กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจฐานราก ชูนโยบาย “DIPROM Flexi” ดึงนวัตกรรม เทคโนโลยี AI และแนวคิด Soft Power ปลดล็อกขีดจำกัดสินค้าชุมชนไทยกว่า 2 แสนรายการ นำร่องโชว์ศักยภาพในงาน “DIPROM Creative & Innovation 2026” พร้อมจัดระบบนิเวศสนับสนุนครบวงจรตั้งแต่การผลิตยันแหล่งเงินทุน คาดกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 30 ล้านบาท
วันนี้ (2 ก.ค.) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจฐานราก จัดแพกเกจใหญ่เปิดงาน “DIPROM Creative & Innovation 2026” โชว์ศักยภาพการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ดึงเทคโนโลยี AI และแนวคิด Soft Power เสริมแกร่งผู้ประกอบการ ชูนโยบาย “DIPROM Flexi” ปลดล็อกขีดจำกัดธุรกิจ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทะลุ 30 ล้านบาท
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เปิดเผยถึงความสำเร็จในการจัดงาน “DIPROM Creative & Innovation 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ว่า งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสินค้าชุมชนและวิสาหกิจที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์มากกว่า 50 รายการ ซึ่งผ่านการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และงานวิจัย สู่สายตาตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 ที่มุ่งเสริมสร้างทักษะให้ผู้ประกอบการรู้จักนำ AI มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเทรนด์ตลาดและพัฒนากระบวนการผลิต ซึ่งคาดว่าจะสามารถกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
นางสาวณัฏฐิญาชี้แจงเพิ่มเติมถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนว่า ปัจจุบันทิศทางของตลาดโลกเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญต่ออารมณ์ความรู้สึกในการบริโภคและกระแสรักสุขภาพมากขึ้น ดีพร้อมจึงได้ปรับกลยุทธ์จากการมุ่งเน้นเพียงมาตรฐานการผลิตแบบเดิม สู่การใช้ "ความคิดสร้างสรรค์ " และ "นวัตกรรม" เป็นหัวหอกสำคัญ โดยนำจุดแข็งด้าน Soft Power ของไทย เช่น สินค้าเกษตรแปรรูป อาหารปลอดภัย สมุนไพร ตลอดจนความสำเร็จจากการปั้น "เชฟชุมชน" กว่า 10,000 รายทั่วประเทศ มาขยายผลต่อยอดสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น สิ่งทอ แฟชั่น และเครื่องประดับ รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สามารถเล่าเรื่องราว (Storytelling) ของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการยกระดับสินค้า OTOP และวิสาหกิจชุมชนกว่า 230,000 รายการทั่วประเทศให้แข่งขันได้ในระดับสากล ดีพร้อมได้วางกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการ (Support Ecosystem) อย่างครบวงจรใน 4 มิติหลัก ได้แก่
1. ด้านการวิจัยและมาตรฐาน: ผนึกกำลังกับกระทรวง อว. และอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) พร้อมเปิดศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นเสมือน "Sandbox" สำหรับผู้ประกอบการในการทดลองผลิตและวิจัยสินค้าใหม่ๆ เพื่อขอรับรองมาตรฐาน (มอก.S, มผช.)
2. ด้านข้อมูลและเทคโนโลยี: สนับสนุนการใช้ AI เพื่อดึงฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำในการผลิต
3. ด้านช่องทางการตลาด: ผลักดันการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) นำสินค้าเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า (Modern Trade) ตลอดจนเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม E-commerce ระดับโลก ทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok รวมถึงสนับสนุนการออกงานจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศ
4. ด้านแหล่งเงินทุน: เปิดตัว "DIPROM Pay" กองทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ำพิเศษเริ่มต้นเพียง 2% (โดยมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับธุรกิจที่ปรับปรุงกระบวนการเพื่อลดการใช้พลังงาน) พร้อมประสานความร่วมมือกับ สสว. และ SME D Bank เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงสภาพคล่องได้อย่างไร้รอยต่อ
“ความสำเร็จของการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนในครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนตามนโยบาย ‘DIPROM Flexi’ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการปลดล็อกขีดจำกัดของผลิตภัณฑ์และธุรกิจชุมชน โดยให้ผู้ประกอบการยึดมั่นในจุดแข็งและอัตลักษณ์ที่ทรงคุณค่าของท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการเติมเต็มองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสร้างความยืดหยุ่น ปรับตัวให้เท่าทันกระแสโลก และสามารถสร้างผลกำไรกลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวทิ้งท้าย


