คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เดินเครื่องตรวจสอบความโปร่งใสครั้งใหญ่ หลังพบข้อพิรุธในการอนุมัติสิทธิประโยชน์ "ฮอร์โมนข้ามเพศ" ของ สปสช.ที่ถูกเร่งรัดผ่านบอร์ดบริหารภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธาน กมธ. ชี้ช่องโหว่ร้ายแรงเชิงระบบ ทั้งการขาดผลวิจัยรองรับด้านความปลอดภัย ไร้การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และไม่มีแนวทางเวชปฏิบัติจากสมาคมวิชาชีพแพทย์เฉพาะทาง ซ้ำร้ายยังพบการเบิกงบจัดซื้อยาไปแล้วถึง 50 ล้านบาทโดยยังไม่มีการจ่ายยาจริง ล่าสุด กมธ.มีมติงัด พ.ร.บ.คำสั่งเรียก บังคับเลขาธิการ สปสช.เข้าชี้แจงด่วน เพื่อตอบคำถามสังคมถึงความหละหลวมในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน
วันนี้ (17 มิ.ย.) นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ออกมาโพสต์ข้อความถึงการชี้แจงของตัวแทนผู้บริหาร สปสช.ต่อคณะกรรมาธิการ กรณีการอนุมัติสิทธิประโยชน์ "ฮอร์โมนข้ามเพศ" สะท้อนให้เห็นถึงข้อบกพร่องเชิงระบบในกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณสุข ซึ่งถูกเร่งรัดให้ผ่านการอนุมัติจากบอร์ดบริหารภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน
โดยพบช่องโหว่สำคัญทั้งการขาดการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ขาดการศึกษาผลข้างเคียงด้านความปลอดภัยโดยตรง และไม่มีการบูรณาการแนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐาน ร่วมกับราชวิทยาลัยแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังพบข้อสังเกตด้านการบริหารจัดการงบประมาณที่ได้เบิกจ่ายเพื่อจัดซื้อยาไปแล้วถึง 50 ล้านบาทโดยยังไม่มีการจ่ายยาจริง รวมถึงมีการเบิกจ่ายค่าผ่าตัดแปลงเพศไปแล้วบางส่วน ความหละหลวมของกระบวนการเชิงนโยบายทั้งหมดนี้ ส่งผลให้คณะกรรมาธิการตัดสินใจใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก เพื่อบังคับให้เลขาธิการ สปสช.เข้ามาชี้แจงด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบความโปร่งใสและสร้างความรัดกุมในการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศต่อไป ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ฮอร์โมนข้ามเพศ ภาคกรรมาธิการ กับคำตอบของ สปสช. ท่านรองเลขาฯ สปสช.เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการเรื่องฮอร์โมนข้ามเพศ แทนท่านเลขาฯ จากคำถามที่ให้ไปล่วงหน้า ตอบได้ประมาณนี้ครับ
1. โครงการเริ่มต้นปี 2563 และเงียบหายไปปี 2564 ถูกนำกลับมาปี 2567 และอนุมัติปี 2568
2. ผ่านอนุกรรมการ 3 ชุด ชุดแรก
อนุขอบเขต อนุมัติ 8 พ.ค. 2568
อนุกำหนดหลักเกณฑ์ อนุมัติ 19 มิ.ย. 2568 (40 วัน)
อนุนโยบาย อนุมัติ 30 มิ.ย. 2568 (11 วัน)
บอร์ดใหญ่อนุมัติ 7 ก.ค. 2568 (7 วัน)
รวมระยะเวลาจากอนุแรก จนบอร์ดใหญ่อนุมัติ ไม่ถึง 2 เดือน
ความเห็นผม : ต่างกับ Vaccine เด็กโดยสิ้นเชิง
3. มีแนวทางเวชปฏิบัติจากราชวิทยาลัยสูติ ปี 2567 เท่านั้น ไม่มีจากราชวิทยาลัยอื่นที่ทำร่วมกันเลย เช่น ต่อมไร้ท่อ, กุมาร, อายุรกรรม, จิตเวช, ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา จึงสรุปว่าไม่มี guideline กลางก่อนอนุมัติโครงการ
4. แนวทางอีกอันของ Thaipath ยังไม่เคยได้รับการยอมรับจากราชวิทยาลัยแพทย์ใดเลย แต่น่าจะแปลมาจาก WPath
5. ไม่มีการศึกษาถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เลย โดยท่านรองแจ้งว่าเนื่องจากเป็นยาที่มีอยู่ในบัญชียาหลักอยู่แล้ว
ความเห็นผม : ผมท้วงติงว่าไม่น่าอ้างแบบนั้นได้
6. ไม่มีการศึกษาโดยตรงถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยาเพื่อประกอบการอนุมัติ
7. งานวิจัยจากศิริราชที่กล่าวอ้าง เป็นการศึกษาแบบ survey mixed method กับผู้รับบริการประมาณ 500 คน ไม่เกี่ยวกับ ความคุ้มค่า ความปลอดภัยใดๆ ทั้งสิ้น
8. การศึกษาที่ศิริราช ตีพิมพ์ ธ.ค. 2568 แต่การอนุมัติเกิดขึ้น ก.ค. 2568 จึงไม่น่าเกี่ยวกับการอนุมัติอีก
9. มีการเบิกจ่ายการผ่าตัดแปลงเพศแล้วด้วยจริง โดยเบิกจ่ายตามคำวินิจฉัยของแพทย์เจ้าของไข้
10. งบประมาณ 145 ล้าน มีการเบิกเพื่อซื้อยาแล้ว 50 ล้านบาท แต่ยังไม่มีการสั่งจ่ายยาจริงเลยแม้แต่เคสเดียว
11. หากเคสเพิ่มขึ้นในปีถัดไป ต้องพิจารณางบประมาณใหม่อีกครั้ง แต่จะพยายามควบคุม
ยังมีประเด็นที่กรรมาธิการต้องขอข้อมูลเพิ่มอีก จึงลงมติใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก เรียกท่านเลขาฯ สปสช.มาชี้แจงด้วยตัวเองอีกครั้งให้ชัดขึ้น 7 ก.ค. 2569
การใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกของกรรมาธิการ เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตาม หากไม่มามีความผิดทางวินัย"


