มาเลเซียมีแนวโน้มเปิดด่านนำเข้ากุ้งและสัตว์น้ำจากไทยอีกครั้งภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หลังการเจรจาระหว่างสองประเทศคืบหน้า เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจประเมินด่านและกระบวนการผลิตระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ย้ำ หากผลตรวจผ่านเกณฑ์ จะกลับมาเปิดการค้าได้อย่างเสรี พร้อมยืนยันใช้มาตรการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพและคุ้มครองเกษตรกรไทย
วันนี้ (17 ก.ค.) มีรายงานว่า นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาข้อจำกัดการค้ากุ้งและปลากะพงระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ภายหลังทางการมาเลเซียมีคำสั่งระงับการนำเข้ากุ้งจากไทยจำนวน 5 ชนิด ว่า ขณะนี้สถานการณ์มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี และมีความเป็นไปได้สูงที่จะสามารถกลับมาเปิดด่านการค้าสัตว์น้ำระหว่างทั้งสองประเทศได้ตามปกติภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้
นายวัชระพล กล่าวว่า ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดจากการที่กรมประมงของไทยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของมาเลเซียในระดับปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง จนสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการส่งเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายลงพื้นที่ตรวจประเมินด่านการค้า รวมถึงกระบวนการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพ ระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการนำเข้าและส่งออกสัตว์น้ำ
ทั้งนี้ หากผลการตรวจประเมินเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่พบข้อบกพร่อง คาดว่าจะสามารถเปิดการค้าสัตว์น้ำระหว่างไทยและมาเลเซียได้อย่างเสรี โดยไม่มีการจำกัดโควตาการนำเข้าและส่งออก ภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน ตามเป้าหมายที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ส่วนข้อกังวลของผู้เลี้ยงปลากะพงและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าหรือสินค้าด้อยคุณภาพเข้ามาสวมสิทธิ์ภายหลังการเปิดการค้าเสรีนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่า กระทรวงฯ จะใช้มาตรการตรวจสอบคุณภาพสินค้าอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน หากพบว่าสินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด จะไม่อนุญาตให้นำเข้าโดยเด็ดขาด พร้อมย้ำว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการภายในประเทศอย่างแน่นอน


