xs
xsm
sm
md
lg

เมียหลวงบุกจับผัวซุกกิ๊ก "ทนายไพศาล" ลั่น ทะเบียนสมรสยังขลัง ฟ้องชู้ได้-ผัวอ่วมหลายข้อหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตา สำหรับคลิปไวรัล 70 ล้านวิว กรณีภรรยาหลวงบุกจับสามีอยู่กับหญิงอื่นคาห้องพัก ล่าสุด "ทนายไพศาล" นักกฎหมายชื่อดัง ได้ออกมาให้ความรู้เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ โดยชี้ชัดว่า "ทะเบียนสมรส" ยังมีผลคุ้มครองตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ เปิดทางให้ภรรยาหลวงสามารถนำคลิปไปเป็นหลักฐานฟ้องร้องเรียกค่าทดแทนจากเมียน้อยได้เต็มที่ ขณะที่ฝ่ายสามีส่อเผชิญวิบากกรรมหนัก ทั้งความผิดอาญาข้อหาทำร้ายร่างกาย และอาจถูกตำรวจขยายผลปมยาเสพติด

จากกรณี ประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง สำหรับคลิปเหตุการณ์ภรรยาบุกเข้าไปในห้องพักของตนเองเพื่อเผชิญหน้าสามี หลังพบว่าสามีกำลังอยู่กับหญิงอื่นบนเตียง ทั้งที่ทั้งคู่ยังมีสถานะเป็นสามีภรรยาตามกฎหมาย ส่งผลให้คลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วและมียอดรับชมทะลุ 70 ล้านวิว

นอกจากประเด็นความสัมพันธ์ของบุคคลในคลิปแล้ว สิ่งที่กลายเป็นกระแสพูดถึงไม่แพ้กัน คือบรรยากาศภายในห้องและสิ่งของที่ปรากฏบนเตียง ไม่ว่าจะเป็นหมอนลายโดราเอมอน ฝากระติกน้ำสีเขียว รวมถึงสภาพที่นอน ซึ่งชาวเน็ตจำนวนมากนำไปวิพากษ์วิจารณ์และแซวกันอย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย

ล่าสุด วันนี้ (8 ก.ค.) เพจ "ทนายไพศาลช่วยด้วย" ได้โพสต์คลิปวิดีโอให้ความรู้ในด้านกฎหมายเกี่ยวกับประเด็นเมียหลวงเจอผัวซ่อนกิ๊ก โดยทนายดังชี้ว่า ในมุมมองทางกฎหมาย ทะเบียนสมรสเป็นเอกสารสำคัญที่มีผลผูกพันและให้ความคุ้มครองสิทธิแก่ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างสมบูรณ์ แม้คู่สมรสจะอ้างว่าแยกกันอยู่นานเพียงใด แต่หากยังไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนหย่า สถานะการสมรสก็จะยังคงอยู่ตามกฎหมาย ดังนั้น ภริยาหลวงจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน เช่น คลิปวิดีโอหรือภาพถ่าย ไปใช้ประกอบการยื่นฟ้องร้องเรียกค่าทดแทนความเสียหายทางแพ่งจากบุคคลที่สามหรือชู้ได้อย่างเต็มที่

สำหรับความรับผิดของฝ่ายสามี นอกจากการประพฤติผิดต่อการสมรสแล้ว การกระทำในเหตุการณ์ดังกล่าวยังเข้าข่ายความผิดทางอาญาในข้อหาทำร้ายร่างกาย และอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลการสืบสวนเพิ่มเติมหากมีข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด กรณีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนว่า หากบุคคลใดประสงค์จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ ควรดำเนินการจดทะเบียนหย่าให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการเสียก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมายและการถูกดำเนินคดีที่อาจตามมาอย่างร้ายแรง