xs
xsm
sm
md
lg

มท.เผยผลตรวจเบื้องต้น โรงเบียร์ลาดพร้าว พบทางหนีไฟถูกปิด-ใช้วัสดุไม่ทนไฟ แสดงดนตรี-เต้นรำ เข้าข่ายสถานบันเทิงแต่ไร้ใบอนุญาต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงมหาดไทยเผยความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ “ณ ลาดพร้าว” ตรวจพบข้อบกพร่องหลายด้าน ทั้งวัสดุตกแต่งไม่ทนไฟ ทางหนีไฟถูกปิดกั้น ประตูฉุกเฉินไม่ได้มาตรฐาน พร้อมพบร้านเปิดให้เล่นดนตรี เต้นรำ เข้าข่ายเป็น "สถานบริการ" แต่ไม่มีใบอนุญาต อีกทั้งอยู่นอกโซนนิ่ง

วันนี้ (13 ก.ค. 2569) กระทรวงมหาดไทยรายงานความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารและสถานบันเทิง "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เลขที่ 7/15 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ได้มอบหมายให้ ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ พร้อมด้วยนายสานุพัฐ เด่นธรรม ผู้อำนวยการส่วนการอนุญาตโรงแรมและกฎหมายสถานบริการ ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร กรมโยธาธิการและผังเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่าต้นเพลิงอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องปรับอากาศเหนือฝ้าเพดาน ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังพบข้อบกพร่องของอาคารหลายประการ ทั้งการใช้วัสดุตกแต่งที่ไม่ทนไฟ ทางหนีไฟด้านหลังร้านถูกปิดกั้นด้วยการตั้งโต๊ะจำหน่ายสินค้า ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ รวมถึงประตูฉุกเฉินไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากเป็นประตูไม้ธรรมดา และติดป้ายข้อความ "ห้ามเปิด (เฉพาะพนักงานและเจ้าหน้าที่)" ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้บริการเกิดความสับสนระหว่างเกิดเหตุ


ด้านการตรวจสอบข้อกฎหมาย พบว่าร้านดังกล่าวมีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการแสดงดนตรี และเปิดให้มีหรือยินยอมให้มีการเต้นรำ จึงเข้าข่ายเป็น "สถานบริการ" ตามมาตรา 3 (4) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 แต่จากการตรวจสอบไม่พบว่าได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อีกทั้งสถานที่ตั้งยังอยู่นอกเขตพื้นที่ที่อนุญาตให้เปิดสถานบริการ (Zoning) ในกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ความผิดฐานเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ขณะที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพิ่มเติมว่าอาคารได้รับอนุญาตให้ใช้งานอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงมีการใช้อาคารผิดประเภทตามกฎหมายควบคุมอาคารหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป