ดราม่าเดือดสั่นคลอนความมั่นคง! เมื่อสื่อใหญ่ทำพลาด ปล่อย ‘แผนที่ลับทหารชายแดน’ หลุดว่อนเน็ตแบบไม่เซ็นเซอร์ ชี้เป้าละเอียดลึกยันคลังอาวุธและฐานรถถัง จนข้อมูลตกไปอยู่ในมือเพื่อนบ้านเรียบร้อย งานนี้ทำเอาทหารแนวหน้าชีวิตแขวนบนเส้นด้าย ต้องวิ่งวุ่นขุดบังเกอร์-ย้ายฐานกันฉุกเฉิน! ล่าสุดเพจสายทหารสุดทน ออกมาจี้สื่อต้นเรื่องเลิกตีมึนและออกมาขอโทษด่วน พร้อมฟาดแรงถึงกองทัพ... เลิกเก่งกับประชาชน แล้วหันมาเอาผิดสื่อใหญ่ให้เด็ดขาดเสียที!
วันนี้ (18 ก.ค.) เพจ "Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ" ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การเผยแพร่ข้อมูลแผนที่พิกัดที่ตั้งทางทหารบริเวณชายแดนผ่านสื่อเจ้าดัง สะท้อนให้เห็นถึง ความหละหลวมในการจัดการข้อมูลความมั่นคงขั้นวิกฤต ทั้งจากฝั่งเจ้าหน้าที่และองค์กรสื่อ ต้นตอของปัญหาเกิดจากการส่งต่อข้อมูลภายในระหว่างบุคลากรทางทหารและนักข่าวที่อาศัยเพียงความไว้วางใจส่วนบุคคล ผนวกกับการแข่งขันนำเสนอข่าวสารที่มุ่งเน้นความรวดเร็ว ทำให้สื่อมวลชนละเลยกระบวนการคัดกรองข้อมูลและเลือกเผยแพร่ข้อมูลดิบที่มีความอ่อนไหวสูงออกสู่สาธารณะ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดหลักจรรยาบรรณวิชาชีพสื่ออย่างร้ายแรง แต่ยังถือเป็นความล้มเหลวซ้ำรอยของระบบรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลของกองทัพ ที่ปล่อยให้รายละเอียดทางยุทธวิธีหลุดรอดไปถึงมือฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย
ผลกระทบจากการเปิดเผยข้อมูลชั้นความลับนี้ สร้างความเสียหายทางยุทธวิธีและนำความเสี่ยงสูงสุดมาสู่ชีวิตกำลังพล บังคับให้หน่วยในพื้นที่ต้องสูญเสียทรัพยากรและเวลาจำนวนมากในการปรับย้ายฐานที่ตั้ง ขุดแนวสนามเพลาะ และเสริมความแข็งแกร่งของบังเกอร์ใหม่เพื่อแก้สถานการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น บทความยังได้ตั้งคำถามสำคัญถึง มาตรฐานความรับผิดชอบและการบังคับใช้กฎหมาย โดยชี้ให้เห็นความย้อนแย้งที่หน่วยงานระดับกระทรวงกลาโหมมักเลือกใช้วิธีประนีประนอมกับสำนักข่าวขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายระดับชาติ แต่กลับมีท่าทีแข็งกร้าวต่อประชาชนผู้ใช้วิจารณญาณตรวจสอบ การจะแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องมีการบังคับใช้บทลงโทษที่เด็ดขาดและเท่าเทียม เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง ทั้งนี้ทงเพจได้ระบุข้อความว่า
"การเผยแพร่ภาพแผนที่ที่ตั้งทางทหารไทยจากช่องตาเฒ่า-ภูผี จรรยาบรรณของสื่อไทยและผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อวานมีข่าวทหารไทยเหยียบกับระเบิดเก่าแถวสัตตะโสมอย่างที่เราท่านทราบกันทั่วครับ ทหารได้รับบาดเจ็บนิดหน่อยสำนักข่าวต่างๆก็ลงข่าวกัน แต่ผมไปเจอฟีดของเพจข่าวหนึ่ง ที่ได้นำภาพแผนที่ ซึ่งมีการระบุที่ตั้งทางทหารไทยที่บริเวณ จากช่องตาเฒ่า สัตตะโสม โดนตรวล และภูผี จำนวนหลายสิบฐาน แล้วมีการพิกัดจุดที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิดอยู่ทางแถวยอดเขาสัตตะโสม
คือแผนที่มันชัดขนาดถ้าเเขมรเห็นถึงกับบอกว่าหวานเจี๊ยบเลย แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับส่วนหนึ่งกับสำนักข่าวนี้นะครับ เพราะจริงๆ มันไม่ได้มีแค่สำนักข่าวที่กำลังตกเป็นข่าวนี้สำนักเดียว ยังมีสำนักข่าวใหญ่อื่นๆอีกหลายเจ้าก็โพสต์เช่นกัน ที่ได้ยินมาคือเมื่อเกิดเหตุ นักข่าวแต่ลำสำนักก็พยายามติดต่อแหล่งข่าวหรือคนในกองทัพนั่นแหละครับ ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับ ปรกติสำนักข่าวไหนในโลกเขาก็ทำกันครับ เขาก็ต้องมี Connection กับแหล่งข้อมูล(เจ้าหน้าที่รัฐ)ที่อยู่ในหน่วยงานต่างๆที่พอจะเช็คข่าว ตรวจสอบข่าว และให้ข่าวที่ถูกต้องกับเขาได้ เพราะถ้าเขาเอาข่าวมั่วลงโพสต์ สำนักข่าวก็โดนตราหน้าว่าเชื่อถือไม่ได้ เขาจึงต้องมีการตรวจสอบ และวิธีที่ใช้คือหาแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ในหน่วยงานต่างๆ เพราะเอาเข้าจริงบางเรื่องบางอย่าง เวลาจะขอข้อมูลมันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกที่จะได้ความจริงจากสื่อทางการของหน่วยงานรัฐนั้นๆ เลยต้องอาศัยข้อมูลวงใน ส่วนทหารเองบางครั้งก็ต้องพึ่งสื่อ ในบางเรื่องที่ต้องขอให้ช่วยเสนอข่าวนั่นนี่ มันจึงเป็นความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน
เมื่อมีนักข่าวคนสนิทที่ไว้ใจติดต่อมาขอข้อมูล ทหารก็เอาง่ายกดแชร์ภาพข้อมูลที่ส่งต่อในไลน์รายงานสถานการณ์ส่งให้นักข่าวที่สนิทไปด้วยความที่สนิทเชื่อใจว่าคงไม่ส่งต่อ แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน พอมาถึงมือสื่อ กลายเป็นว่าเอาไปลงทั้งดุ้นเลย คือผมก็ไม่รู้สื่อจะรีบไปไหน เอาไปแปลงเป็น info graphic ก่อนดีกว่าไหม หรือเอาไปหมุดใน gg map ยังดูง่ายสำหรับประชาชนมากกว่า การที่ทหารส่งข้อมูลออกมาถามว่าผิดไหม มันผิดแหละ แต่ผมเชื่อว่าหาตัวไม่ได้หรอก แต่อย่างที่ผมบอกครับด้วยความเชื่อใจมั่นใจในคู่สนทนา และถึงจะป้องกันยังไงเราไม่สามารถบล๊อคเรื่องแบบนี้ได้ 100% หรอกครับ ด้วยเหตุผลที่ผมพูดไป เพราะก็มีแต่ทหาาชั้นผู้ใหญ่แหละที่ได้รับรายงานแบบนี้ คงไม่ใช่พลทหารหรือนายสิบหน้าแนวส่งต่อครับ แต่สิ่งที่ผมอยากชี้คือ เมื่อเราไม่ว่าจะเป็นใคร ได้อะไรแบบนี้มาอยู่ในมือ มันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันรักษาข้อมูลไม่ให้มันหลุดไปแบบจงใจหรือไม่จงใจ พอได้ข้อมูลมาสำนักข่าวที่โดนทัวร์ลงตอนนี้ ดันรีบโพสต์ก่อนเพื่อน สดจัด ไวจัด รีบโพสต์เหมือนรีบวิ่งเข้าเส้นชัย จากการตรวจสอบของผมพบว่ามีสำนักข่าวอื่นๆอีกหลายสำนักก็เอาภาพเดียวกันนั้นไปลงหน้าข่าวในเพจในเวปของตน ผมแคปไว้หมดแหละดังๆทั้งนั้น แต่พอมีคนไทยหลายคนเห็นก็เข้าไปโวยกับช่องข่าวทั้งหมด
สำนักข่าวอื่นๆไหวตัวทันรีบลบ แต่ตัวสำนักข่าวเจ้าที่มีปัญหา เข้าใจว่าโพสต์ก่อนเพื่อน เวลาโพสต์ยิ่งปล่อยไว้นานมันก็ดันขึ้นฟีดของคนมากขึ้นเรื่อยๆ
ทหารจากศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกทราบเรื่องนี้หลังจากที่โพสต์ไม่นาน ก็รีบประสานไปขอให้ลบเปลี่ยนภาพ ทางสำนักข่าวที่มีปัญหาจึงเปลี่ยน ทุกคนก็ทำเต็มที่แต่มันก็ไม่ทันอะครับ คนไทยที่รู้ถึงแค่บ้านโป่งก็เอารูปไปแชร์ต่อ เอาภาพไปลงในเพจตัวเอง เมื่อวานก็ไล่ตามช่วยกันบอกให้ลบโพสต์ เพราะหวังว่ามันจะทันมันจะไม่หลุดไปถึงมือเขมร หนักสุดคือในx ขอยังไงทักไปยังไงแม่งก็ไม่ลบ หรือมันไม่อ่านก็ไม่ทราบ แบบโพสต์ทิ้งไว้แล้วไปนอน จนสุดท้ายเขมรมาดูดเอาไป หรือที่จริงแล้วทหารเขมรมันอาจจะดูดได้จากช่วงแรกๆได้ไปละ แต่มันเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ ทหารไทยคนไทยทำกับเขมรยังไง เราหาข้อมูลในสื่อของเขมรยังไง มันก็ทำกับเราเหมือนกันครับไม่ต่างกัน มันก็ตามเกาะตอดหาข่าวจากช่องทางออนไลน์ เราพลาดเรื่องแผนที่ตั้งทางทหารมาอย่างน้อย 2 รอบแล้วนะครับ
จำกันได้ไหมครับครั้งแรกคือปีก่อน หลังการรบรอบแรก ผบ.สส. คนเก่า พลเอก.ทรงวิทย์ หนุนภักดี เดินทางไปที่แถวตาควาย แล้วมีการพูดคุยบรรยายสรุปสถานการณ์ ดันมีคนคนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่ถ่ายภาพท่านแล้วถ่ายติดแผนที่ทางทหาร เอาไปโพสต์ในเพจ ตชด.เพจหนึ่ง แล้วสำนักข่าวก็ไปดึงภาพเอามาโพสต์ไปทั่วจนหลุดไปเขมร ภาพในตอนนั้นถามว่าชัดไหม ก็ชัดครับพอดูออกเข้าใจได้ ดูออกว่าที่ตั้งทางทหารอยู่ไหนบ้าง ครั้งนั้นว่าชัดแล้ว แต่ครั้งนี้มันเป็นแผนที่แบบที่สามารถเปิดมือถือซูมแหวกดูได้ว่าที่ตั้งไหนคือหน่วยทหารประเภทไหน ขนาดหน่วยเท่าไหร่ มีชื่อฐานว่าอะไร คือละเอียดมาก การเผยแพร่สิ่งนี้สู่สาธารณะทุกคนก็ทราบดีว่ามันอันตราย แต่ทำไมยังทำกัน? เคยโดนด่าไปละรอบหนึ่ง เคยมีปัญหาไปละรอบหนึ่งยังไม่จำกันหรือ ไม่รู้จริงๆ หรืออยากได้แค่คำว่าฉันเป็นที่ 1 ในยุทธจักรวงการสื่อ เลยรีบลงทั้งแผนที่อย่างนั้น จากเหตุการณ์นี้ทหารเองก็อาจจะต้องระวังเรื่องการแชร์ภาพครับ ส่วนสื่อเองก็ต้องคิดให้มาก ปากบอกว่าเก็บความลับทางทหาร อย่าถ่ายที่ตั้ง อย่าถ่ายอาวุธ แต่พอมีข้อมูลหลุดมาที แบบว่าอึ้งแดกกันทั้งบาง ผมเห็นทีแรกแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลย
ผมมีคำถามหนึ่งอยากถามทุกคนและสื่อทุกสำนักและทหารทุกท่าน คำถามแรก ในฐานพวกนี้มีลูกชายของกี่ครอบครัวครับ มีคู่ชีวิตของผู้หญิงกี่คน มีพ่อของลูกอีกกี่คน มีสมาชิกในครอบครัวกี่ครอบครัวครับที่อยู่ในพื้นที่ การที่เอาภาพพวกนี้ซึ่งเป็นข้อมูลปิดมาเปิดเผย มันส่งผลทำให้คนเหล่านี้ตกอยู่ในอันตราย มันเหมาะสมหรือไม่
สอง สำนักข่าวที่ออกมาโพสต์ คุณจะรับผิดชอบเรื่องนี้ไหวไหมครับ หากการกระทำของคุณทำให้คนเหล่านี้ไม่ปลอดภัย หรืออาจจะนำไปสู่ความสูญเสียในอนาคต
สาม ถ้าคุณเป็นลูกของทหาร คุณเป็นเมียทหาร คุณเป็นพ่อแม่ของทหารที่อยู่ในฐานเหล่านี้ คุณจะรู้สึกอย่างไร กับการกระทำครั้งนี้ ผมมีเพียงสามข้อที่อยากถามครับ ตอบในใจตัวเองครับ ผลกระทบร้ายแรงยังไง ทหารเขมรทราบที่ตั้งชื่อฐาน ขนาดของหน่วย ทราบที่ตั้งรถถัง ปืนใหญ่ วิธีแก้ก็ตามที่หลายคนพูด หน่วยไหนย้ายฐานได้ก็ย้ายที่ตั้ง ขุดหลุมใหม่ ขุดคูใหม่ วางแผ่นปูนกระสอบทรายใหม่ เสียเวลาแรงงาน
แนวไหนที่เผชิญหน้าย้ายหนีไปไหนไม่ได้ ก็ต้องสับขาหลอกเอาแล้วก็ต้องเสริมความมั่นคงตัวเองดีๆ ทำบังเกอร์หนาๆเท่านั้นแหละที่คงจะทำได้ ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยเตือนสติคนที่เข้ามาอ่านได้ว่า หากวันหนึ่งท่านได้ข้อมูลเหล่านี้จะได้มา ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนอย่างไร มันคือหน้าที่พื้นฐานของคนไทยที่ต้องรักษาอย่าให้หลุดต่อ และควรจะแจ้งไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้เขาแก้ไขครับ เพราะพลังอำนาจของชาติทหารทำฝ่ายเดียวไม่ได้ ทุกคนในสังคมต้องร่วมมือร่วมใจกัน
ผมคิดว่ายังไงสำนักข่าวดังกล่าวก็ไม่ออกมาขอโทษทหาร,ขอโทษครอบครัวทหาร,ขอโทษประชาชน หรอกครับ เขาก็คงรู้แหละว่าข่าวหากเกิน 3 วันไปแล้วธรรมชาติคนไทยก็จะลืมไป ตอนนี้ยังไม่เห็น กลาโหมออกมาจะฟ้องสำนักข่าวเลย และผมก็เชื่อเลยว่า ครั้งนี้หรือครั้งหน้าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก กลาโหม กองทัพบก หรือถ้าเกิดในพื้นที่กองทัพเรือ เขาคงไม่ฟ้องสำนักข่าวหรอก ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆนะ อย่างมากคงเชิญไปพูดคุย กินข้าว กินกาแฟกัน ปรับความเข้าใจ ปรับทัศนคติ Happy Ending. แต่ที่เขาจะขู่เข็ญได้ทึกวี่วัน ก็คนธรรมดาๆ อย่างคุณและผมนี่แหละครับ โดยเฉพาะเพจปากหมาๆบางเพจ
ซึ่งผมก็คงอยู่ในบัญชีเขาแหละครับ โดยเฉพาะ ทร. ผมเชื่อและศรัทธาตลอดว่าทหารทุกเหล่าเป็นเสาหลักของชาติบ้านเมืองมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต สถาบันทหารคือเสาหลักของชาติ ซึ่งเราต้องช่วยกันรักษา สถาบันทหารไม่ใช่เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของนายพลนายทหาร แต่เจ้าของที่แท้จริงคือของประชาชน
ผมบอกเลยนะ ทุกอย่างผมวิจารณ์ ผมวิจารณ์โดยสุจริตใจ ดีก็ว่าดี ไม่ดีก็ว่าไม่ดี เห็นยังไงพูดยังงั้น สิ่งที่ผมทำมีอีกมากที่ไม่มีใครรู้ว่าผมช่วยเหลือกองทัพยังไง ถึงมันจะเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ แต่ผมแม่งโคตรภูมิใจในทุกสิ่งที่ผมทำไม่ว่าจะทางลับหรือทางแจ้ง ผมไม่ใช่พวกปากบอกรักทหาร อยากช่วยเหลือทหาร แต่เบื้องหลังแม่งบ่อนทำลายกองทัพให้อ่อนแอ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ทร. ที่เคยขู่ผมไว้ หรือหากผมโพสต์อะไรไปกระทบหน่วยงานของกองทัพใดในอนาคต ผมยังยืนยันว่าผมไม่กลัวครับ เพราะผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า คนที่ทำชั่วๆ หรือทำผิดร้ายแรงแบบนี้เอาภาพแผนที่มาปิดเผยยังไม่มีมาตรการใดๆมาจัดการ แม้กระทั่งอริราชศัตรูคุณยังบอกว่าเราต้องพูดคุยกันเจรจากันได้ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องร้ายแรง แต่กับคนไทยที่รักชาติบ้านเมือง ที่ออกมาวิพากวิจารณ์โดยสุจริตใจ ถ้าคุณจะมาฟ้องผมก็ลองดูครับ ผมก็อยากเห็นหน้าตัวแทนหน่วยงานที่จะฟ้องเหมือนกัน"
ด้านเพจดังอย่าง "Army Military Force - สำรอง" ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความ เรียกร้องสำนักข่าว "ข่าวสด" ยุติการเพิกเฉยและแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการโดยด่วน จากกรณีความผิดพลาดร้ายแรงในการเผยแพร่แผนที่ทางยุทธวิธีของทหารไทยแบบไร้การเซ็นเซอร์ ซึ่งระบุพิกัดฐานปฏิบัติการ จุดวางกำลังรถถัง และคลังอาวุธอย่างละเอียด จนข้อมูลความมั่นคงระดับวิกฤตรั่วไหลไปยังฝ่ายกัมพูชาและบีบให้กำลังพลแนวหน้าต้องเร่งปรับย้ายฐานฉุกเฉิน ทั้งนี้ การที่สำนักข่าวยังคงเดินหน้านำเสนอข่าวอื่นตามปกติโดยหลีกเลี่ยงการแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านความมั่นคงของชาติที่ตนเองก่อขึ้น ถือเป็นการกระทำที่ไร้จรรยาบรรณและสังคมไม่อาจยอมรับได้


