ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แจงกรณีพนักงานต้อนรับบนเที่ยวบินสัญชาติไทยถูกทางการออสเตรเลียจับกุมพร้อมเฮโรอีนมูลค่ากว่า 11.5 ล้านบาท ยืนยันระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออกทำงานตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างถูกต้อง แต่เป็นระบบอัตโนมัติที่มุ่งตรวจจับวัตถุระเบิดเพื่อป้องกันการก่อวินาศกรรมเป็นหลัก พร้อมเดินหน้าบูรณาการข้อมูลข่าวกรองร่วมกับ ป.ป.ส. และศุลกากร ยกระดับมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ
จากกรณีตำรวจออสเตรเลียแถลงจับกุมหญิงสัญชาติไทย อายุ 26 ปี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเที่ยวบินระหว่างประเทศ ลักลอบนำเข้ายาเสพติดเฮโรอีนกว่า 1 กิโลกรัม เข้าประเทศออสเตรเลีย ที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมูลค่าในตลาดมืดราว 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 11.5 ล้านบาท เผยเป็นขบวนการใช้คนวงใน-ลูกเรือขนยาเสพติดเข้าประเทศ
ล่าสุด วันนี้ (30 มิ.ย.) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ออกมาชี้แจงกรณีพนักงานต้อนรับสายการบินถูกจับกุมคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย ย้ำระบบเอ็กซเรย์สัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่องทำงานตามมาตรฐานความปลอดภัย ชี้การสกัดกั้นยาเสพติดต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูลข่าวกรองร่วมทุกภาคส่วน เผยสถิติปี 2568–ปัจจุบัน จับกุมผู้กระทำผิดได้กว่า 23 ราย จำนวนกว่า 200 กิโลกรัม
ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวกรณีลูกเรือสัญชาติไทย ถูกเจ้าหน้าที่ประเทศออสเตรเลียควบคุมตัวภายหลังตรวจพบยาเสพติดในสัมภาระนั้น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า สัมภาระของลูกเรือดังกล่าวได้ผ่านการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสัมภาระในระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออก โดยระบบแสดงผลการตรวจสอบ “ไม่พบวัตถุระเบิดและสารระเบิด” สัมภาระดังกล่าวจึงเข้าสู่กระบวนการลำเลียงสัมภาระขึ้นอากาศยานต่อไป
ทั้งนี้ ระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออก เป็นระบบเอ็กซเรย์ตรวจจับวัตถุระเบิดอัตโนมัติ (Explosive Detection System : EDS) ซึ่งตรวจจับวัตถุระเบิดและสารระเบิดเป็นหลัก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันภัยคุกคามและการก่อวินาศกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทสภ. ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มงวด ทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) ซึ่งประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. กรมศุลกากร กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 และสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการสืบสวน ข่าวกรอง การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการคัดกรองผู้ต้องสงสัยอย่างเข้มข้น
ทั้งนี้ ทสภ. น้อมรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาศึกษาและพัฒนาการดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยและการสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางยกระดับมาตรการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดผ่านท่าอากาศยานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมา ทสภ. ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดมีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม โดยในช่วงปี 2568 จนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดที่ลักลอบนำเข้า–ส่งออกยาเสพติดผิดกฎหมายผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รวมกว่า 23 ราย ของกลางยาเสพติดรวม 211 กิโลกรัม
ทสภ. ขอยืนยันว่า พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของท่าอากาศยานไทยให้เป็นที่เชื่อมั่นในระดับสากลต่อไป


