กระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้ารับโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันกระบวนการเปลี่ยนผ่านยังเป็นไปตามแผน เตรียมหารือแผนปฏิบัติการครั้งใหญ่ 23 มิ.ย. ครอบคลุมทั้งกฎหมาย โครงสร้างองค์กร งบประมาณ ทรัพย์สิน และบุคลากร ตั้งเป้าควบรวมมิติ “วัฒนธรรม-ท่องเที่ยว” ให้สมบูรณ์ภายในปลายปี 2569 พร้อมย้ำไม่มีการตั้งกรมใหม่และไม่เพิ่มภาระงบประมาณรัฐ
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายการรับโอนภารกิจการท่องเที่ยวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ขณะนี้กระบวนการทุกอย่างกำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการชะลอตัว ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นแกนหลักในการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อเร่งรัดขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านทั้งหมดให้สำเร็จลุล่วงภายในกรอบระยะเวลา 6 เดือนตามที่รัฐบาลได้วางแนวทางไว้
ทางด้านนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงไทม์ไลน์ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า ในวันที่ 23 มิถุนายนที่จะถึงนี้ จะมีวงหารือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงลึกถึงแผนปฏิบัติการในการถ่ายโอนภารกิจแบบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงข้อกฎหมาย การจัดผังโครงสร้างองค์กร การโอนย้ายงบประมาณ ทรัพย์สิน ตลอดจนการบริหารจัดการบุคลากร โดยประเมินว่าหากทุกก้าวเป็นไปตามแผนผังที่วางไว้ ภาพรวมของการควบรวมมิติทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2569
สำหรับการจัดโครงสร้างหน่วยงานเพื่อรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นนั้น ทางกระทรวงฯ มีแนวทางที่ชัดเจนที่จะใช้การเกลี่ยอัตรากำลังและปรับโครงสร้างจากหน่วยงานที่มีอยู่เดิม โดยย้ำว่าจะไม่มีการตั้งกรมใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติม ทั้งนี้เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง ภายใต้เงื่อนไขที่จะต้องไม่เพิ่มจำนวนข้าราชการและไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของรัฐ ขณะเดียวกัน องค์การมหาชนต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทั้งสองกระทรวงจะยังคงสถานะและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติโดยไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากระทรวงวัฒนธรรมเตรียมเสนอแผนพัฒนาระบบราชการต่อรัฐบาล เพื่อขอพิจารณาปรับสถานะของ "สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย" (สศร.) ขยับขึ้นเป็น "กรมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย" ซึ่งการปรับโครงสร้างในส่วนนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความคล่องตัวในการบริหารจัดการงานศิลปะร่วมสมัยของไทยให้ตอบโจทย์การแข่งขันในอนาคตได้อย่างเต็มศักยภาพยิ่งขึ้น


