xs
xsm
sm
md
lg

“บอย ตุ๊ดส์review” น้อมรับคำวิจารณ์ ปมดราม่า โต้ไม่ได้โกงเงิน-แถมถูกโยงอนาจาร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ตุ๊ดส์review” แจงหลังถูกกระแสตีกลับจากการวิจารณ์รายการ “โหนกระแส” และบทบาทของ “หญิง รฐา” โดย “บอย ธนบัตร” เจ้าของเพจ ยอมรับข้อผิดพลาดในการสื่อสาร ยืนยันไม่มีเจตนาร้าย พร้อมเคลียร์ทุกข่าวลือที่ถูกโยง ทั้งประเด็นห้องน้ำปั๊ม ฟิตเนส และข้อกล่าวหาโกงเงินค่ายเพลง ย้ำขอให้สังคมเสพข่าวอย่างมีวิจารณญาณ และไม่ควรมีใครถูกใส่ร้ายเพียงเพราะคิดเห็นต่างกัน

วันนี้ (26 มิ.ย.) กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลฯทันที หลังจากที่เพจวิจารณ์ชื่อดังอย่าง "ตุ๊ดส์review" เจอแรงตีกลับอย่างหนักจากกรณีการโพสต์แสดงความคิดเห็นต่อรายการดังอย่าง โหนกระแส และนักแสดงสาว หญิง-รฐา โพธิ์งาม ในบทบาททนายจิตตรี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการนำเสนอ

ล่าสุด "บอย-ธนบัตร ชายด่าน" เจ้าของเพจ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงและกราบขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ตนเองวิจารณ์คนอื่นมาเยอะ เมื่อถึงเวลาถูกวิจารณ์กลับก็ยินดีรับฟัง ยืนยันว่าการโพสต์ทั้ง 2 ประเด็นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อตัวบุคคลหรือรายการ เพียงแต่เชื่อในการส่งเสียงเพื่อต่อยอดประเด็นสังคมที่ให้คุณค่าอย่างสุจริตใจ

อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าวิธีการนำเสนอในบางครั้งอาจจะยังทำได้ไม่ดีพอ และหากคำวิจารณ์ไปกระทบกระเทือนใจใครก็ต้องขออภัยจากใจจริง โดยหลังจากนี้เตรียมทบทวนและปรับทิศทางการนำเสนอคอนเทนต์ของเพจใหม่ในเส้นทางสู่ปีที่ 9

นอกจากประเด็นเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์แล้ว "บอย ตุ๊ดส์review" ยังได้ใช้โอกาสนี้ชี้แจงข่าวลือและข้อมูลเท็จเกี่ยวกับตัวตนของเขาที่กำลังแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ โดยยืนยันว่าข้อมูลเหล่านั้น "ไม่ใช่ความจริงสิ้นเชิง" พร้อมยกตัวอย่างประเด็นหลักที่ถูกบิดเบือน ไม่ว่าจะเป็นภาพข่าวแอบถ่ายในห้องน้ำปั๊มน้ำมัน ซึ่งแท้จริงแล้วบุคคลในข่าวชื่อ "พีรพงษ์" ไม่ใช่ตนเองที่มีชื่อว่า "ธนบัตร" รวมถึงข่าวลือเรื่องการถูกแบนจากฟิตเนส ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าใช้บริการฟิตเนสมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยถูกห้ามเข้า ประวัติมีเพียงแค่การไม่ต่อสัญญาสมาชิกเพื่อย้ายไปที่ใหม่ตามโปรโมชันที่ดีกว่าเท่านั้น

รวมไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเงินค่ายเพลงเก่า ซึ่งบอยระบุว่าตนได้โทรศัพท์สอบถามไปยังต้นสังกัดเดิมเรียบร้อยแล้ว และทางบริษัทก็ยืนยันชัดเจนว่าตั้งแต่เริ่มทำงานจนกระทั่งลาออก ไม่เคยมีเรื่องการโกงเงินใดๆ ทั้งสิ้น และสามารถตรวจสอบพยานบุคคลได้

ทั้งนี้ เจ้าของเพจดังเปิดเผยว่า สาเหตุที่เพิ่งออกมาเคลื่อนไหวเนื่องจากตอนแรกตั้งใจจะปล่อยผ่านเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริง แต่เมื่อคนรอบข้างเริ่มได้รับผลกระทบและเป็นห่วง จึงต้องออกมาปกป้องสิทธิ์และเล่าความจริงในมุมของตัวเอง พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ยังเชื่อใจ โดยทิ้งท้ายขอให้สังคมเสพข่าวอย่างมีวิจารณญาณ และมองว่าไม่ควรมีใครต้องถูกสร้างเรื่องใส่ร้ายเพียงเพราะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

ทว่าหลังจากโพสต์ชี้แจงดังกล่าวเผยแพร่ออกไปกลับยิ่งทำให้กระแสสังคมเดือดหนักกว่าเดิมเมื่อชาวเน็ตจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดโดยเฉพาะประเด็นเรื่อง "การขอโทษ"ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการเขียนชี้แจงที่พยายามหลีกเลี่ยงคำว่าขอโทษอย่างตรงไปตรงมาแต่กลับใช้คำว่า "เรียนรู้กับตัวเอง"แทนจนมีผู้ใช้บัญชีโซเชียลรายหนึ่งเข้ามาโพสต์อธิบายความหมายและตัวอย่างการใช้คำว่า "ขอโทษ"เพื่อสื่อถึงการยอมรับความผิดและความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่ชาวเน็ตอีกส่วนตอกย้ำอย่างรุนแรงว่าคำว่าขอโทษในเรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องมารอเรียนรู้ในวัยนี้แต่เป็นพื้นฐานจิตสำนึกขั้นต่ำที่ทุกคนควรจะมีอยู่แล้ว