xs
xsm
sm
md
lg

จบแล้วจ้า! ‘เนติวิทย์’ ตอกกลับคนแซะ “เฒ่าเฝ้าจุฬาฯ” โชว์โปรไฟล์ล่าสุด คว้าทุน ป.โท ฮาร์วาร์ดเต็มจำนวน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



‘เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล’ ออกมาชี้แจงสถานภาพการศึกษา ยืนยันสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน ตอกกลับนักวิจารณ์ที่เรียกเขาว่า ‘เฒ่าเฝ้าจุฬาฯ’ ด้วยการคว้าทุนเต็มจำนวนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา พร้อมย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ‘การศึกษาคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจบเร็วกว่ากัน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นนักเคลื่อนไหว ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงข้อสงสัยเรื่องสถานภาพการศึกษา โดยยืนยันว่าตนสำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วเมื่อสองปีก่อน (ใช้เวลาเรียนรวม 8 ปี) พร้อมย้ำจุดยืนว่าการศึกษาคือการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ไม่ควรถูกตัดสินด้วยระยะเวลา ปัจจุบันผู้เขียนได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวนเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ Harvard Divinity School หลังจากได้รับทุนไปเป็น Fellow มาแล้ว 1 ปี โดยกำลังจะมีผลงานนิทรรศการร่วมกับนักศึกษาฮาร์วาร์ดในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ ผู้เขียนไม่ถือสาคำวิจารณ์ในอดีตและยังคงมุ่งมั่นทำงานขับเคลื่อนสังคมเพื่อชุมชนสามย่านที่เปรียบเสมือนผู้ให้การศึกษาที่แท้จริง พร้อมเปิดรับให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่สนใจศึกษาต่อ และได้ทิ้งท้ายเชิญชวนผู้ที่ต้องการสนับสนุนให้อุดหนุนหนังสือ “การศึกษาของนิสิตเลว: 5 ปีในรั้วจุฬาฯ” ของสำนักพิมพ์นิสิตสามย่าน ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

"เวลาไปที่ไหนก็มักมีคนถามผมว่า “เรียนจบหรือยัง” หากดังที่ผมเคยแสดงความเห็นไว้ และเพจ The Unlock นำไปเผยแพร่ว่า
“ผมจะเรียน 5 ปี 8 ปี หรือ 10 ปี ก็เรื่องของผม” เพราะผมเชื่อว่า “การศึกษาเป็นเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต” คนเราไม่ควรถูกตัดสินว่าต้องเรียนจบภายในกี่ปีตามค่านิยมของสังคม เพราะการเรียนจบเร็วไม่ได้แปลว่าได้รับการศึกษาอย่างแท้จริงเสมอไป บางครั้ง การใช้เวลาเรียนรู้นานขึ้นอาจทำให้เราได้ซึมซับ ตั้งคำถาม และเข้าใจสิ่งต่างๆ มากกว่าการศึกษาแบบสำเร็จรูป
ส่วนการจะเรียกใครว่าเป็น “บัณฑิต” อย่างแท้จริง ก็คงต้องดูกันยาวๆ จากการกระทำ คุณและโทษ มากกว่าจะรีบตัดสินจากใบปริญญา

แม้ใบปริญญาจะถูกเข้าใจถูกมากขึ้นว่าไม่อาจรีบวัดตัดสินอะไรได้ อย่างไรก็ดี ยังมีคนจำนวนหนึ่งไม่เข้าใจ บางคนโจมตีผมในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์อยู่เรื่อยๆ ว่าเป็น “เฒ่าเฝ้าจุฬาฯ” หรือยกคนรุ่นเดียวกับผมที่เรียนจบและประสบความสำเร็จแล้วมาเปรียบเทียบเพื่อข่มกัน ผมไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เพื่อไขข้อสงสัยให้ชัดเจน และมิตรสหายจะได้ไม่ต้องถามคำถามนี้ซ้ำๆ จึงขอแจ้งว่า
ผมเรียนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วครับ

ผมใช้เวลาเรียนทั้งหมด 8 ปี และสำเร็จการศึกษาเมื่อสองปีก่อน หลังจากเรียนจบ ไม่กี่เดือนต่อมา ผมก็ได้รับทุนจาก Harvard Divinity School ให้ไปเป็น Fellow เป็นเวลาหนึ่งปี โดยได้รับทุนเต็มจำนวน ทั้งค่าเล่าเรียน เงินสนับสนุน และที่พักภายในมหาวิทยาลัย พร้อมอิสระในการเรียนและทำวิจัยในเรื่องที่สนใจ เมื่อได้เรียนที่นั่นแล้ว ผมรู้สึกชอบทั้งบรรยากาศทางวิชาการ ผู้คน และพื้นที่สำหรับการตั้งคำถาม ปีนี้จึงสมัครเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโท และได้รับการตอบรับเป็นนักศึกษาเต็มตัว พร้อมทุนเต็มจำนวน สักพักใหญ่แล้ว

ผมมีความสุขกับการเรียนที่นั่นมาก จริงๆ ก็เรียนๆ  และก็เล่นๆ ปรัชญาการศึกษาที่นั่นต่างจากบ้านเรา หาทำหาความรู้กับผู้คนหลากหลายสาขา หนึ่งในนั้นคือนิทรรศการที่ทำร่วมกับนักศึกษาจาก Harvard Graduate School of Design ซึ่งจะเปิดในวันที่ 21 กรกฎาคม ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร รวมถึงโครงการอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับใครที่ยังกล่าวหาว่าผมเรียนไม่จบ ผมก็ไม่ได้ถือสา หรือโกรธเลย อ่านแล้วบางครั้งก็อดขำไม่ได้ เพราะการกล่าวหาโจมตีผู้อื่นอาจสะท้อนสภาวะจิตใจของผู้พูด มากกว่าความจริงของคนที่ถูกกล่าวหาก็ได้ ท้ายที่สุดแล้ว ก็กลับมาทบทวนกันว่าการศึกษาไม่ได้หมายถึงเพียงการเรียนจบหรือไม่จบ แต่หมายถึงความสามารถในการคิด ตั้งคำถาม ลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ และพยายามดำเนินชีวิตอย่างดีงาม

ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนผมมาโดยตลอด แรงสนับสนุนเหล่านี้ทำให้ผม “เอาตัวรอดจากจุฬาฯ” มาได้ และหากจะพูดถึงสถานศึกษาที่ให้การศึกษาแก่ผมอย่างดีที่สุด ผมคิดว่านั่นคือ “ชุมชนสามย่าน” ผมจึงจะยังคงต่อสู้เพื่อสามย่านต่อไป พร้อมขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ด้วยการเชื่อมโยงความรู้ ผู้คน และเครือข่ายจากนานาชาติเข้ามาร่วมกัน

สำหรับนิสิต นักศึกษา หรือคนรุ่นใหม่ที่สนใจมาปรึกษาเรื่องการสมัครเรียนหรือการศึกษาต่อที่ Harvard Divinity School ผมยินดีแบ่งปันประสบการณ์สนับสนุนเท่าที่รู้และทำได้ อยากส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้ไปได้ไกล จะพยายามทำครับ"