แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเปิดภาพอุทาหรณ์จากการส่องกล้อง พบ 'พยาธิใบไม้ในตับ' ในผู้ป่วยวัย 63 ปี จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมชี้แจงข้อมูลทางการแพทย์ว่า พยาธิชนิดนี้ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งระดับที่ 1 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบจะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง นำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดีระยะสุดท้ายที่หมดทางรักษา แพทย์แนะประชาชนงดบริโภคของดิบและหมั่นสังเกตอาการผิดปกติเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นพ.พัฒนพงษ์ รัศมี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทั่วไป ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ ได้โพสต์คลิปวิดีโอจากการส่องกล้องทางเดินน้ำดี ของผู้ป่วยชาย อายุ 63 ปี ภูมิลำเนา จังหวัดศรีสะเกษ
พร้อมระบุข้อความเปิดเผยว่า ในมุมมองของแพทย์เฉพาะทาง พยาธิใบไม้ในตับคือภัยเงียบที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็นสารก่อมะเร็งระดับที่ 1 (Group 1 Carcinogen) โดยไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการติดเชื้อและท่อน้ำดีอุดตันเฉียบพลันดังที่พบตัวพยาธิจากการส่องกล้อง (ERCP) ในผู้ป่วยกรณีศึกษา แต่พยาธิชนิดนี้ยังก่อให้เกิดการบาดเจ็บและอักเสบเรื้อรังที่ผนังท่อน้ำดี ซึ่งเมื่อประกอบกับการได้รับสารไนโตรซามีนจากอาหารดิบ จะกระตุ้นให้เซลล์เยื่อบุกลายพันธุ์เป็นมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ได้ในที่สุด
ความรุนแรงของโรคนี้อยู่ที่การไม่แสดงอาการในระยะแรก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์เมื่อมะเร็งลุกลามจนหมดโอกาสผ่าตัดรักษาและมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก ดังนั้น การปรับพฤติกรรมการบริโภคหลีกเลี่ยงของดิบ และการรีบพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้หนาวสั่น หรือตัวเหลืองตาเหลือง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการรับมือและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้


