xs
xsm
sm
md
lg

DSI แถลงทลายเครือข่าย Forex เถื่อน เสียหายหลายพันล้าน พบโอน 28 ล้านเข้าบัญชี “ภาวุธ” - “ฟิล์ม” เอี่ยวโบรกเกอร์เถื่อน พร้อมเปิดให้ชี้แจง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดีเอสไอแถลงผลสืบสวนเครือข่าย Forex เถื่อน หลังแกะเส้นทางเงินกว่า 6 เดือน พบเชื่อมโยงกลุ่มโบรกเกอร์ กลุ่มสอนเทรด และบริษัทรับชำระเงิน เสียหายรวมหลายพันล้านบาท พบโอนเข้าบัญชี “สส.ภาวุธ” 14 ครั้งในวันเดียวรวม 28 ล้านบาท ขณะ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” เกี่ยวข้องเป็นผู้ขับเคลื่อนและที่ปรึกษาโบรกเกอร์ แต่ทั้งสองยังไม่ถือเป็นผู้ต้องหา เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริง

วันที่ 19 มิถุนายน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วย ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ร่วมแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีเครือข่ายซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ผิดกฎหมาย หลังสืบสวนพบเส้นทางการเงินหมุนเวียนจำนวนมาก และมีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่
พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ประเทศไทยไม่มีผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากธนาคารแห่งประเทศไทยในลักษณะดังกล่าว โดยผลการสืบสวนพบผู้เกี่ยวข้องแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโบรกเกอร์ที่เปิดเพจชักชวนลงทุน 4 บริษัทซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน กลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางหรือ IB (Introducing Broker) ชักชวนและสอนการเทรด ก่อนส่งต่อนักลงทุนไปยังโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทรับชำระเงิน (Payment) ที่ทำหน้าที่รับ-ส่งเงิน ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน


ด้าน ร.ต.อ.เขมชาติ เปิดเผยว่า DSI ใช้เวลาสืบสวนคดีนี้นานกว่า 6 เดือน โดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งพบการใช้ช่องทางโอนเงินผ่านบริษัทรับชำระเงิน จนนำไปสู่การขยายผลพบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย Forex

จากการตรวจสอบพฤติการณ์พบว่า ผู้เสียหายถูกชักชวนให้เข้ามาเทรดผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยมีการสอนการลงทุนและให้โอนเงินเข้าสู่ระบบชำระเงิน ก่อนเปลี่ยนเป็นสกุลเงินต่างประเทศ โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความร้องทุกข์ บางรายสูญเสียเงินมากกว่า 70 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายรวมกันนับพันล้านบาท

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบบริษัทในกลุ่ม Payment จำนวน 19 บริษัท ที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย โดยตรวจสอบพบว่ามี 15 บริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่จริง ขณะที่อีก 4 บริษัทจดทะเบียนพาณิชย์ไว้ในสถานที่รกร้างและไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง


นอกจากนี้ ยังพบเส้นทางการเงินจากบริษัทโบรกเกอร์ผ่านนิติบุคคล 2 ชั้น ก่อนโอนเข้าบัญชีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน รวมประมาณ 28 ล้านบาท โดยแบ่งโอนครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง ภายในวันเดียว ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มธุรกรรมของเครือข่าย Payment

อย่างไรก็ตาม DSI ยืนยันว่า การพบเส้นทางการเงินดังกล่าวยังไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย และขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับนายภาวุธ เนื่องจากอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าชี้แจงหรือส่งข้อมูลประกอบการตรวจสอบ โดยหลังปิดสมัยประชุมสภาในเดือนกรกฎาคม จะมีการทำหนังสือเชิญเข้าชี้แจงอย่างเป็นทางการ


จากการขยายผลเส้นทางการเงินและโครงสร้างเครือข่าย DSI ยังพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลมีชื่อเสียง โดยระบุชื่อ “ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” นักแสดงและนักธุรกิจ ว่าเกี่ยวข้องในฐานะผู้ขับเคลื่อนและที่ปรึกษาของบริษัท Eterwealth ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโบรกเกอร์เถื่อนที่ชักชวนประชาชนร่วมลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศนอกระบบ

ร.ต.อ.เขมชาติ ย้ำว่า ทั้งนายภาวุธและนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ยังไม่ได้ถูกออกหมายจับหรือหมายเรียก และยังไม่ถือเป็นผู้กระทำความผิด โดย DSI พร้อมรับฟังคำชี้แจงและพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

ทั้งนี้ DSI ยืนยันว่าการดำเนินคดีดังกล่าวไม่มีแรงกดดันทางการเมือง และเป็นผลจากการสืบสวนสอบสวนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจึงเข้าตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากหากปล่อยให้ล่าช้า อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเพิ่มมากขึ้น

หลังการตรวจค้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา DSI ได้ออกหมายเรียกพยานหลายรายเข้าชี้แจง และมีผู้สมัครใจเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ที่ถูกระงับบัญชี ซึ่งบางรายสามารถชี้แจงที่มาของเงินได้ และกลุ่มนักลงทุนที่เข้าไปเทรดผ่านระบบ ซึ่งยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะความเป็นผู้เสียหาย รวมถึงเงินที่ถูกระงับอยู่ในระบบว่าจะสามารถถอนคืนได้หรือไม่ โดยพนักงานสอบสวนจะเร่งตรวจสอบเพื่อแยกแยะทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดออกจากทรัพย์สินของผู้เสียหายให้ชัดเจน

อย่างไรก็ดี พ.ต.ต.ยุทธนา ย้ำว่า เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ขณะนี้ทั้งฟิล์ม รัฐภูมิ และนายภาวุธ ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี และ DSI เปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกพาดพิงทั้งหมดนำพยานหลักฐานเข้าชี้แจง เพื่อพิสูจน์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชนหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.



















นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (แฟ้มภาพ)

นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม รัฐภูมิ”  (แฟ้มภาพ)