บอร์ดอุทยานฯ มีมติแก้ปมทับลาน สรุปหั่นพื้นที่ 1.5 แสนไร่ที่ชาวบ้านอยู่มาก่อนส่งมอบ ส.ป.ก. ส่วนพื้นที่ป่าที่เหลือนอกโครงการอีก 1.09 แสนไร่ ให้คงสภาพอุทยานฯ พร้อมเดินหน้าชนกลุ่มทุนรุกป่าต่อ 450 คดี และเตรียมสำรวจขยายเขตอุทยานฯ เพิ่มในป่าสงวนอีก 8.6 หมื่นไร่
จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ใช้แนวเขตปี 2543 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดิน ส่งผลให้พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานอาจหายไปประมาณ 265,000 ไร่ นำมาสู่กระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากภาคอนุรักษ์ นอกจากนี้ มีความกังวลว่าที่ดินที่กันออกไปจะตกไปอยู่ในมือของ "กลุ่มทุน/นอมินี" ที่ทำรีสอร์ตหรือบ้านพักตากอากาศ (ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีบุกรุกกว่า 400 คดี) ไม่ใช่ตกถึงมือเกษตรกรผู้ยากไร้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ (15 มิ.ย. 2569) ได้ข้อสรุปการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ เพิกถอนพื้นที่รวม 155,865.47 ไร่ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเดิมของประชาชน รวมถึงพื้นที่ทหารที่มีมาก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ เพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. และกรมธนารักษ์ไปดำเนินการตามกฎหมาย, คงสถานะเป็นป่าอุทยานฯ ตามเดิมในพื้นที่ 109,420.99 ไร่ที่อยู่นอกเขตโครงการจัดสรรของรัฐ เพื่อรักษาผืนป่าสำคัญ โดยจะใช้แนวทางพิสูจน์สิทธิตามมาตรา 64 พ.ร.ฎ.อุทยานฯ 2562 เพื่อดูแลชาวบ้านรายเดิมและเดินหน้าดำเนินคดีบุกรุกป่า 450 คดีต่อไป พร้อมทั้งเตรียมสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีก 86,966.29 ไร่ เพื่อพิจารณาขยายเขตอุทยานฯ เพิ่มเติมในอนาคต โดยมีคำวินิจฉัยกฤษฎีการองรับว่าการดำเนินคดีที่ผ่านมาของเจ้าหน้าที่ไม่ถือเป็นการละเมิด ทั้งนี้ทางเพจได้ระบุข้อความว่า
“📌แถลงการณ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง การปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566
สำหรับการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของพื้นที่ระหว่างเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกับพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐจัดให้เป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของราษฎรมาก่อนนั้น ในการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ได้พิจารณาแนวทางการดำเนินงานด้วยความรอบคอบ โดยยึดหลักการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับคุณภาพชีวิตและความเป็นธรรมต่อประชาชน โดยมีข้อสรุปที่สำคัญดังนี้
1. พื้นที่ 155,865.47 ไร่ ที่คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐได้จัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินแก่ประชาชนมาก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มพื้นที่เป้าหมาย 4 ประเภท ได้แก่
• พื้นที่ 53,416.47 ไร่ ทับซ้อนเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เดิม (ประกาศเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2521) (อุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศเมื่อ 23 ธันวาคม 2524) : ส่งมอบให้ ส.ป.ก.ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยเขตปฏิรูปที่ดิน
• พื้นที่ 8,328 ไร่ ตามโครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี (อยู่ตามนโยบายของรัฐบาลตามมติ ครม. 25 พฤษภาคม 2520) : ส่งมอบ ส.ป.ก.ดำเนินการ
• พื้นที่ 87,500 ไร่ ตามโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ (พมพ.) และโครงการจัดสรรที่ดินทำกินแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม (คจก.) ตามมติ ครม. 28 กรกฎาคม 2535 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐในการจัดสรรที่ดิน : ส่งมอบ ส.ป.ก.ดำเนินการ สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่ออก ส.ป.ก.4-01 ให้ออกเป็น ส.ป.ก.แปลงรวม ตามแบบ คทช. โดยผู้ที่ได้รับสิทธิต้องมีคุณสมบัติภายใต้กฎหมายที่กำหนด
• พื้นที่ราชพัสดุ 6,621 ไร่ เพื่อเป็นสนามฝึกซ้อมรบในราชการทหาร มีมาก่อนการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานเช่นกัน : ให้กรมธนารักษ์เพื่อเป็นที่ราชพัสดุใช้ในราชการทหารต่อไป
2. พื้นที่ 109,420.99 ไร่ นอกเขตโครงการจัดสรรของรัฐเดิม คณะกรรมการฯ มีมติให้ "คงสถานะเป็นอุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป" เพื่อรักษาพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว คณะกรรมการฯ กำหนดให้ดำเนินตามกระบวนพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยจะเข้าสู่กระบวนการสำรวจและพิสูจน์สิทธิเพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินอยู่เดิมสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับการดำเนินคดี 450 คดี ในพื้นที่นี้จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
3. พื้นที่ 86,966.29 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ คณะกรรมการฯ ได้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ ดำเนินการสำรวจความเหมาะสมของพื้นที่อย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเสนอขยายพื้นที่เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานต่อไป
4. สำหรับข้อกังวลในเรื่องการคุ้มครองพนักงานเจ้าหน้าที่ จากการปฏิบัติหน้าที่จับกุมดำเนินคดีตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นไว้แล้วว่า การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยยึดหลักกฎหมายและผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
15 มิถุนายน 2569"


