กบง.สนองนโยบาย 'อนุทิน' เคาะหั่นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-ดีเซลลงฮวบกว่า 2.5 บาท/ลิตร หวังอุ้มค่าครองชีพประชาชน ทว่า มาตรการเชิงรุกกลับเจอกระแสตีกลับรอบทิศ ด้าน 'พัฒนเดช' กูรูยานยนต์ชื่อดัง ทนไม่ไหวออกโรงโพสต์สะท้อนใจ วัฒนธรรมโซเชียลไทย "ขึ้นก็ด่า-ลงก็ด่า" ชี้เป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของการบริหารประเทศ ทิ้งท้ายเจ็บลึก "เวรกรรมของประเทศ"
จากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมัน โดยระบุว่า ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานและสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณาแนวทางการปรับราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศให้สอดคล้องกับต้นทุน
ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติกำหนดเพดานราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์และดีเซลให้อยู่ในระดับไม่เกิน 35.00 บาทต่อลิตร เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการบรรเทาภาระค่าครองชีพและลดต้นทุนผู้ประกอบการตามทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลง โดยอาศัยกลไกการดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากกลุ่มโรงกลั่นมาชดเชยราคา ร่วมกับการมอบหมายให้ กบน.บริหารจัดการสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับที่เหมาะสม มาตรการเชิงรุกนี้ส่งผลให้ราคาขายปลีกกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับลดลง 2.51 บาทต่อลิตร และดีเซลปรับลดลง 2.56 บาทต่อลิตร (อยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร) ภายใต้กรอบราคาที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย ออกมาโพสต์ข้อความ สะท้อนถึงปัญหาวัฒนธรรมการวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบในสังคมยุคโซเชียลมีเดีย ที่ผู้คนมักมุ่งเน้นการโจมตีการดำเนินงานของรัฐในทุกทิศทางอย่างขาดความสมเหตุสมผล
โดยยกกรณีศึกษาเรื่องการปรับราคาน้ำมันที่เผชิญกับกระแสต่อต้านทั้งในยามปรับราคาขึ้นและปรับราคาลง ซึ่งปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในการบริหารจัดการประเทศ ที่สังคมถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และการตำหนิติเตียนในทุกๆ การตัดสินใจ มากกว่าการลงมือทำหรือการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ประเทศนี้บ้านเมืองนี้อยู่ไม่ง่ายจริงๆ ตอนประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ก็ด่ากันใหญ่ว่าน้ำมันซื้อมาราคาเก่า จู่ๆ ประกาศขายขึ้นราคา กำไรส่วนต่างบานเบอะ เอาใจนายทุนนี่หว่า ไม่เห็นใจประชาชนนี่หว่า
วันนี้ประกาศลดราคาน้ำมัน เจ้าของปั๊มก็ออกมาด่าว่า ซื้อน้ำมันมาราคาเดิม จู่ๆ มาบังคับให้ขายถูก ทำให้ขาดทุน รัฐบาลฮวยเซง
ผู้ประกอบการด่าก็ยังพอทน แต่ประชาชนออกมาด่าผสมโรงด้วย อย่างนี้มันทำลายธุรกิจเขานี่หว่า
เวลามีคนมาชวนผมเป็นนายกรัฐมนตรี มาชวนผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมถึงปฏิเสธไปทุกครั้ง
ประเทศโซเชียลแม่งขับเคลื่อนกันด้วยการด่า เลี้ยวซ้ายก็ด่า เลี้ยวขวาก็ด่า ตรงไปมันก็ยังด่า จอดเฉยๆก็ด่า ทั้งที่ไอ้คนด่าไม่ได้ทำห่าอะไรเลย…..เวรกรรมของประเทศ"


