รมว.ท่องเที่ยวฯ จับมือ 4 หน่วยงานใหญ่ ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดปฏิบัติการยกระดับด่านตรวจคนเข้าเมือง ชู 3 มาตรการเร่งด่วน อัปเกรดระบบออโต้-จัดกำลังพลรับพีคไทม์ หวังแก้ปัญหาวิกฤตคิวแน่นและยกระดับความปลอดภัย เพื่อสร้างความประทับใจแรกให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะทำงานและผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความแออัดบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง พร้อมตั้งเป้ายกระดับการให้บริการ เพื่อสร้างความประทับใจแรกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เรียกประชุมหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการแยกส่วน เป็นการบูรณาการข้อมูลและการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการรับนักท่องเที่ยวต้องมีประสิทธิภาพและไม่สร้างความล่าช้า
เพื่อตอบสนองต่อนโยบาย "สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย" ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงรุก ดังนี้
1.เพิ่มศักยภาพระบบช่องตรวจอัตโนมัติ (Automatic Channels): เร่งอัปเกรดเทคโนโลยีและเครื่องมือให้มีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยของผู้โดยสารและแบ่งเบาภาระงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
2.บริหารจัดการกำลังพลเชิงรุก: ปรับแผนการจัดสรรเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจให้สอดคล้องกับตารางเที่ยวบินและปริมาณผู้โดยสารในแต่ละช่วงเวลา (Peak Hours) เพื่อขจัดปัญหาช่องตรวจว่างในขณะที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
3.พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล (Data Integration): นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เชื่อมฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อลดขั้นตอนการกรอกเอกสารที่ซ้ำซ้อน และสร้างความไหลลื่นในการให้บริการแบบไร้รอยต่อ
ภายหลังการประชุมหารือ นายสุรศักดิ์ได้ลงพื้นที่สำรวจการปฏิบัติงานจริงบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบปัญหาและอุปสรรคจากผู้ปฏิบัติงานโดยตรง รวมถึงวิเคราะห์จุดที่เป็นคอขวด (Bottleneck) ของระบบการไหลเวียนผู้โดยสาร
นายสุรศักดิ์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า “การอำนวยความสะดวกและความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว แต่มาตรฐานด้านความปลอดภัยของประเทศจะต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทุกหน่วยงานในวันนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยปลดล็อกอุปสรรคด้านความล่าช้า และทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างเต็มศักยภาพ


