวขึ้น การรับรู้สิ่งแวดล้อมลดลง และพร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งกีดขวางง่ายกว่าปกติ การใช้วิธีผลักดันแบบอ่อนโยนหรือใช้สิ่งกีดขวางเบาที่เคยได้ผลจึงอาจไม่เพียงพอ

สำหรับสถานการณ์ในวันเกิดเหตุ พลายสาริกาได้ชักชวนช้างป่าในพื้นที่รวมกว่า 20 ตัว เคลื่อนตัวบุกเข้าไปในสวนทุเรียนของราษฎร สร้างความเสียหายและเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ประกอบกับพลายสาริกาอยู่ในภาวะตกมันซึ่งมีแนวโน้มก้าวร้าวสูงกว่าปกติ เจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องผลักดันฝูงช้างออกจากพื้นที่ชุมชนโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะขยายวงกว้างและลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ในวันเกิดเหตุ ขณะช้างกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขตชุมชน เจ้าหน้าที่และจิตอาสาจึงเลือกใช้อุปกรณ์ดังกล่าวแทนอุปกรณ์เสียงดัง เพราะไม่มีเสียงระเบิดที่จะกระตุ้นให้ช้างตื่นตระหนกรุนแรงหรือกระทบระบบการได้ยิน เพื่อดึงความสนใจทางสายตาในระยะสั้นและหยุดจังหวะการเดินหน้าของช้างเท่านั้น ยืนยันว่าไม่ก่อให้เกิดบาดแผลหรืออันตรายทางกายภาพต่อช้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ทางอุทยานฯ ได้แต่งตั้งกรรมการเพื่อสอบข้อเท็จจริงประเด็นดังกล่าว พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปรับแนวทางให้เหมาะสมต่อไป โดยเน้นการเฝ้าระวังล่วงหน้า รวมถึงประเมินความเสี่ยงและเส้นทางเคลื่อนที่ของพลายสาริการ่วมกับนักวิชาการสัตว์ป่าเป็นประจำทุกวัน ตลอดจนเพิ่มความร่วมมือกับชุมชนในการจัดการแหล่งอาหารล่อใจ เพื่อลดโอกาสที่ช้างจะออกนอกเขตป่าต่อไป