กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองและเศรษฐกิจทันที เมื่อนโยบายลดราคาน้ำมัน 2.5 บาทต่อลิตรของรัฐบาล ถูกตั้งคำถามอย่างหนักจาก นายกรณ์ จาติกวณิช ถึงความเหมาะสมในการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาอุดหนุน จนนำไปสู่การโต้ตอบกันโดยตรงบนพื้นที่โซเชียลมีเดียกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ต้องเร่งชี้แจงว่าแท้จริงแล้วเป็นการดึงเงินส่วนเกินจากกลุ่มโรงกลั่นกว่าหมื่นล้านบาทมาช่วยชดเชย ท่ามกลางเสียงเรียกร้องที่ตามมาถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน
จากกรณีรัฐบาลสั่งหั่นราคาน้ำมันด่วน 2.5 บาทต่อลิตรรับอานิสงส์ตลาดโลกขาลง แต่กลับเจอดรามาหนักเมื่อ 'กรณ์ จาติกวณิช' ขุนพลเศรษฐกิจประชาธิปัตย์ ออกมาเบรกหัวทิ่ม แฉเบื้องหลังไม่ใช่การปรับโครงสร้างราคาหรือลดภาษีอย่างที่สัญญาไว้ แต่เป็นการล้วงเงิน 'กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง' ที่กำลังติดลบทะลุ 5.7 หมื่นล้านบาทมาอุ้ม ชี้เป้าชัดนี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน แต่คือการซุกหนี้และผลักภาระให้ประชาชนต้องตามจ่ายคืนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ข้อ นายกรณ์ จาติกวณิช ว่า
"พี่กรณ์คงไม่ได้รับข้อมูลครบครับ มีการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน กบง. เพื่อดึงประโยชน์ส่วนเกินอีกเกือบ 2,000ล้าน รวมราวๆ 10,000 ล้าน แล้วจากโรงกลั่น เพื่อมาชดเชยส่วนต่างราคาครับ ประกาศลงราชกิจจาฯ ก็ใช้ได้พรุ่งนี้ กองทุนรับวันเดียวให้ราคาลงเร็วครับ"
ต่อมาไม่นาน นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้คอมเนต์กลับ นายเอกนัฏ ใจความว่า ขอบคุณที่ชี้แจงครับ ผมถือว่าดีที่มีการแบ่งภาระจากผู้ประกอบการมาช่วยกองทุน แต่ ‘discount’ ที่ท่านเคยเก็บและจะกลับมาบางส่วนในวันพรุ่งนี้ เราเห็นตรงกันว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาในระยะสั้น โดยที่สิ่งที่ประชาชนยังรอคอยคือผลการพิจารณาการปรับสูตรการคำนวณให้เป็นธรรมตามที่เราเคยแลกเปลี่ยนกันในสภาฯ ผมไม่อยากเห็นท่านหรือรัฐมนตรีในอนาคตต้องพึ่งพาการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. 2516 ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างครับ


