xs
xsm
sm
md
lg

111 ปี จากด่านเก็บภาษีสะเดา สู่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ย้อนอดีตด่านศุลกากรสะเดา จากด่านเก็บภาษีสะเดา ก่อนย้ายมาที่ด่านนอก ล่าสุดเตรียมเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่เต็มรูปแบบ ปิดตำนานด่านเก่าคู่ชุมชนด่านนอกมากกว่า 30 ปี

วันนี้ (10 ก.ค. 2569) จะมีพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดะห์ ประเทศมาเลเซีย ก่อนเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ โดยจะปิดด่านพรมแดนสะเดาเดิม บริเวณบ้านคลองพรวน ถนนกาญจนวนิช ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา หรือที่เรียกกันว่าด่านนอก ถือเป็นการปิดตำนานด่านพรมแดนสะเดา ที่เปิดให้เข้า-ออกประเทศมานานกว่า 33 ปี เพื่อย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่ที่กว้างขวางมากขึ้น

ย้อนกลับไปในอดีต ถนนไทรบุรี ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เชื่อมระหว่างเมืองสงขลา กับเมืองไทรบุรี ที่ในยุคนั้นยังถือเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสยาม กระทั่งในปี 2452 ไทยได้ลงนามในสนธิสัญญากับอังกฤษ ยอมยกดินแดนไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส ให้กับอังกฤษ เพื่อแลกกับการยกเลิกอำนาจศาลนอกอาณาเขตของอังกฤษในไทย

แม้ต่อมา ดินแดนดังกล่าวถูกยกคืนให้ประเทศไทย ในช่วงที่ญี่ปุ่นครอบครองดินแดนบริติชมาลายา ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้จากสงคราม ดินแดนดังกล่าวก็ถูกมอบคืนให้แก่อังกฤษเมื่อปี 2488 แต่เมื่ออังกฤษถูกชาวพื้นเมืองต่อต้านอย่างรุนแรง ในที่สุด ตุนกู อับดุล ระฮ์มัน (Tunku Abdul Rahman) ได้เคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ ก่อนได้รับอิสรภาพเมื่อปี ค.ศ. 1957 (ปี 2500) จึงกลายเป็นประเทศมาเลเซียอย่างสมบูรณ์แบบ

ขณะที่ถนนไทรบุรี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 ได้ขยายและพัฒนาให้เป็นถนนทางหลวงสายสงขลา-สะเดา ก่อนที่รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ตั้งชื่อ “ถนนกาญจนวณิชย์” เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2493 เพื่อเป็นเกียรติแก่พระยาประกิตย์กลศาสตร์ (ประกิต รณชิต กาญจนวณิชย์) อดีตหัวหน้านายช่าง ผู้สร้างถนนจากสงขลาไปยังสะเดา อย่างไรก็ตาม ภายหลังถนนสายนี้ถูกนำมารวมเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 หรือถนนเพชรเกษม

ภาพ : sadao.customs.go.th
สำหรับด่านศุลกากรสะเดา มีชื่อว่า "ด่านเก็บภาษีสะเดา" สังกัดกรมสรรพากรนอก กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ต่อมาในปี 2458 ได้มีการโอนด่านเก็บภาษีในมลฑลปักษ์ใต้ทั้งหมดจากกรมสรรพากรนอก มาสังกัดกรมศุลกากร ด่านเก็บภาษีสะเดาจึงขึ้นกับกรมศุลกากรตั้งแต่นั้นมา โดยเป็นด่านฝากของอำเภอสะเดา จากนั้นในปี 2465 ได้มีการแต่งตั้งให้พระนิกรบดีเป็นนายด่านศุลกากรสะเดาเป็็นคนแรก ต่อมามีกฎเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ลงวันที่ 3 ก.พ. 2474 กำหนดให้ด่านเก็บภาษีสะเดาเป็นด่านพรมแดนของท่ากรุงเทพฯ

ด่านเก็บภาษีสะเดาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ด่านศุลกากรสะเดา" ตามกฎเสนาบดีกระทรวงการคลังมหาสมบัติ ลงวันที่ 21 ก.ค. 2481 จึงถือเอาวันที่และเดือนตามกฎเสนาบดีเป็นวันคล้ายวันเกิดด่านศุลกากรสะเดา โดยนับอายุตั้งแต่ปี 2458 เป็นต้นมา ถึงวันที่ 21 ก.ค. 2569 จะมีอายุครบรอบ 111 ปี

ภาพ : sadao.customs.go.th
ต่อมาในปี 2501 ได้มีการทำพิธีเปิดที่ทำการด่านศุลกากรสะเดาอย่างเป็นทางการ บริเวณสามแยกอำเภอสะเดา ใช้เป็นที่ทำการมานานถึง 26 ปี ต่อมาในปี 2527 จึงได้ย้ายที่ทำการด่านศุลกากรสะเดามาอยู่ที่บ้านคลองพรวน ถนนกาญจนวนิช และใช้เป็นที่ทำการมาจนถึงปัจจุบัน กระทั่งปี 2534 ได้มีการเริ่มดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการด่านพรมแดนสะเดา จำนวน 2 หลัง สำหรับใช้เป็นอาคารที่ทำการด่านพรมแดนขาเข้าและขาออก จนกระทั่งแล้วเสร็จ และเปิดใช้ด่านพรมแดนสะเดาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2536 ถึงปัจจุบัน

ภาพ : sadao.customs.go.th

ภาพ : sadao.customs.go.th

ภาพ : sadao.customs.go.th
ระหว่างนั้น ชุมชนหมู่บ้านไทย-จังโหลน หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ด่านนอก จากชุมชนเล็กๆ บริเวณชายแดน ก็เติบโตเป็นเมืองขนาดย่อม รองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ด้วยโรงแรม ร้านอาหาร สถานบันเทิง ส่วนฝั่งประเทศมาเลเซียมีร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) จำหน่ายบุหรี่ สุรา น้ำหอม ช็อกโกแลต เสื้อผ้า แว่นตา กระเป๋า มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ขาดสายโดยเฉพาะช่วงเทศกาลและวันปิดภาคเรียนของประเทศมาเลเซีย ซึ่งต้องผ่านด่านนอกก่อนไปยังจุดหมายปลายทาง ได้แก่ หาดใหญ่ สงขลา กระบี่ ภูเก็ต เกาะสมุย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ด่านศุลกากรสะเดาเป็นด่านชายแดนทางบกที่มีมูลค่าการค้าขายสูงสุดของประเทศ กว่า 471,500 ล้านบาท แต่จากปริมาณการค้า ปริมาณนักท่องเที่ยว ปริมาณรถบรรทุก รถทัศนาจร และรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่การให้บริการมีจำกัดไม่เพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาความแออัดการจราจรติดขัด มีข้อจำกัดดด้านการให้บริการ อันเป็นปัญหาส่งผลกระทบถึงการค้าการท่องเที่ยวรวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศ

ปี 2557 จึงได้มีการปรับปรุงด่านพรมแดนสะเดา เพื่อรองรับปริมาณการค้าระหว่างประเทศ และจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยการปรับปรุงแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ โครงการปรับปรุงด่านศุลกากรสะเดา (ด่านพรมแดนสะเดาขาออก) ระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือน มิ.ย. 2557 โดยมีการก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนสะเดาขาออก จุดตรวจสอบยานพาหนะและผู้โดยสาร ห้องน้ำสาธารณะ ลานจอดรถ เป็นต้น ก่อสร้างแล้วเสร็จ มิ.ย. 2558 อาคารด่านพรมแดนสะเดาขาออก เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2558

ส่วนโครงการปรับปรุงด่านศุลกากรสะเดา (ด่านพรมแดนสะเดาขาเข้า) ระยะที่ 2 เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือน เม.ย. 2559 โดยมีการก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนสะเดาขาเข้า จุดตรวจสอบยานพาหนะและผู้โดยสารพื้นที่ตรวจยานพาหนะขาเข้า ห้องน้ำสาธารณะ ลานจอดรถ เป็นต้น ก่อสร้างแล้วเสร็จ เม.ย. 2560

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
ระหว่างนั้นได้มีโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ตามมติคณะรัฐมนตรีสัญจร สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเดือน ธ.ค. 2545 ที่ให้กรมศุลกากรดำเนินการก่อสร้าง โดยมีการประชุมร่วมกับผู้แทนจากประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือน ก.พ. 2546

ที่ประชุมเห็นชอบที่จะมีการสร้างด่านศุลกากรที่มีทิศทางเข้า-ออกบริเวณพรมแดนที่ตรงกัน และคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมเกี่ยวกับที่ตั้งของสำนักงานศุลกากรภูมิภาคและด่านศุลกากร (คพด.) กำหนดสถานที่ที่จะสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ โดยใช้พื้นที่บริเวณคลองลำปัง ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา

จากนั้นเดือน เม.ย. 2554 กรมศุลกากรลงนามในสัญญาจ้างที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการสำรวจและออกแบบโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ กับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทั่งมีการขออนุญาตสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฎิรูปที่ดิน และสำนักงาน ส.ป.ก. อนุญาตให้ใช้ที่ดินเมื่อเดือน ธ.ค. 2558 โดยโครงการมีเนื้อที่ 596 ไร่ 1 งาน 18 ตารางวา

เดือน มี.ค. 2559 กรมศุลกากรประกวดราคาโครงการก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) ได้ผู้ชนะการเสนอราคา คือ บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) งบประมาณ 1,532,070,000 บาท เริ่มต้นสัญญา 1 มิ.ย. 2559 ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 28 ก.ย. 2562 ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน อาคารตรวจปล่อยสินค้า อาคารผู้โดยสารและยานพาหนะ อาคารพักอาศัย และส่วนประกอบ

โดยอาคารตรวจสินค้า (Cargo Terminal) ประกอบด้วย ช่องตรวจสินค้า จำนวน 16 ช่อง รวมขาเข้าและขาออก เครื่องเอ็กซเรย์แบบ Fast Scan จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกสินค้า จำนวน 2 เครื่อง ส่วนอาคารผู้โดยสารและยานพาหนะ (CIQ Passenger Terminal) ประกอบด้วยช่องตรวจรถ จำนวน 22 ช่อง รวมขาเข้าและขาออก ช่องตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 28 ช่อง รวมขาเข้าและขาออก

ภาพ : กรมทางหลวง เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2567

ภาพ : กรมทางหลวง เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2567

ภาพ : กรมทางหลวง เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2567

ภาพ : กรมทางหลวง เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2567
ขณะเดียวกัน กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสายแยกทางหลวงหมายเลข 4 – ด่านสะเดาแห่งที่ 2 คู่ขนานโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 84 สายหาดใหญ่-สะเดา เพื่อรองรับการเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2 ขนาด 4 ช่องจราจร (ไปกลับข้างละ 2 ช่องจราจร) เป็นคันทางคู่ขนานและเป็นถนนสายหลัก ช่องจราจรกว้างช่องละ 3.5 เมตร ผิวทางแบบคอนกรีต พร้อมทั้งสะพานก่อสร้างใหม่ 4 แห่ง รวมระยะทาง 5.5 กิโลเมตร

แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ตอน ได้แก่ ตอน 1 กม.57+100 ถึง กม.61+200 ระยะทาง 4.100 กิโลเมตร งบประมาณ 295 ล้านบาท ผู้รับจ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด หาดใหญ่เรืองชัยการโยธา ลงนามสัญญา 15 ก.พ. 2561 แล้วเสร็จเมื่อเดือน ส.ค. 2566 และตอน 2 กม.61+200 ถึง กม.62+596 ระยะทาง 1.396 กิโลเมตร งบประมาณ 168 ล้านบาท ผู้รับจ้าง บริษัท พี.เอส.ดี คอนสตรัคชั่น 2011 จำกัด ลงนามสัญญา 18 ม.ค. 2561 แล้วเสร็จเมื่อเดือน เม.ย. 2567

นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างถนนเชื่อมโยงด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม แบ่งเป็นถนนฝ่ายไทย 875 เมตร และถนนฝ่ายมาเลเซีย 820 เมตรอีกด้วย

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

ภาพ : Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
กรมศุลกากรได้ริเริ่มปฎิบัติพิธีการศุลกากรและตรวจปล่อยสินค้าขาออก ที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ เฉพาะสินค้าประเภทไม้ มาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2567 หลังถนนเลียบมอเตอร์เวย์ไปยังด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่แล้วเสร็จ จากนั้นเดือน พ.ค. 2569 ริเริ่มปฎิบัติพิธีการศุลกากรและตรวจปล่อยสินค้าขาออก และสินค้าผ่านแดนขาออก แต่ยังคงใช้ด่านพรมแดนสะเดาเดิม กระทั่งเริ่มใช้งานด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่เต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2569 มีมติเห็นชอบการเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เห็นชอบการเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ บริเวณหลักเขตแดนที่ 23/9 - 23/10 และปิดจุดผ่านแดนเดิมบริเวณหลักเขตแดนที่ 22-23 ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป และกำหนดเวลาทำการตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย ระหว่างเวลา 05.00 - 23.00 นาฬิกาของทุกวัน

สำหรับการเดินทางมายังด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จากถนนกาญจนวณิชย์ เมื่อถึงโรงงานท็อปโกลบ (TOP GLOVE) จะมีทางเข้าไปยังด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1304 ห่างจากเขตแดน (ด่านนอก) 6 กิโลเมตร ตรงไปอีก 5.5 กิโลเมตร ซึ่งนับจากนี้จะเป็นจุดผ่านแดนถาวรแห่งเดียวที่เดินทางเข้า-ออกไปยังประเทศมาเลเซีย

ส่วน กระทรวงมหาดไทยประเทศมาเลเซีย (KDN) ได้แจ้งให้ทราบว่า เส้นทางใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างด่านตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร กักกัน และความมั่นคง (ICQS) บูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ กับ ด่านศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง และกักกัน (CIQ) สะเดา ประเทศไทย จะเริ่มเปิดใช้งานตามกำหนดการในวันเสาร์ที่ 11 ก.ค. 2569 เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป (ตามเวลาประเทศมาเลเซีย หรือตรงกับ 05.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) 

แจ้งเตือนสำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้ใช้ทางทุกคนจะต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางใหม่ระหว่าง ด่าน ICQS บูกิตกายูฮิตัม – ด่าน CIQ สะเดา ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 11 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป ส่วนเส้นทางเดิมระหว่าง บูกิตกายูฮิตัม – ด่านนอก จะถูกปิดให้บริการอย่างถาวร ตั้งแต่เวลา 00.00 น. (เที่ยงคืน) ของวันที่ 11 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป (ตามเวลาประเทศมาเลเซีย) 

ฝ่ายบริหารจัดการด่าน ICQS บูกิตกายูฮิตัม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังดำเนินการเตรียมความพร้อมและประสานงานในทุกด้าน เพื่อให้ขั้นตอนการเปลี่ยนเส้นทางในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนน โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และสังเกตป้ายสัญญาณจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย ความสะดวก และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการเดินทาง