ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชายกคณะลงด่านคลองลึกเยี่ยม กกล.บูรพา เผย "จอมทัพไทย" ท่านดูและให้กำลังใจ กำลังพลทุกนายได้รับการดูแลแน่นอน ยันบังเกอร์มีงบประมาณรองรับ ไม่ต้องกังวลว่าเรามีคนน้อย หากเกิดเหตุการณ์ทุกย่างมาครบทันที ระเบิดลูกแรกพร้อมลงทุกเป้าหมาย ย้ำ 3 กฎเหล็ก ห้ามเสียเครื่องบินแม้ลำเดียว ต้องไม่โดนฝ่ายเดียวกัน ยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำไม่เปิดด่านแน่นอนเพราะผลเสียจะตามมา
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) พร้อมด้วย พล.อ.ต.นภัทร์ แก้วนาค รอง ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ , พล.ร.ต.กรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ, พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม, นาวาโท ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม, พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก, นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และนายอนุรักษ์ บัวสุวรรณ ที่ปรึกษา/ผู้สังเกตการณ์ ลงพื้นที่ชายแดนจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจเยี่ยมกองกำลังบูรพาและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์จากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ชุดเคลื่อนที่เร็วกองกำลังบูรพา ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 ชุดควบคุมกรมทหารที่ 13 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 และหน่วยงานด้านความมั่นคงร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรายงานสถานการณ์และมาตรการดูแลความมั่นคงตลอดแนวชายแดน
ในโอกาสนี้ พล.อ.อ.ประภาสกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า จอมทัพไทยได้เฝ้าดูและเป็นกำลังใจให้พวกเราทุกนาย นอกจากนี้ยังมีความห่วงใยของนายกฯ และ รมว.มหาดไทย รมว.กลาโหม ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ขอให้มั่นใจว่ากำลังพลทุกนายจะได้รับการดูแล ทั้งนี้ การสื่อสารภายในกองทัพมีข้อจำกัด แต่ขอให้มั่นใจว่าเรามีการเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่า ในนามผู้บังคับบัญชาของกองทัพอากาศ ได้เน้นย้ำอยู่ 3 ประการ คือ 1. ต้องไม่สูญเสียเครื่องบินรบแม้แต่ลำเดียว 2. ระเบิดทุกลูกที่ลงไป เพื่อปกป้องประเทศชาติ จะต้องไม่โดนฝ่ายเดียวกัน และ 3. การดำเนินการอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ มุ่งโจมตีเป้าหมายทางทหาร ไม่ทำร้ายประชาชนและโบราณสถาน รวมถึงการนำอาวุธยุทโธปกรณ์ไปทำร้ายประชาชนหรือดำเนินการนอกกฎการใช้กำลัง แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะกระทำก็แล้วแต่ ใครที่ใช้โรงพยาบาล หรือสถานที่ใดก็ตามเป็นฐานโจมตีฝ่ายเรา คือความชอบธรรม เพราะเป้าเหล่านั้นคือเป้าหมายทางทหารและโจมตีได้ เช่นเดียวกับการบินโดรน ที่บินมาทำร้ายทหารและประชาชน เราก็พร้อมที่จะปฏิบัติ เราไม่ต้องการยั่วยุเพื่อให้เกิดความขัดแย้งหรือเกิดสงคราม เจตนารมณ์ที่ชัดเจนของไทยคือการเกิดสันติภาพ แต่งานด้านความมั่นคงต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลและทุกเหล่าทัพได้ดูแลสิทธิสวัสดิการ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่กำลังพลที่เสียสละ อยากให้เข้าใจว่าทุกนายถูกฝึกมาให้สละเลือดเนื้อและชีวิต คงไม่มีใครเข้าใจว่าเราทำด้วยขวัญและกำลังใจ และจิตวิญญาณของความรักชาติ สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครเห็น แต่จะเป็นความทรงจำที่เราจะถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกหลาน ว่าครั้งหนึ่งเคยได้ยึดพื้นที่นี้คืนมา เป็นสิ่งที่เราพูดได้เต็มความภาคภูมิใจว่าเราทำเต็มที่แล้ว ขออย่าท้อ ยืนยันสิทธิสวัสดิการต่างๆ ออกมาแน่นอน แต่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของงบประมาณ ทุกนายที่มีชื่ออยู่ในลิสต์ได้รับแน่นอน
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าบังเกอร์ไม่เรียบร้อย เราดำเนินการตามจุดต่างๆ มีงบประมาณมารองรับ และถ้าภาคประชาชนเข้ามาช่วยดำเนินการทุกจุด สำหรับข้อกังวลว่าเรามีคนน้อย มันเป็นระบบของการฝึกของเราในการเตรียมการ
“สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดทันที แต่จะมีพัฒนาการมาเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งรับรองได้ว่ากำลังทุกอย่างมาครบ กองทัพอากาศ ทันทีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ระเบิดลูกแรกก็จะลงทุกจุดที่เป็นเป้าหมายทางทหาร เราจะซัปพอร์ตกำลังทางบก ทางเรือ อยากให้ทุกนายมั่นใจ” พล.อ.อ.ประภาสกล่าว
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวอีกว่า สำหรับด่านนั้นไม่ได้เปิดแน่นอน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพราะหากเปิดด่านผลกระทบจะตามมา ปัญหามีมากขึ้น โดยเฉพาะความปลอดภัย ซึ่งเข้าใจประชาชนตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นห้วงที่จะต้องปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม พยายามควบคุมสถานการณ์และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลังจากนั้นกระบวนการต่างๆ ก็จะเพิ่มมาเรื่อยๆ
ผู้อำนวยการ JIC เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดสระแก้วว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในแนวเขต ทำให้การปักปันเขตแดนระหว่างสองประเทศยังไม่แล้วเสร็จ โดยพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วมีหลักเขตแดนทั้งหมด 24 หลัก ปัจจุบันสามารถตกลงร่วมกันได้แล้ว 13 หลัก ขณะที่อีก 11 หลักเขตยังอยู่ระหว่างการหารือในเวทีต่างๆ และยังขาดความชัดเจนจากฝ่ายกัมพูชา
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศย้ำว่า หากการเจรจาปักปันเขตแดนมีข้อยุติฝ่ายไทยพร้อมเดินหน้าก่อสร้างรั้วชายแดนทันทีเพื่อยกระดับความมั่นคง ป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย และเสริมความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มรูปแบบ


