"สฤณี อาชวานันทกุล" ออกมาชำแหละโมเดลธุรกิจสื่อยุคใหม่ที่ผันตัวไปเป็น "Marketing Platform" อย่างเต็มรูปแบบ การประกาศตัวเป็น "Agenda Maker" ในวันนี้จึงอาจไม่ใช่เพื่อชี้นำสังคมอีกต่อไป แต่เป็นเพียงการสร้างวาระเพื่อตอบสนองสปอนเซอร์ นี่คือจุดเปลี่ยนที่สังคมต้องจับตา ว่าจรรยาบรรณสื่อมวลชนจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของระบบทุนนิยมได้หรือไม่
วันนี้ (17 มิ.ย.) สฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักแปล นักวิจัย และนักวิชาการอิสระ เจ้าของนามปากกา "คนชายขอบ" ออกมาโพสต์ข้อความในประเด็นของสื่อกระแสหลักในการมุ่งสู่การเป็น "Agenda Maker" และ "Marketing Platform" เป็นภาพสะท้อนอย่างเป็นรูปธรรมถึงวิกฤตของอุตสาหกรรมสื่อไทยที่กำลังลดทอนบทบาทสื่อมวลชนดั้งเดิมลงไปเป็นเพียงเอเยนซีประชาสัมพันธ์ ซึ่งวาระข่าวสารต่างๆ ถูกผลักดันเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทางการตลาดของกลุ่มทุนหรือสปอนเซอร์ มากกว่าการทำหน้าที่กำหนดวาระเพื่อชี้นำสังคมอย่างแท้จริง สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งในตัวเองขององค์กรสื่อที่เลือกใช้โมเดลธุรกิจซึ่งอาจนำไปสู่การละทิ้งหน้าที่ ละเว้นการนำเสนอความจริง หรือกระทั่งบิดเบือนข้อมูลเพื่อเอาใจลูกค้า
ทว่า ท่ามกลางความน่าผิดหวังของระบบโครงสร้างสื่อกระแสหลักที่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินเป็นตัวตั้งนี้ บทความดังกล่าวยังคงทิ้งท้ายด้วยความเห็นใจและส่งต่อกำลังใจให้แก่บุคลากรคนข่าวระดับปฏิบัติการที่ยังคงพยายามหยัดยืนและรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อมวลชนเอาไว้อย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"อ่านข่าวไทยรัฐประกาศเปลี่ยนตัวเองเป็น Agenda Maker ("make" เลยนะไม่ใช่แค่ "set" 555) แล้ว ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าสื่อไทยสมัยนีัเกือบทุกค่ายอยากเป็นแค่มาร์เกตติ้ง หรือเอเยนซีพีอาร์ที่ทำข่าวเป็นไซด์ไลน์ ต่างกันแค่ว่าใครจะประกาศโต้งๆ มากกว่ากัน ในแง่นี้ก็ให้เครดิตไทยรัฐนะที่กล้าประกาศว่า ฉันจะไม่ใช่ media company แล้วนะ จะเป็น marketing platform จ้าาา
(สงสัยว่าเจ้าของหรือผู้บริหารสื่อไม่เอะใจเลยเหรอ ตลกร้ายของการประกาศจะเป็นทั้ง "agenda maker" และ "marketing platform" ในองค์กรเดียว เพราะความหมายเดียวที่จะทำให้สองคำนี้อยู่ด้วยกันแล้วมีเหตุมีผล คือ "เราจะช่วย make & market agenda ให้ลูกค้า" ค่ะ ไม่ใช่ set agenda ให้สังคมเพราะสังคมไม่ใช่สปอนเซอร์ แต่เขาคงคิดมาแล้วแหละ)
ก็ไม่เข้าใจว่าคนไทยจะได้อะไรจากการมีมาร์เกตติ้งกับเอเยนซีในคราบสื่อมากขึ้น เพราะแค่นี้ก็เยอะท่วมสังคมแล้ว หลายเจ้ายิ่งขยันปิดข่าวหรือให้บริการปั่นโพสต์ให้ลูกค้าอีกต่างหากเพราะคิดว่าทำในหน้าที่ "marketing platform" ที่ดี ถถถถ
น่าสมเพชดีค่ะ สื่อกระแสหลักไทย แต่ก็ขอให้กำลังใจนักข่าวที่กำลังพยายามยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพนะ"


