กพท.ออกกฎเหล็กสั่งห้าม "แอร์โฮสเตส-สจ๊วต" รับฝากหรือรับหิ้วของจากบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด พร้อมจี้ทุกสายการบินตั้งระบบคุมเข้มสัมภาระลูกเรือแบบรัดกุมขั้นสุด ใครฝ่าฝืนเจอโทษหนักทั้งทางวินัยและกฎหมายแน่นอน งานนี้ไม่ได้ตั้งใจเพิ่มภาระ แต่เป็นการสกัดการใช้สิทธิพิเศษในทางที่ผิด เพื่อยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานการบินของไทยให้เป๊ะระดับโลก
วันนี้ (5 ก.ค.) มีรายงานว่า “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย“ ได้บังคับใช้มาตรการควบคุมปี พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงทางการบินเชิงรุก
โดยกำหนดให้สายการบินต้องจัดตั้งระบบควบคุมสัมภาระลูกเรือ (Crew Baggage Control) พร้อมทั้งสั่งห้ามสมาชิกลูกเรือรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของจากบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด เว้นแต่เป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังกำชับให้สายการบินนำหลักการบริหารความเสี่ยงมาใช้กำกับดูแลและกำหนดบทลงโทษอย่างเคร่งครัด
ซึ่งนโยบายดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างภาระ แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันการใช้สิทธิพิเศษของลูกเรือโดยมิชอบ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือและมาตรฐานสากลของระบบการบินพลเรือนไทย ทั้งนี้ ทางเพจได้ระบุข้อความว่า
“ยกระดับมาตรการป้องกันเชิงรุก เพื่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นด้านการบิน
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับการกำกับดูแลสายการบินและการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกลูกเรือ ป้องกันการนำสถานะหรือสิทธิของการเป็นลูกเรือไปใช้ในการรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่นโดยมิชอบ อันอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ความมั่นคงด้านการบิน และความน่าเชื่อถือของระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย
สาระสำคัญของประกาศ ได้แก่
✅ ให้สายการบินจัดทำระบบควบคุมสัมภาระลูกเรือ (Crew Baggage Control) อย่างเป็นระบบ
✅ ห้ามลูกเรือรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่สายการบินมอบหมาย
✅ กำหนดให้สายการบินนำหลักการบริหารความเสี่ยงมาใช้ในการกำกับดูแลและตรวจสอบ
✅ กำหนดมาตรการทางวินัยและการดำเนินการตามกฎหมายเมื่อพบการฝ่าฝืน
มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มภาระแก่สมาชิกลูกเรือ แต่เป็นการยกระดับการบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกัน เพื่อป้องกันการนำระบบการบินไปใช้ในทางที่ผิด รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของการบินไทย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสารและประชาคมการบินระหว่างประเทศ


