“เอกราช นามโภคิน” โปรแกรมเมอร์ผู้ไขคดี “แตงโม” เผยพัฒนาโปรแกรมตรวจสอบไฟล์ดิจิทัลโดนแก้ไขหรือไม่ ตรงจุดใด ยินดีมอบให้หน่วยงานรัฐใช้งานฟรีเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดนเฉพาะการตรวจสอบคดีทุจริตข้อสอบ
นายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์ผู้ตรวจสอบ GPS คดีแตงโม ในฐานะผู้ทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เอกราช นามโภคิน” ระบุว่า จากกระแสการตรวจสอบไฟล์ในประเด็นที่สังคมกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตข้อสอบ ทำให้มีคำถามว่าไฟล์ดิจิทัลสามารถตรวจสอบได้จริงหรือไม่ และมีความซับซ้อนเพียงใดง
นายเอกราชระบุว่า การสังเกตด้วยตาเปล่าอาจช่วยให้เห็นข้อสังเกตบางประการ แต่หากต้องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการตรวจสอบตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล โดยใช้ข้อมูลเชิงเทคนิคที่สามารถตรวจสอบและอธิบายได้
พร้อมกันนี้ นายเอกราชเปิดเผยว่าได้พัฒนาโปรแกรมสำหรับตรวจสอบและเปรียบเทียบไฟล์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานและช่วยตรวจสอบในหลายคดีที่ผ่านมา โดยหากหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเห็นว่าโปรแกรมดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ ก็ยินดีมอบให้ใช้งานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการทำงานและประโยชน์สาธารณะ
สำหรับขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม จะเริ่มจากการตรวจสอบค่า Cryptographic Hash ได้แก่ MD5, SHA-1 และ SHA-256 เพื่อยืนยันว่าไฟล์ทั้งสองมีข้อมูลเหมือนกันทุกไบต์หรือมีการเปลี่ยนแปลง หากค่า Hash แตกต่างกัน จะสามารถระบุได้ว่าไฟล์ทั้งสองไม่ใช่ไฟล์เดียวกันในระดับ Binary
จากนั้น โปรแกรมจะตรวจสอบข้อมูล File System Metadata เช่น ชื่อไฟล์ ขนาดไฟล์ วันและเวลาที่สร้าง แก้ไข และเข้าถึงไฟล์ เพื่อนำมาวิเคราะห์ลำดับเหตุการณ์ (Timeline) รวมถึงตรวจสอบ Embedded Metadata ภายในไฟล์ เช่น ผู้สร้างไฟล์ โปรแกรมที่ใช้สร้าง กล้องที่ใช้บันทึกภาพ พิกัด GPS ข้อมูล Codec ของไฟล์เสียงและวิดีโอ ตลอดจนข้อมูลเฉพาะของไฟล์แต่ละประเภท ก่อนนำมาเปรียบเทียบความแตกต่าง
นอกจากนี้ โปรแกรมยังสามารถตรวจสอบ Magic Bytes หรือ File Signature เพื่อยืนยันชนิดของไฟล์จากโครงสร้างจริง ไม่ใช่อาศัยเพียงนามสกุลไฟล์ ซึ่งช่วยตรวจพบกรณีมีการเปลี่ยนนามสกุลเพื่อปกปิดประเภทของข้อมูล
เมื่อรวบรวมข้อมูลจากทุกขั้นตอนแล้ว โปรแกรมจะสรุปผลในรูปแบบ Forensic Summary แสดงรายละเอียดว่าไฟล์ทั้งสองมีส่วนใดเหมือนหรือแตกต่างกัน พร้อมระบุข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์ต่อไป
นายเอกราชระบุว่า โปรแกรมดังกล่าวมีคุณสมบัติครอบคลุมทั้งการตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ด้วย Cryptographic Hash การเปรียบเทียบ File System Metadata และ Embedded Metadata การตรวจสอบชนิดไฟล์จาก Magic Bytes การเปรียบเทียบความแตกต่างของ Metadata การตรวจสอบความสมบูรณ์ของพยานหลักฐานดิจิทัล (Evidence Integrity Verification) การวิเคราะห์ความแตกต่างของไฟล์ในระดับ Binary และการจัดทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบ
“โปรแกรมนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยตอบคำถามสำคัญว่า "ไฟล์นี้มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่" และ "หากมีการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นในส่วนใด" โดยอาศัยข้อมูลเชิงเทคนิคที่สามารถตรวจสอบซ้ำได้ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของงาน Digital Forensics อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบจากโปรแกรมเป็นเพียง ข้อมูลทางเทคนิคที่ช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ การพิจารณาข้อเท็จจริงยังต้องอาศัยพยานหลักฐานอื่นและกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายประกอบกัน ผมเชื่อว่าเทคโนโลยีควรถูกนำมาใช้เพื่อช่วยให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใส มีมาตรฐาน และสามารถตรวจสอบซ้ำได้” นายเอกราชระบุ


