จากกระแสเดือดบนโลกออนไลน์ กรณีผู้บริจาครายใหญ่ตัดสินใจยกเลิกการสนับสนุน 'UNICEF' อย่างกะทันหัน เหตุไม่พอใจที่องค์กรเชิญ 'เชฟเขมร' ที่เคยมีประเด็นอ่อนไหวเรื่องการอ้างสิทธิ์อาหารไทยมาร่วมงานที่กรุงเทพฯ
ล่าสุด 'ยูนิเซฟ ประเทศไทย' ไม่ปล่อยผ่าน ออกแถลงการณ์ชี้แจงชัดเจนแล้ว ยืนยันว่างานดังกล่าวจัดโดยสำนักงานภูมิภาค ไม่ได้เกี่ยวกับหน่วยงานในไทย และไม่มีการนำอาหารไทยไปเปรียบเทียบแต่อย่างใด พร้อมย้ำจุดยืนเงินบริจาค
จากกรณี เกิดกระแสวิจารณ์เมื่อนายเตชะวินท์ มหพันธ์ ผู้สนับสนุนที่บริจาคเงินให้ยูนิเซฟ (UNICEF) มาอย่างยาวนาน ตัดสินใจยกเลิกการบริจาคทั้งหมด เนื่องจากไม่พอใจที่องค์กรเชิญ "เชฟนาค" (Ros Rotanak) เชฟชาวกัมพูชา มาร่วมงานแคมเปญ 'Fix My Food' ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2023
โดยเขามองว่าเชฟคนดังกล่าวมีประเด็นอ่อนไหวจากการตีพิมพ์หนังสืออ้างสิทธิ์ว่าอาหารไทยหลายเมนูเป็นของกัมพูชา จึงกังวลว่าการร่วมงานกับองค์กรระดับโลกอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือให้ข้อมูลดังกล่าว ซึ่งล่าสุดทางเพจ UNICEF Thailand ได้รับเรื่องร้องเรียนและดำเนินการยกเลิกการบริจาคตามความประสงค์เรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. มีรายงานว่า องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF Thailand) ออกแถลงการณ์ชี้แจงเพื่อยุติความเข้าใจคลาดเคลื่อนบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับแคมเปญ "Fix My Food" ปี 2566
โดยยืนยันว่าหน่วยงาน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดงานดังกล่าว ซึ่งแท้จริงแล้วดำเนินงานโดยสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (UNICEF EAPRO) ที่ใช้กรุงเทพฯ เป็นเพียงสถานที่จัดงานเท่านั้น ภายในกิจกรรมไม่มีเยาวชนไทย เชฟไทย หรือการปรุงอาหารไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือเปรียบเทียบอาหารไทยแต่อย่างใด
ส่วนการเชิญวิทยากรชาวกัมพูชามาร่วมงาน เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านโภชนาการกับเยาวชนต่างชาติ 8 ประเทศที่ประกอบอาหารพื้นถิ่นของตนเอง พร้อมย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า ยูนิเซฟ ประเทศไทย เคารพในวัฒนธรรมไทย และให้ความสำคัญกับการบริหารเงินบริจาคเพื่อนำไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กในประเทศไทยเป็นอันดับแรกเสมอ


