xs
xsm
sm
md
lg

คิกออฟ กองทัพ AI "บิ๊กหยอย" เผยหน่วยบัญชาการ JCC มีผล 1 ตุลาคมนี้ 3 เหล่าทัพแบ่งงานพัฒนาระบบอัตโนมัติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผบ.ทสส.เผยหน่วยบัญชาการ JCC มีผลตุลาคมนี้ เดินหน้ากองทัพ AI  แบ่งงาน 3 เหล่าทัพ ผุดพิมพ์เขียวพัฒนากองทัพดิจิทัล 3 เหล่าทัพแบ่งงานรับผิดชอบระบบอัตโนมัติ

วันที่ 30 มิ.ย. 69 เวลา 12.05 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการเสวนา การสร้างความพร้อมกำลังพลกองทัพไทยในยุคดิจิทัล "Digital Readiness for One Team RTARF“ ถึงความพร้อมในยุคดิจิทัลและการรับมือกับภัยคุกคาม ว่า เราได้เห็นอยู่แล้วในห้วงความขัดแย้งที่ผ่านมามีหลายงานที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ซึ่งไปเชื่อมโยงกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี

พล.อ.อุกฤษฎ์กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ AI สิ่งที่กองทัพไทยได้ทำมาคือการจัดตั้ง หน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย (Joint Capabilities Command : JCC) ซึ่งจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย ด้านกิจการอวกาศ เพื่อประสานงานกับกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหลัก และเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าระบบอัตโนมัติ เช่น โดรน หุ่นยนต์ ยานใต้น้ำ ยานผิวน้ำ รวมถึงอะไรก็ตามที่ใช้ระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้

พล.อ.อุกฤษฎ์กล่าวอีกว่า ตลอดจนถึงการป้องกันภัยทางอากาศ ซึ่งการปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วย AI ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป และ AI จะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ในทุกเรื่อง รวมถึง AI จะเข้าสู่การพัฒนาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราไม่สามารถอยู่ในสภาวะที่เทคโนโลยีมีความชัดเจนได้แล้วค่อยไปพัฒนา แต่ปัจจุบันเราต้องกล้าที่จะตัดสินใจพัฒนาปรับเปลี่ยนเรียนรู้ไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกิดความพร้อมในมิติทางด้านการทหาร

เมื่อถามว่า JCC ไทม์ไลน์ของกองทัพที่จะใช้ AI อยู่ในช่วงเวลาใด พล.อ.อุกฤษฎ์กล่าวว่า ตอนนี้ JCC ได้รับการอนุมัติจากสภากลาโหมแล้ว และอยู่ในช่วงทดลองการปฏิบัติงาน โดยในวันที่ 1 ต.ค. 69 จะมีการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาและหน่วยอย่างเป็นทางการ และวางไทม์ไลน์เอาไว้ว่าในช่วง 3 ปีแรก และการจัดตั้งหน่วยอย่างเป็นทางการเราจะต้องมีแนวความคิด ต้องมีแผนพัฒนาที่เป็นพิมพ์เขียวที่ชัดเจนของกองทัพไทย ในเรื่องของมิติดิจิทัลอย่างชัดเจนได้ ไม่ได้หมายความว่าการจัดตั้งหน่วยในครั้งนี้เป็นสูตรสำเร็จและเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

พล.อ.อุกฤษฎ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้เราเริ่มทำและถ้าหากยังไม่ถูกสามารถปรับเปลี่ยนได้ การที่ให้เกิดความชัดเจนและค่อยจัดตั้งจะทำให้เราเสียเวลา ซึ่งในแต่ละปีเราต้องมีการพัฒนาระบบอัตโนมัติ เพื่อให้เห็นว่าในกองทัพไทยไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เราจะแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบระบบอัตโนมัติกันอย่างไร มีหลักนิยมมาตรฐานที่เป็นการปฏิบัติร่วมของกองทัพไทย

พล.อ.อุกฤษฎ์กล่าวอีกว่า ในเรื่องการป้องกันภัยทางอากาศ ภายหลังรัฐบาลและมอบหมายกองทัพอากาศเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเราจะรวมเรื่องนี้เข้าไปอยู่ในเรื่องการป้องกันภัยทางอากาศร่วมกับงานเก่าที่เรามองว่าภัยคุกคามทางอากาศก็คือเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเราต้องมองไปถึงขีปนาวุธอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน สวอมโดรน ภัยคุกคามที่อยู่บนอากาศทั้งหมดต้องมองแบบองค์รวม เช่นเดียวกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเราก็ต้องมีแผนพัฒนาหน่วย และบุคลากรอย่างชัดเจนถึงจะก้าวเดินได้