xs
xsm
sm
md
lg

อุทาหรณ์บีบหัวใจ! แค่ 10 นาที ลูก ป.4 สมองเสียหายคาห้องพยาบาล ร.ร. จี้สถานศึกษาเลิกกั๊กกล้องวงจรปิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กลายเป็นประเด็นสะเทือนใจสังคมและสร้างข้อกังวลครั้งใหญ่เกี่ยวกับระบบความปลอดภัยในสถานศึกษา เมื่อมารดาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดวิกฤต หลังลูกชายมีอาการป่วยและถูกส่งเข้าห้องพยาบาล แต่กลับหมดสติและหัวใจหยุดเต้นจนสมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ที่น่าตกใจคือทางครอบครัวและทีมแพทย์ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนในการเปิดเผยภาพวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุ เหตุการณ์นี้จึงนำมาสู่การเรียกร้องครั้งสำคัญ เพื่อให้ทุกโรงเรียนยกระดับมาตรฐานการรับมือเหตุฉุกเฉินและมีความโปร่งใส ก่อนจะเกิดความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้อีก

วันนี้ (20 ก.ค.) คุณแม่ของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเผยแพร่เรื่องราวเพื่อเป็นอุทาหรณ์และเรียกร้องให้สถานศึกษาทุกแห่งยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้รัดกุมยิ่งขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ลูกชายแจ้งอาการป่วยและถูกส่งเข้าห้องพยาบาล แต่กลับหมดสติและหัวใจหยุดเต้นนานร่วม 10 นาทีจนสมองเสียหายรุนแรงและวิกฤตอยู่ในห้อง ICU โดยที่ครอบครัวยังไม่ได้รับความร่วมมือจากทางโรงเรียนในการส่งมอบภาพกล้องวงจรปิดให้แพทย์ใช้ประเมินสาเหตุ เธอจึงมุ่งหวังให้ความสูญเสียครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันให้โรงเรียนมีระบบรับมือเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน มีบุคลากรเฝ้าระวังเด็กป่วยอย่างใกล้ชิด และโปร่งใสในการให้ข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมเช่นนี้กับครอบครัวอื่นอีก ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

""ลูกแค่บอกครูว่าไม่สบาย"... ไม่มีพ่อแม่คนไหนคิดว่านั่นจะเป็นประโยคสุดท้ายที่ยังได้คุยกับลูก วันนี้ ฉันขอใช้พื้นที่เล็กๆ นี้เล่าเรื่องของลูกชาย เพื่อหวังว่าจะไม่มีครอบครัวไหนต้องเผชิญเหตุการณ์เช่นเดียวกับเรา เช้าวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. ระหว่างเข้าแถว ลูกชายของฉัน ซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้แจ้งครูว่ามีอาการปวดคอ ปวดท้องและปวดหัว

โรงเรียนได้โทร.แจ้งให้ฉันมารับลูกกลับบ้าน ฉันรีบออกจากบ้านและใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเดินทางไปถึงโรงเรียน เมื่อฉันเปิดประตูห้องพยาบาลเข้าไป ภาพที่เห็นคือลูกชายของฉันนอนหมดสติ ตัวเขียว และไม่ตอบสนองอีกแล้ว ลูกถูกรีบนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ก่อนถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศิริราช แพทย์แจ้งว่าลูกมีภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน หัวใจหยุดเป็นเวลาร่วม 10 นาที ส่งผลให้สมองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และวันนี้ลูกยังคงนอนอยู่ในห้อง ICU โดย

แพทย์ได้แจ้งให้ครอบครัวเตรียมใจ จนถึงวันนี้ ฉันยังคงตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่า... ระหว่างที่ฉันกำลังรีบเดินทางไปหาลูก เกิดอะไรขึ้นกับลูกบ้าง? ทีมแพทย์ได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงเรียน เพื่อนำไปประกอบการประเมินว่าก่อนที่ลูกจะหมดสติ มีอาการผิดปกติหรือสัญญาณเตือนทางการแพทย์ใดเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลสำคัญต่อการรักษาและการค้นหาสาเหตุ

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวรู้สึกว่ายังไม่ได้รับความร่วมมือในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว ทำให้เรายังคงมีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้
ฉันไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อกล่าวโทษใคร แต่ฉันอยากขอให้เหตุการณ์ของลูกเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกโรงเรียนในประเทศไทยกลับมาทบทวนมาตรฐานการดูแลเด็กเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เด็กที่ป่วยและถูกส่งเข้าห้องพยาบาลควรได้รับการเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงไม่กี่นาที อาการอาจเปลี่ยนจาก "ไม่สบาย" กลายเป็น "วิกฤต"

ทุกโรงเรียนควรมีระบบรับมือเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน บุคลากรที่พร้อมช่วยเหลือ และความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อการรักษาและการตรวจสอบข้อเท็จจริง ฉันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปช่วยลูกได้ แต่ฉันหวังว่าเรื่องของลูก จะช่วยปกป้องลูกของคนอื่น หากเรื่องนี้ไปถึงผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง สื่อมวลชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฉันขอเพียงอย่างเดียว...

ช่วยกันผลักดันให้โรงเรียนทุกแห่งมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้ครอบครัวใดต้องเผชิญความสูญเสียแบบที่ครอบครัวของฉันกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้"