นักวิชาการออกโรงเตือนนักการเมืองสายงาบ ระวังอนาคตจะ "ไม่เหลือเงินให้โกง" หลังกางตัวเลขงบประมาณปี 2570 พบความจริงสุดอึ้ง รัฐไทยอุ้ยอ้ายหนัก เอาเงินไปจ่ายเงินเดือนข้าราชการพุ่งทะลุ 73% บีบงบลงทุนพัฒนาประเทศหดเหลือแค่ 20% เท่านั้น
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค นักเศรษฐศาสตร์และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้โครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สะท้อนวิกฤตความอุ้ยอ้ายของภาครัฐอย่างชัดเจน โดยสัดส่วนรายจ่ายประจำซึ่งส่วนใหญ่คือเงินเดือนบุคลากร พุ่งสูงถึง 73.6% ส่งผลให้งบลงทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศถูกบีบให้หดตัวลงเหลือเพียง 20.8%
สถานการณ์นี้ตอกย้ำถึงความด้อยประสิทธิภาพและปัญหาคอร์รัปชันฝังลึกในระบบราชการ พร้อมทั้งสร้างข้อตระหนักเชิงเสียดสีว่า หากไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างรัฐที่ใหญ่เกินความจำเป็นนี้ ในอนาคตประเทศจะสูญเสียขีดความสามารถในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ จนถึงขั้นที่ไม่เหลือแม้กระทั่งเม็ดเงินในโครงการลงทุนให้นักการเมืองทุจริตสามารถตักตวงผลประโยชน์ได้อีกต่อไป ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"เป็นห่วงคนโกง จะไม่เหลือเงินให้โกงครับ
เข้าสู่ช่วงพิจารณางบประมาณรายจ่ายกันอีกแล้ว เดี๋ยวคงจะมีการตั้ง กมธ.งบ 70 กัน ให้หน่วยงานรัฐมาชี้แจงงบกันวุ่นวาย แต่มีข้อมูลหนึ่งที่ผมเห็นแล้วตกใจพอสมควร นั่นคือ รายจ่ายประจำ และ รายจ่ายลงทุน ที่น่ากังวล
ดูจากที่ผมวงไว้ รายจ่ายประจำปี 70 นี้ หรือก็คือเงินเดือน ค่าจ้างของข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ จะสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วอีก 5% เพิ่มเป็น 73.6% ของงบประมาณรวมเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนที่โดนกระทบคืองบลงทุน หรืองบที่ใช้ในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ เลยลดลงมาถึง 8.4% เหลือแค่ 20.8%
ถ้ารัฐไทยยังจะใหญ่ขนาดนี้และใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยประสิทธิภาพไม่เพิ่มขึ้น แถมเงินเดือนยังต้องไปจ่ายให้กับข้าราชการบางคนที่โกงสอบเข้ามาด้วยอีก เราจะเหลืออะไรไปพัฒนาประเทศครับเนี่ย
และฝากให้เป็นข้อกังวลไปถึงนักการเมืองบางคนที่กะจะเข้ามาโกงเงินแผ่นดินว่า นับวันเงินที่เหลือให้โกงผ่านโครงการต่างๆ มันจะน้อยลงเรื่อยๆ (นอกจากจะหาทางไปโกงเงินจากเงินเดือนข้าราชการได้) ถ้าไม่แก้เรื่องนี้ ต่อไปจะไม่เหลือเงินลงทุนให้ไปโกงแล้วนะครับ"


