ตอกย้ำศักยภาพเบอร์หนึ่ง Medical Hub of Asia! สมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณ (THAICOSDERM) ร่วมกับสถาบันระดับโลก IMCAS ฝรั่งเศส สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในเวที IMCAS Asia 2026 ดึงดูดแพทย์และกลุ่มนักเดินทางคุณภาพสูง (High-Value Visitors) กว่า 4,000 คน จาก 60 ประเทศทั่วโลก ประกาศจุดยืนไทยในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) สู่การสร้างเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศอย่างยั่งยืน
สมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณ (THAICOSDERM) ร่วมกับสถาบันวิชาการระดับโลก IMCAS ประเทศฝรั่งเศส สานต่อความสำเร็จจากการประชุม IMCAS Asia 2025 ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ระดมพลแพทย์กว่า 3,000 ชีวิตจาก 40 ประเทศทั่วโลก โดยประกาศความพร้อมอย่างยิ่งใหญ่ในการจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ IMCAS Asia 2026 เมื่อวันที่ 19-21 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Strategic Global Health Hub) และเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ของประเทศ ผ่านโครงการ "Thailand Global Scientific Experience Initiative" ที่ทำงานร่วมกับ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการเปลี่ยนเวทีวิชาการให้เป็นแพลตฟอร์มสร้างเม็ดเงินพรีเมียมจากกลุ่มนักเดินทางคุณภาพสูง (High-Value Visitors) กว่า 4,000 คน จากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
ภายใต้การบริหารงานของสองประธานจัดงานร่วมฝั่งไทย ดร.พญ.อัจจิมา สุวรรณจินดา (Atchima Suwanchinda, MD, Ph.D.) และ นพ.ไพศาล รัมณีย์ธร (Paisal Rummaneethorn, MD) ในฐานะ Congress Co-Chairs และ ผศ.พญ.สุวิรากร ธรรมศักดิ์ นายกสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณ ร่วมด้วยสองผู้นำทางวิชาการจากฝรั่งเศส Dr. Hugues Cartier และ Dr. Sebastien Garson ในฐานะ Scientific Directors ซึ่งในปีนี้ได้รับเกียรติสูงสุดจาก ฯพณฯ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นประธานในพิธีเปิดเพื่อส่งสัญญาณเชิงนโยบาย (Policy Signaling) ในการสร้างความเชื่อมั่นระดับสากล (Global Trust) บนแกนหลัก "นวัตกรรมต้องนำด้วยวิทยาศาสตร์ คลินิกปฏิบัติบนฐานความปลอดภัย และกำกับด้วยจริยธรรมความรับผิดชอบ"
ในปี 2026 นี้มีการนำเสนอองค์ความรู้ด้าน การบริหารจัดการและป้องกันผลแทรกซ้อนจากการฉีด (Complication Protocols) ซึ่งอิงหลักฐานทางการแพทย์ (Evidence-Based Practice) เพื่อส่งเสริมให้แพทย์สามารถพิจารณาแนวทางการรักษาอย่างรอบด้านบนพื้นฐานของความปลอดภัยและจริยธรรมทาง วิชาชีพโดยไม่ถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสทางการตลาดเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ คณะผู้จัดงานยังได้ขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เป็นปีแรก ร่วมกับผู้นำด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันของเมืองไทยอย่าง BDMS Wellness Clinic ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เพื่อเปิดเวทีวิชาการระดับสากลนำร่องนวัตกรรมยืดอายุขัยของมนุษย์อย่างมีคุณภาพ ในหัวข้อ “The Future of Human Longevity : How Thailand Leads the Wellness Economy Through Multi-Dimensional Healthspan”
โดยได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้ชำนาญการจาก BDMS Wellness Clinic ขึ้นเวทีร่วมเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำเสนอองค์ความรู้เชิงลึกด้าน Scientific Wellness ผ่าน 3 หัวข้อสำคัญ โดยเริ่มจาก พญ.จิรา ถาวรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการคลินิกสุขภาพเชิงป้องกัน และฟื้นฟู ในหัวข้อ Scientific Wellness Trend โอกาสและทิศทางของประเทศไทยในการสร้างสุขภาวะที่ดี พร้อมทั้งเชื่อมโยงมาถึง Aesthetic Wellness ผสานศาสตร์ด้านความงามและตจศัลยศาสตร์ขั้นสูงเข้ากับการดูแลสุขภาพ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ความงามอย่างยั่งยืนตามแนวคิด T-Beauty (Thai Beauty) พร้อมทั้ง พญ.ณัฏฐ์นรี บุญศิรภัสสร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน จะพาผู้เข้าร่วมเจาะลึกแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) การวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมเพื่อการชะลอวัยจากภายใน เสริมข้อมูลด้วย Research-Based Wellness ให้เห็นข้อมูลการดูแลเชิงลึกที่ไทยทำได้ และต่อด้วยหัวข้อ Reproductive Wellness บรรยายโดย พญ.ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์ ผู้อำนวยการคลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก และส่งเสริมสุขภาพสตรี ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการดูแลระบบเจริญพันธุ์และสมดุลฮอร์โมนสตรีในระดับเซลล์ พร้อมนวัตกรรมการดูแลที่สร้างคุณภาพชีวิตของสตรีอย่างรอบด้าน โดยมี ดร.พญ.อัจจิมา สุวรรณจินดา รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเวทีเสวนาเพื่อเเลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็น"Potential ของ Wellness ไทย" โดยมุ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาการให้บริการด้านสุขภาพและเวลเนสแบบครบวงจร (Total Holistic Care) ตลอดจนบทบาทของภาคการแพทย์และเวลเนสไทยในการยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพ และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคุณภาพสูง (High-Value Wellness Tourism) ให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพไทยในระดับสากล
ยิ่งไปกว่านั้น ความเข้มข้นของหลักสูตรในปีนี้ยังทวีความเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัว 2 เซสชันระดับไฮไลต์ใหม่ภายใต้แคมเปญ "Calling for Asian Innovators in Aesthetic Medicine" เพื่อเฟ้นหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในภูมิภาคเอเชียมาร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมการรักษาและแบ่งปันผลลัพธ์เชิงประจักษ์บนเวทีโลก
นำร่องด้วยเซสชัน "Asian SECRET SAUCE" (Secret Sauce Session) ที่จะมาเจาะลึกเทคนิคหัตถการเฉพาะตัวอันเป็นสูตรลับความสำเร็จของแพทย์เอเชีย (Asian “Secret Sauce” Techniques) เน้นแนวทางการรักษาที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์จริงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมและทำซ้ำได้ (Reproducible Outcomes) ครอบคลุมทั้งเทคนิคการฉีดขั้นสูง (Advanced injection techniques) โปรโตคอลการรักษาแบบผสมผสาน (Combination protocols) และการออกแบบความงามเฉพาะบุคคลสำหรับชาวเอเชีย(Personalized Asian aesthetic design)
ควบคู่ไปกับเซสชัน "Asian INNOVATION" (Innovation Session) เวทีแห่งการนำเสนอแนวคิดและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก (Innovation & Breakthrough Concepts) ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของการรักษาทั่วไป นำเสนอความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่แท้จริงทั้งด้านวิทยาศาสตร์ฟื้นฟูความเสื่อม (Regenerative aesthetics) เช่น Polynucleotides (PN) เอ็กโซโซม (Exosomes) และสารชีวภาพ (Biologics) รวมถึงนวัตกรรมและการผสมผสานการใช้เครื่องมือพลังงานความร้อน (Energy-based device innovations and combinations) ตลอดจนกลยุทธ์การรักษาและแนวคิดทางคลินิกรูปแบบใหม่ (Novel treatment strategies or clinical concepts) เพื่อยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการแพทย์ความงามในเอเชียอย่างแท้จริง
จากข้อมูลสถิติเชิงประจักษ์นับตั้งแต่ปี 2018 ที่มีผู้ร่วมงาน 1,619 คน เติบโตสู่ 3,215 คนในปี 2024 และทะยานสู่ 4,000+ คน พร้อมแบรนด์นวัตกรรมกว่า 131 บริษัทจากทั่วโลกในปี 2026 พิสูจน์ให้เห็นว่านี่คืองานประชุมทางการแพทย์ผิวหนังและศัลยกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียที่สร้างคุณค่าและประโยชน์มหาศาลต่อการวางแผนอนาคตเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง Medical Hub of Asia อย่างสมบูรณ์แบบและยั่งยืน


