เปิดเบื้องหลังที่มาความสำเร็จของ “จิ๊บ – ปวริศา รัชวัลธาดากูล” ประธานบริหาร TOFU SKINCARE (บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด) ศูนย์กลางบิวตี้แบรนด์ไทย อันดับ 1 ของประเทศ
จากเด็กสาวที่เคยรู้สึกอายเวลาต้องยืนขายผลไม้ช่วยครอบครัวในตลาดนัด วันนี้ได้ขึ้นมายืนอยู่ในโลกธุรกิจด้านความงามและส่งออกสินค้าไทยที่มีเครือข่ายลูกค้าหลากหลายประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ดูไบ ฯลฯ และมีสินค้าของตัวเองทั้งหมด 4 แบรนด์ ได้แก่ Joji Secret Young, Precious Skin Thailand, Lemon Me และ Thai Moni มีเครือข่ายตัวแทนกว่า 700 ราย โมเดิร์นเทรดกว่า 40 ห้างร้านทั่วประเทศ มียอดขายปี 2569 รวม ๆ แล้วกว่า 1.6 พันล้านบาท
และเร็ว ๆ นี้ กับอีกหนึ่งโปรเจกต์สุดยิ่งใหญ่ ‘Tofu Skincare Megamart’ บนพื้นที่กว่า 7,200 ตารางเมตร ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยตั้งเป้าหมายผลักดัน “T-Beauty” ให้กลายเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

กว่าจะมาเป็น TOFU SKINCARE ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม แบรนด์ไทยที่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อ
“ตอนเด็กๆ ไม่อยากเป็นแม่ค้า เพราะว่าอายที่ต้องมานั่งตะโกนขายของ เวลาเจอเพื่อนมาเดินตลาดนัดจะหลบลงไปใต้แผง เพราะรู้สึกว่าเพื่อนได้มาเที่ยว มาเดินเล่น แต่เรากลับต้องยืนขายผลไม้ช่วยที่บ้าน แต่สิ่งที่ทำให้เลิกอาย เรื่องเดียวเลยคือไม่อยากจน” จิ๊บ - ปวริศา รัชวัลธาดากูล ประธานบริหาร TOFU SKINCARE เริ่มต้นเล่าย้อนความหลังก่อนจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจ
หลังเรียนจบคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สาขาภาษาอังกฤษ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็ได้ไปทำงานในบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่ง ก่อนลาออกกลับมาช่วยครอบครัวขายผลไม้ต่อ เพราะคุณพ่อเริ่มมีปัญหาสุขภาพ ระหว่างนั้นก็ได้มองหาอาชีพเสริม
“ตอนนั้นอยากได้ไอโฟนเลยคิดว่าจะหาเงินผ่อนเอง ไม่ขอเงินจากทางบ้าน จนได้เจอกับ “สบู่เต้าหู้” โดยบังเอิญจากร้านขายเครื่องสำอางของคนรู้จัก ซึ่งเรายังไม่รู้เลยว่าสบู่เต้าหู้คืออะไร รู้จักแต่สบู่นกแก้ว สบู่ลักซ์ ก็เลยลองซื้อมาใช้ รู้สึกว่ากลิ่นไม่เหมือนสบู่ที่เคยใช้มาก่อน หลังจากนั้นก็ไปหาว่าใครเป็นเจ้าของ มีขายส่งไหม สุดท้ายก็ลองนำมาขายบนอินสตาแกรม”
จากการโพสต์ขายเล็ก ๆ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจ ลูกค้าคนแรกของเธอคือทันตแพทย์ชาวฟิลิปปินส์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงลูกค้า แต่ยังช่วยสอนทุกอย่างเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่การตั้งราคา การจัดส่ง ไปจนถึงการรับเงิน
“เขาเป็นทั้งลูกค้าและครูคนแรกเลยค่ะ หมอฟันคนนี้สอนทุกอย่าง รู้สึกว่า ณ นาทีนั้นโชคดีที่ได้ลูกค้าคนนี้มา และก็มีเงินมาผ่อนไอโฟนจริง ๆ จากนั้นก็ตั้งชื่อร้านว่า ‘โทฟู สกินแคร์’ มาตั้งแต่วันแรก แล้วเปลี่ยนไม่ได้อีกเลย เพราะลูกค้าจำชื่อนี้ได้แล้ว ” ประธานบริหาร TOFU SKINCARE กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นบ้านก็กลายเป็นที่สต็อกสินค้า ขณะที่เธอยังคงช่วยครอบครัวขายผลไม้ควบคู่กันไป จนกระทั่งธุรกิจเติบโตขึ้นจึงตัดสินใจเช่าพื้นที่เล็ก ๆ ในย่านประตูน้ำ ด้วยค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท
“หลัง ๆ เราเริ่มมีสินค้าหลายอย่าง ลูกค้าต้องการอะไรก็หามาขายหมด เลยตัดสินใจเช่าห้องเล็ก ๆ ในย่านประตูน้ำ ด้วยค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท พออยู่ได้ 2 ปี ก็ค่อย ๆ ขยับขยายไปเรื่อย ๆ อยู่ในประตูน้ำมาตลอด เราเริ่มจากธุรกิจซื้อมา-ขายไป (Trading) ก่อนจะมาพัฒนาแบรนด์ของตัวเองผ่านระบบ OEM และตอนนี้ก็มีโรงงาน ทำแบรนด์ของตัวเอง”
แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ ผู้บริหารโทฟู สกินแคร์ ย้อนเล่าว่า จริง ๆ ก็มีอุปสรรคเข้ามาท้าทายอยู่เหมือนกัน อย่างช่วงโควิด-19 ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ เพราะธุรกิจของเธอต้องพึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก
“เราเคยพูดไว้ว่า ถ้าวันไหนไม่มีไฟลต์บิน ธุรกิจเราจะกระทบทันที”
แต่ในช่วงเดียวกัน บริษัทเริ่มพัฒนา House Brand ของตัวเอง และมีลูกค้าต่างประเทศเซ็นสัญญาสั่งสินค้าแบบตู้คอนเทนเนอร์อย่างต่อเนื่อง จนสามารถประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตได้ โดยไม่จำเป็นต้องปลดพนักงาน
บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2561 ปัจจุบัน มี House Brand ของตัวเองอยู่ 4 แบรนด์ ได้แก่ Joji Secret Young, Precious Skin Thailand, Lemon Me และ Thai Moni มีสินค้ากว่า 650 รายการ สินค้าขายดี ได้แก่ แบรนด์ Joji Secret Young เช่น
แบรนด์ Joji Secret Young
- โจจิ ซีเคร็ท ยัง กลูต้า คอลลาเจน ดีทีเอ๊กซ์ มิ๊กซ์เบอร์รี่ (JOJI SECRET YOUNG GLUTA COLLAGEN DTX MIXBERRY) คอลลาเจนชนิดผงสำหรับชงดื่ม สูตรผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส ที่ได้รับรางวัล EVEANDBOY Best Selling Award 2025 หมวด BEST BRIGHTENING COLLAGEN
- โจจิ ซีเคร็ท ยัง แอสต้าแซนธิน คิวเท็น พลัส มิ๊กซ์ เบอร์รี่ (JOJI Secret Young Astaxanthin Q10 Plus Mixed Berry) คอลลาเจนชนิดผงสำหรับชงดื่ม สูตรผิวอ่อนเยาว์ ป้องกันริ้วรอย
- โจจิ ซีเคร็ท ยัง ไวต้า ซี คอลลาเจน พลัส เซราไมด์ จากสารสกัดข้าว (JOJI Secret Young Vita C Collagen Plus Ceramide) คอลลาเจนชนิดผงสำหรับชงดื่ม สูตรผิวฉ่ำโกลว์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- โจจิ ซีเคร็ท ยัง ชาโคล เคราติน ทรีตเมนต์ มาส์ก (JOJI SECRET YOUNG CHARCOAL KERATIN TREATMENT MASK) ทรีตเมนต์ดีท็อกซ์เส้นผมจากสารสกัดชาร์โคลเข้มข้น สูตรฟื้นคืนให้เส้นผมกลับมามีสุขภาพดี ได้รับรางวัล EVEANDBOY Best Selling Award 2025 หมวด BEST HAIR DETOX TREATMENT
แบรนด์ Lemon Me
- เลม่อน มี ไลท์ เฟธเธอะ เคิร์ล แอนด์ ไลน์ อัพ มาสคารา (Lemon Me Light Feather Curl Lined Up Mascara) มาสคาราเนื้อเบาบางดุจขนนก ล็อคขนตาให้งอนเด้ง มอบลุคสวยแบบธรรมชาติ พร้อมหัวแปรงพิเศษที่ช่วยให้ขนตาเรียงเส้นสวยไม่จับตัวเป็นก้อน กันนํ้า กันเหงื่อ ติดทนยาวนานตลอดวัน
- เลม่อนมี พ็อคเก็ต ป็อป เลิฟลี่ พาเลท (Lemon Me Pocket Pop Lovely Palatte) เบอร์ 5 ทไวไลท์ โรส พ็อคเก็ต พาเลททาตกแต่งบนเปลือกตาตกแต่งแก้ม 3 in 1 ทาได้ทั้งตาและแก้ม พร้อมไฮไลต์ ชิมเมอร์ชัด เล่นแสง เนื้อแมต ติดทนชัดตลอดทั้งวัน
- เลม่อนมี ทู อิน วัน ชาร์ป เบลด ดรอว์อิ่ง บราว เพนเซิ่ล (Lemon Me 2 In 1 Sharp Blade Drawing Brow Pencil) เบอร์ 1 โคโค่นัท มอคค่า ดินสอเขียนคิ้ว 2 IN 1 แบบแท่งหมุน Auto ใช้ง่ายโดยไม่ต้องเหลา ไส้ดินสอทรงใบมีด เป็นต้น
โดย มีคู่ค้าหลักในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ดูไบ ฯลฯ อีกทั้งยังพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องด้วย

สร้างแบรนด์ไทยให้แตกต่าง ผ่าน “คุณภาพ + บริการ + ราคาที่สมเหตุสมผล+ ประสบการณ์ของลูกค้า”
เมื่อถามถึงความแตกต่างของธุรกิจว่าอะไรที่ทำให้โดดเด่นกว่าเจ้าอื่น คุณจิ๊บให้คำตอบว่า เธอทำธุรกิจ 2 มุม ได้แก่ Tranding และ House Brand อันดับแรกจะให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเป็นหลัก สองคือการบริการ รวมถึงราคาที่สมเหตุสมผล ตลอดจนประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า
“อย่างแรก เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพก่อน คุณภาพนำทุกอย่าง สินค้าที่ทำมาแล้วใช้ดี ตอบโจทย์ คุ้มค่า จะมีลูกค้าซื้อซ้ำตลอด สอง การขายต้องมาพร้อมกับการบริการเสมอ เราจะไม่ขายอย่างเดียว เราจะขายพร้อมบริการหลังการขาย เช่น ลูกค้า B2B ขายไปแล้ว เรามีนโยบายรับเปลี่ยนรับคืน ลูกค้าหน้าร้าน ก็มีบริการหลังการขายอีกรูปแบบหนึ่ง ลูกค้าทางฝั่ง House Brand ก็มีบริการหลังการขายอีกแบบหนึ่ง เป็นต้น”
โมเดลของฝั่ง Trading จะเป็นการบริการ รวมถึงประสบการณ์ที่มอบให้กับลูกค้า
“เรามองว่าความต่างไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือ Service ทุกขั้นตอน ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าแล้วเดินตัวเปล่าออกจากร้านได้ทันที เพราะหากอยู่ในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร และซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท พนักงานจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งถึง Reception ที่โรงแรมให้ได้เลย”
“นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมงานอย่างมาก โดยฝึกให้พนักงานสามารถสื่อสารได้หลายภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ อินโดนีเซีย เวียดนาม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยว เขาคาดหวังการบริการที่ดี”
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าไลฟ์ขายสินค้าได้อย่างอิสระ ซึ่งต่างจากร้านค้าส่งทั่วไปที่มักกังวลเรื่องการแข่งขันด้านราคา
“ร้านอื่นอาจกลัวลูกค้าถ่ายรูปหรือไลฟ์ เพราะกลัวโดนตัดราคา แต่เรามองว่าเรื่องราคาใครก็ทำได้ สิ่งสำคัญกว่าคือประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ ลูกค้าจะทำคลิป รีวิว ไลฟ์ได้หมด บางคนทำจนกลายเป็นไวรัลในประเทศของตัวเอง เราเติบโตมาจากออแกนิกรีวิว จากการบอกต่อของลูกค้าเอง”
ส่วนจุดเด่นสินค้า House Brand ของเราคือ ‘คุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล’ เพราะปัจจุบันเราเป็นโรงงานผลิตเอง จากเดิมที่เคยจ้าง OEM ทำให้สามารถควบคุมได้ทั้งคุณภาพ ต้นทุนการผลิต”
“ทุกเดือนเราจะมีการทำ NPD (New Product Development) ออกสู่ตลาดประมาณ 5 รายการขึ้นไป หรือขั้นต่ำปีละประมาณ 60 รายการ ซึ่งเบื้องหลังสินค้าหนึ่งชิ้น ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 6 เดือน ตั้งแต่เริ่มพัฒนาไปจนเป็นสินค้าจริง ตั้งแต่การคัดเลือกสารสกัด การพัฒนาสูตร ไปจนถึงการทดสอบ Stability Test ในอุณหภูมิต่าง ๆ เช่น เก็บในสภาวะ -4 องศา 25 องศา 50 องศา สลับกันร้อน-เย็น ดูว่าเนื้อครีมจะยังคงตัวเหมือนเดิมอยู่ไหม แล้วประสิทธิภาพในการใช้งานยังได้เหมือนเดิมไหม ซึ่งถ้าไม่ได้ R&D ก็ต้องกลับไปปรับปรุงสูตร หรือถ้าทำได้ก็จะเอา Packaging มาใส่กับเนื้อครีมแล้วเก็บผล ว่าเข้ากันดีไหม ครีมแบบนี้ใส่ขวดแก้วได้ไหม ใส่ขวดพลาสติกได้ไหม หลายขั้นตอนมากค่ะกว่าจะจบมาเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น”
“อย่างสารสกัด เรามีการนำเข้าจากทั่วโลกเลยค่ะ เพราะว่าแต่ละประเทศจะมีความพิเศษแตกต่างกันไป บางตัวต้องนำเข้าจากอเมริกา บางตัวจากฝรั่งเศส อิตาลี เกาหลี ญี่ปุ่น บางตัวก็จีน R&D ก็จะเลือกตัวที่ลงสูตรได้ ซึ่งสารสกัดเรานำเข้าเองทั้งหมดไม่ได้ เราต้องเช็กหลายอย่าง เช็กทั้ง COA (Certificate of Analysis) เช็กทั้ง MSDS / SDS (Safety Data Sheet) ดูว่าโครงสร้างของสารมีอะไรบ้าง บางตัวใช้เปอร์เซ็นต์ได้เท่าไหร่ ใช้ได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพและปลอดภัย”
“เรามีทีม R&D ของตัวเอง และร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยในการพัฒนาสารสกัดใหม่ ๆ โดยเฉพาะสมุนไพรไทย ผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพของสารสำคัญให้คงอยู่จริง ให้ผลิตภัณฑ์เห็นผลดี เพราะถ้านวัตกรรมเราไม่ดี พอเวลาเราสกัดสารมา เอามาลงสูตรโดนความร้อน สารจะสลายไป จะไม่มีประโยชน์”
ล่าสุด TOFU SKINCARE ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมสุขภาพและความงามกับทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : THINK PLUS A.M. ทั้งนี้แนวคิดผลิตภัณฑ์ และสารสกัดที่เลือกใช้กับทางศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ได้แก่
1. Sulfora EX™ สารสกัดจากต้นอ่อนบรอกโคลีที่มี Sulforaphane เป็นสารสำคัญ โดยระบุว่าช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ฟื้นฟูระดับเซลล์ และช่วยปกป้องสมองจากความเครียด, กระตุ้นการทำงานของสมอง (Active Brain), ช่วยให้คิดไวและจดจำได้ดีขึ้น, ช่วยป้องกันผลกระทบจากความเครียด, ทำงานผ่านกลไก Nrf2-ARE ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบป้องกันความเสียหายของเซลล์, ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระและกำจัดโปรตีนที่เสื่อมสภาพในสมอง
มีข้อมูลวิจัยที่อ้างอิง โดยมีการศึกษาทางคลินิกในผู้สูงอายุ 144 คน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ รายงานว่ามีการพัฒนาด้านความไวในการรับข้อมูล ความจำ ความเร็วในการประมวลผล มีการอ้างถึงการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ว่าส่งผลเชิงบวกต่อสมาธิ ความเร็วในการคิด และความสามารถทางสติปัญญาโดยรวม
2. Emera PrimeEX สารสกัดจากใบบัวบก (Centella asiatica) ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและการเชื่อมต่อของเครือข่ายสมอง ช่วยให้จิตใจสงบ, ลดความวิตกกังวล, สนับสนุนการทำงานของความจำ (Cognitive Function), บำรุงระบบประสาทส่วนกลาง โดยมีสารสำคัญ ได้แก่ Asiaticoside และ Madecassoside ซึ่งถูกระบุว่า ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ (Neurogenesis) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดฝอยในสมอง
“สารสกัด 2 ตัวนี้จริง ๆ มีรสขม แต่ ดร.นาว (ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี) นักวิจัยและผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรม PhytoEX จากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) สวทช. เก่งมาก ทำออกมาได้ว้าวมาก ทำให้กินแล้วอร่อย ช่วยบูทสมอง สมองมีสมาธิดีขึ้น จดจ่อดีขึ้น ให้ทำงานได้เสถียรมากขึ้น”
“Cosmoprof CBE ASEAN 2026” เวทีสำคัญแห่งอุตสาหกรรมความงาม สร้างโอกาสทางธุรกิจขยายสู่ตลาดอาเซียน
อีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ โทฟู สกินแคร์ (Tofu Skincare) เตรียมเข้าร่วม คืองาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 งานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านความงามระดับนานาชาติ (B2B) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยรวบรวมผู้ผลิตเครื่องสำอาง แบรนด์ความงาม โรงงาน OEM/ODM ผู้จัดจำหน่าย ผู้ซื้อ และนักลงทุนจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและอัปเดตเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมความงาม
ภายในงานแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ โซน Branded Finished Products สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาแบรนด์ใหม่ ๆ หรือต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูป และ โซน Supply Chain สำหรับเจ้าของแบรนด์หรือผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โรงงานรับผลิต (OEM/ODM) วัตถุดิบและสารสกัด ห้องปฏิบัติการวิจัย บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักรการผลิต ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความงาม
ไฮไลต์สำคัญของงานคือ Cosmo Talks เวทีสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่จะมาอัปเดตข้อมูลเจาะลึก อาทิ เทรนด์ความงามปี 2026, การสร้างแบรนด์และการตลาด, AI และ Beauty Tech, Sustainability & Green Beauty รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจากหลากหลายประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
โดยในครั้งนี้ โทฟู สกินแคร์ ได้ร่วมออกบูธนำเสนอสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเครื่องสำอาง สกินแคร์ และอาหารเสริม ภายใต้ 4 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ Joji Secret Young, Precious Skin Thailand, Lemon Me และ Thai Moni ณ บูธหมายเลข S01-S08 ฮอลล์ 3
นอกเหนือจากการออกบูธแล้ว คุณจิ๊บ ประธานบริหารบริษัท โทฟู สกินแคร์ ยังได้รับเกียรติขึ้นเวทีเสวนาในส่วนของ CosmoTalks เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจความงาม และร่วมผลักดันกระแส T-Beauty ให้เติบโตในระดับสากลอีกด้วย
“ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่เรามี Contact อยู่แล้ว แต่เราก็อยากหา Contact ประเทศใหม่ ๆ เพิ่มด้วย”
สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ สามารถพบกับ TOFU SKINCARE ได้ที่งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจความงามในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

“Tofu Skincare Megamart” แลนด์มาร์กของถูกและดีแห่งใหม่ของไทย หมุดหมายที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน
อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่คุณจิ๊บกำลังผลักดันคือโปรเจกต์ ‘Tofu Skincare Megamart’ ศูนย์รวมสินค้าไทยขนาดใหญ่ใจกลางเมือง บนพื้นที่กว่า 7,200 ตารางเมตร ที่เธอวางเป้าหมายให้เป็น Variety Store สำหรับนักท่องเที่ยว คล้าย Donki ของประเทศญี่ปุ่น
ภายในจะรวมทุกอย่างตั้งแต่สกินแคร์ เครื่องสำอาง เวชสำอาง อาหารเสริม สมุนไพรไทย ขนม ไปจนถึงสินค้าไทยหลากหลายประเภท เรียกได้ว่ามีสินค้ามากกว่า 10,000 รายการ ขายในราคามาตรฐานที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ มีจุดเด่นด้านนโยบาย "ขายราคาส่งตั้งแต่ชิ้นแรก ไม่มีขั้นต่ำ" อีกทั้งซื้อครบ 2,000 บาท สามารถทำ Vat Refund ได้
โดยหนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ “Trust Price” หรือการสร้างมาตรฐานราคาที่เป็นธรรมทั้งกับคนไทยและนักท่องเที่ยว
“เราอยากสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ไม่อยากให้มาซื้อของแล้วสุดท้ายกลับไปพร้อมประสบการณ์แย่ ๆ อยากให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ต้องกลัวโดนโก่งราคา ไม่ต้องกลัวโดนหลอก ของเหมือนกันไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง ราคาคนไทยกับราคานักท่องเที่ยวต่างชาติควรเท่ากัน อย่างโซนไทย ๆ เราแทบจะยกจตุจักรมาเลย เรารับของมาจากจตุจักร พ่อค้าแม่ค้าจตุจักรยังได้รายได้เหมือนเดิม ซัพพอร์ตเขาเหมือนเดิมแต่เราขอเป็นคนกลางในการขายไม่แพง เอามาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ เปลี่ยนภาพจำใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว”
Tofu Skincare Megamart ยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ มีทั้งขบวนพาเหรด มีมาสคอต และกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย
“ที่นี่จะมีทั้งความสนุกสนานและความเป็นท่องเที่ยว เราจะมีขบวนพาเหรด มีโชว์ มีมาสคอตชื่อ “คชโกะ” เป็นคาแรกเตอร์ที่เป็นช้าง มีเล่นเพลงไทยที่แต่งขึ้นใหม่ โดยใส่อัตลักษณ์เครื่องดนตรีไทยทั้ง 4 ภาค มาทำให้สนุก ลูกค้าจะได้รอดูพาเหรดของเรา ในขบวนจะมีประมาณ 30 คน โชว์เป็นรอบ ๆ ซึ่งลูกค้าที่ไลฟ์น่าจะชอบ เพราะถ้าไลฟ์ขายของอย่างเดียวมันน่าเบื่อ แต่ถ้ามีความบันเทิงเข้าไปด้วย จะสนุกขึ้น แล้วเราก็อยากให้ลูกค้าจดจำว่า เมืองไทยมีช้าง มีคชโกะ มีความเป็นไทย ตัวมาสคอตจะถูกออกแบบให้ดูน่ารัก และช่วยสื่อสารคอนเซปต์ของเราว่า ราคาดี ของแท้ มีมาตรฐาน และมีคุณภาพ”
“Tofu Skincare Megamart เป็นมากกว่าร้านขายของ จะเป็น “Tourist Destination” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะทุกครั้งเมื่อมาเยือนประเทศไทย และในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้า เราอยากจะขยายสาขาไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ที่เป็น Tourist Spot เช่น เชียงใหม่ พัทยา หรือเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้จากหลาย ๆ ที่”
สำหรับ Tofu Skincare Megamart ตั้งอยู่ภายในโครงการ PLATINUM POP (แพลทินัม ป๊อป) จะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ โดยวางคีย์เมสเสจชัดเจนว่า เป็นร้านที่นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ ทั้งเรื่องราคาและคุณภาพ ทั้งนี้พร้อมเตรียมทำสื่อประชาสัมพันธ์ตามสนามบิน ท่าเรือ และย่านท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เพื่อผลักดันให้กลายเป็น Soft Power ด้านบิวตี้และสินค้าไทยในอนาคต

แนะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สร้างธุรกิจให้ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจาก Mindset
แม้วันนี้จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ แต่คุณจิ๊บยังคงเชื่อในคุณค่าของความรู้ และการส่งต่อโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ เธอมักถูกรับเชิญเป็นวิทยากรให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์จากชีวิตจริง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การศึกษา”
“เราเชื่อว่าสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตคน เปลี่ยนจากจนไปรวย หรือเลื่อนระดับชีวิตตัวเองได้ คือการศึกษาและความรู้ เพราะบางครั้งเราตกเป็นเหยื่อด้วยความไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย เรื่องภาษี อะไรก็แล้วแต่ ทุกวันนี้เรามีทุกอย่างเกินกว่าที่เราจะใช้หมดแล้ว เราควรจะต้องตอบแทนกลับคืนสู่สังคมด้วย อันนี้ไม่ได้ตอบแบบโลกสวยนะคะ เพราะว่าคนที่เขาไม่ได้มีโอกาสเหมือนเรา ยังมีอีกเยอะ”
สำหรับใครที่อยากเป็นผู้ประกอบการ อยากสร้างแบรนด์ หรือเข้ามาทำธุรกิจความงาม ผู้บริหารโทฟู สกินแคร์ แนะนำว่า กุญแจสำคัญคือ Mindset ถ้าจะทำธุรกิจความงาม อย่าคิดแค่กำไร แต่ต้องคิดถึงคุณภาพ ความจริงใจ เพราะถ้าอยากให้ T-Beauty แข็งแรง ต้องเติบโตไปพร้อมกันทั้งระบบ
“ก่อนอื่นอยากให้ผู้ประกอบการมี Mindset เรื่องคุณภาพทั้งในแง่การทำธุรกิจและสินค้าก่อน อย่าคิดแค่ว่าจะลงทุนเพื่อเอาผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว สุดท้ายมันจะไม่ยั่งยืน เราต้องคิดว่า ถ้าเราจะเป็นนักขาย จะต้องขายของที่มีคุณภาพ ผลิตของที่ดี แล้วต้องไม่ทิ้งทั้งคนผลิต พนักงาน คนซัพพอร์ต รวมถึงลูกค้า ทั้ง B2B และ B2C ทุกคนต้องอยู่ได้ อยากให้ทุกคนทำธุรกิจเชิงลึกจริง ๆ”
“สิ่งที่อยากเห็นคือการสร้างระบบร่วมกัน เพราะถ้าบางคนทำสินค้าต่ำกว่ามาตรฐาน แต่เคลมว่ามาตรฐานเดียวกัน คนที่ทำของมาตรฐานจริง ต้นทุนสูงจริง จะสู้ราคาไม่ได้ เพราะอีกเจ้าต้นทุนต่ำ แต่ใช้การ Overclaim ดันสินค้า สุดท้ายตลาดก็เสีย คนที่เสียเปรียบที่สุดคือผู้บริโภค ดังนั้น Mindset ของผู้ประกอบการจึงสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีทางสร้าง T-Beauty ให้แข่งกับ J-Beauty, K-Beauty หรือ China Beauty ได้”
โดยประธานบริหารโทฟู สกินแคร์ มองว่า ไทยมีศักยภาพจะเป็น Beauty Hub ของเอเชียได้ เพราะจุดแข็งของไทยคือ “ความหลากหลาย” ทั้งสินค้า อาหาร และความเป็นไทยที่ชัดเจน แตกต่างจากเกาหลี ญี่ปุ่น หรือจีน
“เรามองไกลมากว่าบิวตี้มันต้องเกิด ถ้ามองในอาเซียน ไทยคือเบอร์หนึ่ง ส่วนเอเชียก็มีเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละประเทศมีจุดเด่นต่างกัน เกาหลีเด่นเรื่องนวัตกรรม ญี่ปุ่นเด่นเรื่องความน่าเชื่อถือ จีนเด่นเรื่องความรวดเร็วและต้นทุนถูก แต่ไทยมีความหลากหลาย เรามีหลาย Category มีอัตลักษณ์ความเป็นไทยชัด เราเอาความเป็นไทยมาผสมกับความทันสมัย เรามีทั้งของกิน ของฝาก เครื่องสำอาง ฯลฯ ทำไมเราจะเป็น Beauty Hub แห่งเอเชียไม่ได้”
ก้าวต่อไปของ TOFU SKINCARE
อนาคตผู้บริหารโทฟู สกินแคร์ ตั้งเป้าพัฒนาห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO 17025 เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล รวมถึงการแปรสภาพบริษัทเป็นมหาชน
นอกจากนี้คุณจิ๊บยังเผยว่า อนาคตสิ่งที่คาดหวังไว้ คือ อยากร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ช่วยผลักดันมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ที่ผู้ประกอบการทั่วประเทศสามารถเข้าร่วมได้ เพราะวันนี้ปัญหาสำคัญของการท่องเที่ยวไทย ไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว แต่คือ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเวลาจะใช้จ่ายในประเทศไทย คือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้วงการท่องเที่ยวไทยว่าหยุดการ Markup Overpriced และทำให้ราคากลับมาอยู่ในระดับที่นักท่องเที่ยวรู้สึกเข้าถึงได้ อยากใช้จ่าย และอยากกลับมาอีก
โดยคุณจิ๊บเสนอว่า อยากให้ทำ “Trust Mark” หรือเครื่องหมายรับรองสำหรับผู้ประกอบการที่รักษามาตรฐานด้านราคา ความโปร่งใส และคุณภาพบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติรู้สึกว่า ถ้าเห็นโลโก้นี้เมื่อไหร่ เข้าไปใช้บริการได้เลย
“ประเทศไทยมีของดี มีสินค้าและบริการคุณภาพเยอะมาก ไม่ใช่แบรนด์หรือร้านที่ไม่มีมาตรฐาน แต่สิ่งที่ยังขาดคือการการันตีความน่าเชื่อถือให้คนรู้สึกมั่นใจ เหมือนช่วงโควิดที่โรงแรมมีมาตรฐาน SHA ที่ช่วยสร้างความมั่นใจเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย จนคนกล้ากลับมาเดินทาง”
“เราทำ Tofu Skincare Megamart อย่างที่บอกคีย์เมสเสจหลักของเราคือ เข้าถึงง่าย มีคุณภาพ และราคาคุ้มค่าจริง เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่มา ว่าที่นี่เข้าถึงได้ ราคาแฟร์ ซื้อได้สบายใจ ไม่เอาเปรียบ เชื่อว่าเราจะสามารถสร้างภาพลักษณ์และมาตรฐานให้เกิดขึ้นได้จริง”ปวริศา รัชวัลธาดากูล” ประธานบริหาร TOFU SKINCARE กล่าวทิ้งท้าย
จากเด็กสาวที่เคยรู้สึกอายเวลาต้องยืนขายผลไม้ช่วยครอบครัวในตลาดนัด วันนี้ได้ขึ้นมายืนอยู่ในโลกธุรกิจด้านความงามและส่งออกสินค้าไทยที่มีเครือข่ายลูกค้าหลากหลายประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ดูไบ ฯลฯ และมีสินค้าของตัวเองทั้งหมด 4 แบรนด์ ได้แก่ Joji Secret Young, Precious Skin Thailand, Lemon Me และ Thai Moni มีเครือข่ายตัวแทนกว่า 700 ราย โมเดิร์นเทรดกว่า 40 ห้างร้านทั่วประเทศ มียอดขายปี 2569 รวม ๆ แล้วกว่า 1.6 พันล้านบาท
และเร็ว ๆ นี้ กับอีกหนึ่งโปรเจกต์สุดยิ่งใหญ่ ‘Tofu Skincare Megamart’ บนพื้นที่กว่า 7,200 ตารางเมตร ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยตั้งเป้าหมายผลักดัน “T-Beauty” ให้กลายเป็น Soft Power สำคัญของประเทศไทย เติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืน
กว่าจะมาเป็น TOFU SKINCARE ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม แบรนด์ไทยที่นักท่องเที่ยวแห่ซื้อ
“ตอนเด็กๆ ไม่อยากเป็นแม่ค้า เพราะว่าอายที่ต้องมานั่งตะโกนขายของ เวลาเจอเพื่อนมาเดินตลาดนัดจะหลบลงไปใต้แผง เพราะรู้สึกว่าเพื่อนได้มาเที่ยว มาเดินเล่น แต่เรากลับต้องยืนขายผลไม้ช่วยที่บ้าน แต่สิ่งที่ทำให้เลิกอาย เรื่องเดียวเลยคือไม่อยากจน” จิ๊บ - ปวริศา รัชวัลธาดากูล ประธานบริหาร TOFU SKINCARE เริ่มต้นเล่าย้อนความหลังก่อนจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจ
หลังเรียนจบคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี สาขาภาษาอังกฤษ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็ได้ไปทำงานในบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่ง ก่อนลาออกกลับมาช่วยครอบครัวขายผลไม้ต่อ เพราะคุณพ่อเริ่มมีปัญหาสุขภาพ ระหว่างนั้นก็ได้มองหาอาชีพเสริม
“ตอนนั้นอยากได้ไอโฟนเลยคิดว่าจะหาเงินผ่อนเอง ไม่ขอเงินจากทางบ้าน จนได้เจอกับ “สบู่เต้าหู้” โดยบังเอิญจากร้านขายเครื่องสำอางของคนรู้จัก ซึ่งเรายังไม่รู้เลยว่าสบู่เต้าหู้คืออะไร รู้จักแต่สบู่นกแก้ว สบู่ลักซ์ ก็เลยลองซื้อมาใช้ รู้สึกว่ากลิ่นไม่เหมือนสบู่ที่เคยใช้มาก่อน หลังจากนั้นก็ไปหาว่าใครเป็นเจ้าของ มีขายส่งไหม สุดท้ายก็ลองนำมาขายบนอินสตาแกรม”
จากการโพสต์ขายเล็ก ๆ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของธุรกิจ ลูกค้าคนแรกของเธอคือทันตแพทย์ชาวฟิลิปปินส์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงลูกค้า แต่ยังช่วยสอนทุกอย่างเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่การตั้งราคา การจัดส่ง ไปจนถึงการรับเงิน
“เขาเป็นทั้งลูกค้าและครูคนแรกเลยค่ะ หมอฟันคนนี้สอนทุกอย่าง รู้สึกว่า ณ นาทีนั้นโชคดีที่ได้ลูกค้าคนนี้มา และก็มีเงินมาผ่อนไอโฟนจริง ๆ จากนั้นก็ตั้งชื่อร้านว่า ‘โทฟู สกินแคร์’ มาตั้งแต่วันแรก แล้วเปลี่ยนไม่ได้อีกเลย เพราะลูกค้าจำชื่อนี้ได้แล้ว ” ประธานบริหาร TOFU SKINCARE กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นบ้านก็กลายเป็นที่สต็อกสินค้า ขณะที่เธอยังคงช่วยครอบครัวขายผลไม้ควบคู่กันไป จนกระทั่งธุรกิจเติบโตขึ้นจึงตัดสินใจเช่าพื้นที่เล็ก ๆ ในย่านประตูน้ำ ด้วยค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท
“หลัง ๆ เราเริ่มมีสินค้าหลายอย่าง ลูกค้าต้องการอะไรก็หามาขายหมด เลยตัดสินใจเช่าห้องเล็ก ๆ ในย่านประตูน้ำ ด้วยค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท พออยู่ได้ 2 ปี ก็ค่อย ๆ ขยับขยายไปเรื่อย ๆ อยู่ในประตูน้ำมาตลอด เราเริ่มจากธุรกิจซื้อมา-ขายไป (Trading) ก่อนจะมาพัฒนาแบรนด์ของตัวเองผ่านระบบ OEM และตอนนี้ก็มีโรงงาน ทำแบรนด์ของตัวเอง”
แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ ผู้บริหารโทฟู สกินแคร์ ย้อนเล่าว่า จริง ๆ ก็มีอุปสรรคเข้ามาท้าทายอยู่เหมือนกัน อย่างช่วงโควิด-19 ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ เพราะธุรกิจของเธอต้องพึ่งพาลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก
“เราเคยพูดไว้ว่า ถ้าวันไหนไม่มีไฟลต์บิน ธุรกิจเราจะกระทบทันที”
แต่ในช่วงเดียวกัน บริษัทเริ่มพัฒนา House Brand ของตัวเอง และมีลูกค้าต่างประเทศเซ็นสัญญาสั่งสินค้าแบบตู้คอนเทนเนอร์อย่างต่อเนื่อง จนสามารถประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตได้ โดยไม่จำเป็นต้องปลดพนักงาน
บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2561 ปัจจุบัน มี House Brand ของตัวเองอยู่ 4 แบรนด์ ได้แก่ Joji Secret Young, Precious Skin Thailand, Lemon Me และ Thai Moni มีสินค้ากว่า 650 รายการ สินค้าขายดี ได้แก่ แบรนด์ Joji Secret Young เช่น
แบรนด์ Joji Secret Young
- โจจิ ซีเคร็ท ยัง กลูต้า คอลลาเจน ดีทีเอ๊กซ์ มิ๊กซ์เบอร์รี่ (JOJI SECRET YOUNG GLUTA COLLAGEN DTX MIXBERRY) คอลลาเจนชนิดผงสำหรับชงดื่ม สูตรผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส ที่ได้รับรางวัล EVEANDBOY Best Selling Award 2025 หมวด BEST BRIGHTENING COLLAGEN
- โจจิ ซีเคร็ท ยัง แอสต้าแซนธิน คิวเท็น พลัส มิ๊กซ์ เบอร์รี่ (JOJI Secret Young Astaxanthin Q10 Plus Mixed Berry) คอลลาเจนชนิดผงสำหรับชงดื่ม สูตรผิวอ่อนเยาว์ ป้องกันริ้วรอย
- โจจิ ซีเคร็ท ยัง ไวต้า ซี คอลลาเจน พลัส เซราไมด์ จากสารสกัดข้าว (JOJI Secret Young Vita C Collagen Plus Ceramide) คอลลาเจนชนิดผงสำหรับชงดื่ม สูตรผิวฉ่ำโกลว์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- โจจิ ซีเคร็ท ยัง ชาโคล เคราติน ทรีตเมนต์ มาส์ก (JOJI SECRET YOUNG CHARCOAL KERATIN TREATMENT MASK) ทรีตเมนต์ดีท็อกซ์เส้นผมจากสารสกัดชาร์โคลเข้มข้น สูตรฟื้นคืนให้เส้นผมกลับมามีสุขภาพดี ได้รับรางวัล EVEANDBOY Best Selling Award 2025 หมวด BEST HAIR DETOX TREATMENT
แบรนด์ Lemon Me
- เลม่อน มี ไลท์ เฟธเธอะ เคิร์ล แอนด์ ไลน์ อัพ มาสคารา (Lemon Me Light Feather Curl Lined Up Mascara) มาสคาราเนื้อเบาบางดุจขนนก ล็อคขนตาให้งอนเด้ง มอบลุคสวยแบบธรรมชาติ พร้อมหัวแปรงพิเศษที่ช่วยให้ขนตาเรียงเส้นสวยไม่จับตัวเป็นก้อน กันนํ้า กันเหงื่อ ติดทนยาวนานตลอดวัน
- เลม่อนมี พ็อคเก็ต ป็อป เลิฟลี่ พาเลท (Lemon Me Pocket Pop Lovely Palatte) เบอร์ 5 ทไวไลท์ โรส พ็อคเก็ต พาเลททาตกแต่งบนเปลือกตาตกแต่งแก้ม 3 in 1 ทาได้ทั้งตาและแก้ม พร้อมไฮไลต์ ชิมเมอร์ชัด เล่นแสง เนื้อแมต ติดทนชัดตลอดทั้งวัน
- เลม่อนมี ทู อิน วัน ชาร์ป เบลด ดรอว์อิ่ง บราว เพนเซิ่ล (Lemon Me 2 In 1 Sharp Blade Drawing Brow Pencil) เบอร์ 1 โคโค่นัท มอคค่า ดินสอเขียนคิ้ว 2 IN 1 แบบแท่งหมุน Auto ใช้ง่ายโดยไม่ต้องเหลา ไส้ดินสอทรงใบมีด เป็นต้น
โดย มีคู่ค้าหลักในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ดูไบ ฯลฯ อีกทั้งยังพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องด้วย
สร้างแบรนด์ไทยให้แตกต่าง ผ่าน “คุณภาพ + บริการ + ราคาที่สมเหตุสมผล+ ประสบการณ์ของลูกค้า”
เมื่อถามถึงความแตกต่างของธุรกิจว่าอะไรที่ทำให้โดดเด่นกว่าเจ้าอื่น คุณจิ๊บให้คำตอบว่า เธอทำธุรกิจ 2 มุม ได้แก่ Tranding และ House Brand อันดับแรกจะให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเป็นหลัก สองคือการบริการ รวมถึงราคาที่สมเหตุสมผล ตลอดจนประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า
“อย่างแรก เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพก่อน คุณภาพนำทุกอย่าง สินค้าที่ทำมาแล้วใช้ดี ตอบโจทย์ คุ้มค่า จะมีลูกค้าซื้อซ้ำตลอด สอง การขายต้องมาพร้อมกับการบริการเสมอ เราจะไม่ขายอย่างเดียว เราจะขายพร้อมบริการหลังการขาย เช่น ลูกค้า B2B ขายไปแล้ว เรามีนโยบายรับเปลี่ยนรับคืน ลูกค้าหน้าร้าน ก็มีบริการหลังการขายอีกรูปแบบหนึ่ง ลูกค้าทางฝั่ง House Brand ก็มีบริการหลังการขายอีกแบบหนึ่ง เป็นต้น”
โมเดลของฝั่ง Trading จะเป็นการบริการ รวมถึงประสบการณ์ที่มอบให้กับลูกค้า
“เรามองว่าความต่างไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือ Service ทุกขั้นตอน ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าแล้วเดินตัวเปล่าออกจากร้านได้ทันที เพราะหากอยู่ในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร และซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท พนักงานจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งถึง Reception ที่โรงแรมให้ได้เลย”
“นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมงานอย่างมาก โดยฝึกให้พนักงานสามารถสื่อสารได้หลายภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ อินโดนีเซีย เวียดนาม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยว เขาคาดหวังการบริการที่ดี”
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าไลฟ์ขายสินค้าได้อย่างอิสระ ซึ่งต่างจากร้านค้าส่งทั่วไปที่มักกังวลเรื่องการแข่งขันด้านราคา
“ร้านอื่นอาจกลัวลูกค้าถ่ายรูปหรือไลฟ์ เพราะกลัวโดนตัดราคา แต่เรามองว่าเรื่องราคาใครก็ทำได้ สิ่งสำคัญกว่าคือประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ ลูกค้าจะทำคลิป รีวิว ไลฟ์ได้หมด บางคนทำจนกลายเป็นไวรัลในประเทศของตัวเอง เราเติบโตมาจากออแกนิกรีวิว จากการบอกต่อของลูกค้าเอง”
ส่วนจุดเด่นสินค้า House Brand ของเราคือ ‘คุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล’ เพราะปัจจุบันเราเป็นโรงงานผลิตเอง จากเดิมที่เคยจ้าง OEM ทำให้สามารถควบคุมได้ทั้งคุณภาพ ต้นทุนการผลิต”
“ทุกเดือนเราจะมีการทำ NPD (New Product Development) ออกสู่ตลาดประมาณ 5 รายการขึ้นไป หรือขั้นต่ำปีละประมาณ 60 รายการ ซึ่งเบื้องหลังสินค้าหนึ่งชิ้น ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 6 เดือน ตั้งแต่เริ่มพัฒนาไปจนเป็นสินค้าจริง ตั้งแต่การคัดเลือกสารสกัด การพัฒนาสูตร ไปจนถึงการทดสอบ Stability Test ในอุณหภูมิต่าง ๆ เช่น เก็บในสภาวะ -4 องศา 25 องศา 50 องศา สลับกันร้อน-เย็น ดูว่าเนื้อครีมจะยังคงตัวเหมือนเดิมอยู่ไหม แล้วประสิทธิภาพในการใช้งานยังได้เหมือนเดิมไหม ซึ่งถ้าไม่ได้ R&D ก็ต้องกลับไปปรับปรุงสูตร หรือถ้าทำได้ก็จะเอา Packaging มาใส่กับเนื้อครีมแล้วเก็บผล ว่าเข้ากันดีไหม ครีมแบบนี้ใส่ขวดแก้วได้ไหม ใส่ขวดพลาสติกได้ไหม หลายขั้นตอนมากค่ะกว่าจะจบมาเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น”
“อย่างสารสกัด เรามีการนำเข้าจากทั่วโลกเลยค่ะ เพราะว่าแต่ละประเทศจะมีความพิเศษแตกต่างกันไป บางตัวต้องนำเข้าจากอเมริกา บางตัวจากฝรั่งเศส อิตาลี เกาหลี ญี่ปุ่น บางตัวก็จีน R&D ก็จะเลือกตัวที่ลงสูตรได้ ซึ่งสารสกัดเรานำเข้าเองทั้งหมดไม่ได้ เราต้องเช็กหลายอย่าง เช็กทั้ง COA (Certificate of Analysis) เช็กทั้ง MSDS / SDS (Safety Data Sheet) ดูว่าโครงสร้างของสารมีอะไรบ้าง บางตัวใช้เปอร์เซ็นต์ได้เท่าไหร่ ใช้ได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพและปลอดภัย”
“เรามีทีม R&D ของตัวเอง และร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยในการพัฒนาสารสกัดใหม่ ๆ โดยเฉพาะสมุนไพรไทย ผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพของสารสำคัญให้คงอยู่จริง ให้ผลิตภัณฑ์เห็นผลดี เพราะถ้านวัตกรรมเราไม่ดี พอเวลาเราสกัดสารมา เอามาลงสูตรโดนความร้อน สารจะสลายไป จะไม่มีประโยชน์”
ล่าสุด TOFU SKINCARE ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมสุขภาพและความงามกับทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริม : THINK PLUS A.M. ทั้งนี้แนวคิดผลิตภัณฑ์ และสารสกัดที่เลือกใช้กับทางศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ได้แก่
1. Sulfora EX™ สารสกัดจากต้นอ่อนบรอกโคลีที่มี Sulforaphane เป็นสารสำคัญ โดยระบุว่าช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ฟื้นฟูระดับเซลล์ และช่วยปกป้องสมองจากความเครียด, กระตุ้นการทำงานของสมอง (Active Brain), ช่วยให้คิดไวและจดจำได้ดีขึ้น, ช่วยป้องกันผลกระทบจากความเครียด, ทำงานผ่านกลไก Nrf2-ARE ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบป้องกันความเสียหายของเซลล์, ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระและกำจัดโปรตีนที่เสื่อมสภาพในสมอง
มีข้อมูลวิจัยที่อ้างอิง โดยมีการศึกษาทางคลินิกในผู้สูงอายุ 144 คน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ รายงานว่ามีการพัฒนาด้านความไวในการรับข้อมูล ความจำ ความเร็วในการประมวลผล มีการอ้างถึงการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ว่าส่งผลเชิงบวกต่อสมาธิ ความเร็วในการคิด และความสามารถทางสติปัญญาโดยรวม
2. Emera PrimeEX สารสกัดจากใบบัวบก (Centella asiatica) ที่มุ่งเน้นการสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและการเชื่อมต่อของเครือข่ายสมอง ช่วยให้จิตใจสงบ, ลดความวิตกกังวล, สนับสนุนการทำงานของความจำ (Cognitive Function), บำรุงระบบประสาทส่วนกลาง โดยมีสารสำคัญ ได้แก่ Asiaticoside และ Madecassoside ซึ่งถูกระบุว่า ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ (Neurogenesis) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดฝอยในสมอง
“สารสกัด 2 ตัวนี้จริง ๆ มีรสขม แต่ ดร.นาว (ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี) นักวิจัยและผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรม PhytoEX จากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) สวทช. เก่งมาก ทำออกมาได้ว้าวมาก ทำให้กินแล้วอร่อย ช่วยบูทสมอง สมองมีสมาธิดีขึ้น จดจ่อดีขึ้น ให้ทำงานได้เสถียรมากขึ้น”
“Cosmoprof CBE ASEAN 2026” เวทีสำคัญแห่งอุตสาหกรรมความงาม สร้างโอกาสทางธุรกิจขยายสู่ตลาดอาเซียน
อีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ โทฟู สกินแคร์ (Tofu Skincare) เตรียมเข้าร่วม คืองาน Cosmoprof CBE ASEAN 2026 งานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจด้านความงามระดับนานาชาติ (B2B) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยรวบรวมผู้ผลิตเครื่องสำอาง แบรนด์ความงาม โรงงาน OEM/ODM ผู้จัดจำหน่าย ผู้ซื้อ และนักลงทุนจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและอัปเดตเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมความงาม
ภายในงานแบ่งออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ โซน Branded Finished Products สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาแบรนด์ใหม่ ๆ หรือต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูป และ โซน Supply Chain สำหรับเจ้าของแบรนด์หรือผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์ของตนเอง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โรงงานรับผลิต (OEM/ODM) วัตถุดิบและสารสกัด ห้องปฏิบัติการวิจัย บรรจุภัณฑ์ เครื่องจักรการผลิต ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความงาม
ไฮไลต์สำคัญของงานคือ Cosmo Talks เวทีสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่จะมาอัปเดตข้อมูลเจาะลึก อาทิ เทรนด์ความงามปี 2026, การสร้างแบรนด์และการตลาด, AI และ Beauty Tech, Sustainability & Green Beauty รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจากหลากหลายประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
โดยในครั้งนี้ โทฟู สกินแคร์ ได้ร่วมออกบูธนำเสนอสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านเครื่องสำอาง สกินแคร์ และอาหารเสริม ภายใต้ 4 แบรนด์ในเครือ ได้แก่ Joji Secret Young, Precious Skin Thailand, Lemon Me และ Thai Moni ณ บูธหมายเลข S01-S08 ฮอลล์ 3
นอกเหนือจากการออกบูธแล้ว คุณจิ๊บ ประธานบริหารบริษัท โทฟู สกินแคร์ ยังได้รับเกียรติขึ้นเวทีเสวนาในส่วนของ CosmoTalks เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจความงาม และร่วมผลักดันกระแส T-Beauty ให้เติบโตในระดับสากลอีกด้วย
“ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่เรามี Contact อยู่แล้ว แต่เราก็อยากหา Contact ประเทศใหม่ ๆ เพิ่มด้วย”
สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ สามารถพบกับ TOFU SKINCARE ได้ที่งาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2026 เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจความงามในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
“Tofu Skincare Megamart” แลนด์มาร์กของถูกและดีแห่งใหม่ของไทย หมุดหมายที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน
อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่คุณจิ๊บกำลังผลักดันคือโปรเจกต์ ‘Tofu Skincare Megamart’ ศูนย์รวมสินค้าไทยขนาดใหญ่ใจกลางเมือง บนพื้นที่กว่า 7,200 ตารางเมตร ที่เธอวางเป้าหมายให้เป็น Variety Store สำหรับนักท่องเที่ยว คล้าย Donki ของประเทศญี่ปุ่น
ภายในจะรวมทุกอย่างตั้งแต่สกินแคร์ เครื่องสำอาง เวชสำอาง อาหารเสริม สมุนไพรไทย ขนม ไปจนถึงสินค้าไทยหลากหลายประเภท เรียกได้ว่ามีสินค้ามากกว่า 10,000 รายการ ขายในราคามาตรฐานที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ มีจุดเด่นด้านนโยบาย "ขายราคาส่งตั้งแต่ชิ้นแรก ไม่มีขั้นต่ำ" อีกทั้งซื้อครบ 2,000 บาท สามารถทำ Vat Refund ได้
โดยหนึ่งในแนวคิดสำคัญคือ “Trust Price” หรือการสร้างมาตรฐานราคาที่เป็นธรรมทั้งกับคนไทยและนักท่องเที่ยว
“เราอยากสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ไม่อยากให้มาซื้อของแล้วสุดท้ายกลับไปพร้อมประสบการณ์แย่ ๆ อยากให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ต้องกลัวโดนโก่งราคา ไม่ต้องกลัวโดนหลอก ของเหมือนกันไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง ราคาคนไทยกับราคานักท่องเที่ยวต่างชาติควรเท่ากัน อย่างโซนไทย ๆ เราแทบจะยกจตุจักรมาเลย เรารับของมาจากจตุจักร พ่อค้าแม่ค้าจตุจักรยังได้รายได้เหมือนเดิม ซัพพอร์ตเขาเหมือนเดิมแต่เราขอเป็นคนกลางในการขายไม่แพง เอามาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ เปลี่ยนภาพจำใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว”
Tofu Skincare Megamart ยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์ มีทั้งขบวนพาเหรด มีมาสคอต และกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย
“ที่นี่จะมีทั้งความสนุกสนานและความเป็นท่องเที่ยว เราจะมีขบวนพาเหรด มีโชว์ มีมาสคอตชื่อ “คชโกะ” เป็นคาแรกเตอร์ที่เป็นช้าง มีเล่นเพลงไทยที่แต่งขึ้นใหม่ โดยใส่อัตลักษณ์เครื่องดนตรีไทยทั้ง 4 ภาค มาทำให้สนุก ลูกค้าจะได้รอดูพาเหรดของเรา ในขบวนจะมีประมาณ 30 คน โชว์เป็นรอบ ๆ ซึ่งลูกค้าที่ไลฟ์น่าจะชอบ เพราะถ้าไลฟ์ขายของอย่างเดียวมันน่าเบื่อ แต่ถ้ามีความบันเทิงเข้าไปด้วย จะสนุกขึ้น แล้วเราก็อยากให้ลูกค้าจดจำว่า เมืองไทยมีช้าง มีคชโกะ มีความเป็นไทย ตัวมาสคอตจะถูกออกแบบให้ดูน่ารัก และช่วยสื่อสารคอนเซปต์ของเราว่า ราคาดี ของแท้ มีมาตรฐาน และมีคุณภาพ”
“Tofu Skincare Megamart เป็นมากกว่าร้านขายของ จะเป็น “Tourist Destination” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะทุกครั้งเมื่อมาเยือนประเทศไทย และในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้า เราอยากจะขยายสาขาไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ที่เป็น Tourist Spot เช่น เชียงใหม่ พัทยา หรือเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้จากหลาย ๆ ที่”
สำหรับ Tofu Skincare Megamart ตั้งอยู่ภายในโครงการ PLATINUM POP (แพลทินัม ป๊อป) จะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ โดยวางคีย์เมสเสจชัดเจนว่า เป็นร้านที่นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ ทั้งเรื่องราคาและคุณภาพ ทั้งนี้พร้อมเตรียมทำสื่อประชาสัมพันธ์ตามสนามบิน ท่าเรือ และย่านท่องเที่ยวสำคัญ ๆ เพื่อผลักดันให้กลายเป็น Soft Power ด้านบิวตี้และสินค้าไทยในอนาคต
แนะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สร้างธุรกิจให้ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจาก Mindset
แม้วันนี้จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารธุรกิจขนาดใหญ่ แต่คุณจิ๊บยังคงเชื่อในคุณค่าของความรู้ และการส่งต่อโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ เธอมักถูกรับเชิญเป็นวิทยากรให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์จากชีวิตจริง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การศึกษา”
“เราเชื่อว่าสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตคน เปลี่ยนจากจนไปรวย หรือเลื่อนระดับชีวิตตัวเองได้ คือการศึกษาและความรู้ เพราะบางครั้งเราตกเป็นเหยื่อด้วยความไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย เรื่องภาษี อะไรก็แล้วแต่ ทุกวันนี้เรามีทุกอย่างเกินกว่าที่เราจะใช้หมดแล้ว เราควรจะต้องตอบแทนกลับคืนสู่สังคมด้วย อันนี้ไม่ได้ตอบแบบโลกสวยนะคะ เพราะว่าคนที่เขาไม่ได้มีโอกาสเหมือนเรา ยังมีอีกเยอะ”
สำหรับใครที่อยากเป็นผู้ประกอบการ อยากสร้างแบรนด์ หรือเข้ามาทำธุรกิจความงาม ผู้บริหารโทฟู สกินแคร์ แนะนำว่า กุญแจสำคัญคือ Mindset ถ้าจะทำธุรกิจความงาม อย่าคิดแค่กำไร แต่ต้องคิดถึงคุณภาพ ความจริงใจ เพราะถ้าอยากให้ T-Beauty แข็งแรง ต้องเติบโตไปพร้อมกันทั้งระบบ
“ก่อนอื่นอยากให้ผู้ประกอบการมี Mindset เรื่องคุณภาพทั้งในแง่การทำธุรกิจและสินค้าก่อน อย่าคิดแค่ว่าจะลงทุนเพื่อเอาผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว สุดท้ายมันจะไม่ยั่งยืน เราต้องคิดว่า ถ้าเราจะเป็นนักขาย จะต้องขายของที่มีคุณภาพ ผลิตของที่ดี แล้วต้องไม่ทิ้งทั้งคนผลิต พนักงาน คนซัพพอร์ต รวมถึงลูกค้า ทั้ง B2B และ B2C ทุกคนต้องอยู่ได้ อยากให้ทุกคนทำธุรกิจเชิงลึกจริง ๆ”
“สิ่งที่อยากเห็นคือการสร้างระบบร่วมกัน เพราะถ้าบางคนทำสินค้าต่ำกว่ามาตรฐาน แต่เคลมว่ามาตรฐานเดียวกัน คนที่ทำของมาตรฐานจริง ต้นทุนสูงจริง จะสู้ราคาไม่ได้ เพราะอีกเจ้าต้นทุนต่ำ แต่ใช้การ Overclaim ดันสินค้า สุดท้ายตลาดก็เสีย คนที่เสียเปรียบที่สุดคือผู้บริโภค ดังนั้น Mindset ของผู้ประกอบการจึงสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีทางสร้าง T-Beauty ให้แข่งกับ J-Beauty, K-Beauty หรือ China Beauty ได้”
โดยประธานบริหารโทฟู สกินแคร์ มองว่า ไทยมีศักยภาพจะเป็น Beauty Hub ของเอเชียได้ เพราะจุดแข็งของไทยคือ “ความหลากหลาย” ทั้งสินค้า อาหาร และความเป็นไทยที่ชัดเจน แตกต่างจากเกาหลี ญี่ปุ่น หรือจีน
“เรามองไกลมากว่าบิวตี้มันต้องเกิด ถ้ามองในอาเซียน ไทยคือเบอร์หนึ่ง ส่วนเอเชียก็มีเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละประเทศมีจุดเด่นต่างกัน เกาหลีเด่นเรื่องนวัตกรรม ญี่ปุ่นเด่นเรื่องความน่าเชื่อถือ จีนเด่นเรื่องความรวดเร็วและต้นทุนถูก แต่ไทยมีความหลากหลาย เรามีหลาย Category มีอัตลักษณ์ความเป็นไทยชัด เราเอาความเป็นไทยมาผสมกับความทันสมัย เรามีทั้งของกิน ของฝาก เครื่องสำอาง ฯลฯ ทำไมเราจะเป็น Beauty Hub แห่งเอเชียไม่ได้”
ก้าวต่อไปของ TOFU SKINCARE
อนาคตผู้บริหารโทฟู สกินแคร์ ตั้งเป้าพัฒนาห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO 17025 เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล รวมถึงการแปรสภาพบริษัทเป็นมหาชน
นอกจากนี้คุณจิ๊บยังเผยว่า อนาคตสิ่งที่คาดหวังไว้ คือ อยากร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ช่วยผลักดันมาตรฐานใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ที่ผู้ประกอบการทั่วประเทศสามารถเข้าร่วมได้ เพราะวันนี้ปัญหาสำคัญของการท่องเที่ยวไทย ไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว แต่คือ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวเวลาจะใช้จ่ายในประเทศไทย คือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้วงการท่องเที่ยวไทยว่าหยุดการ Markup Overpriced และทำให้ราคากลับมาอยู่ในระดับที่นักท่องเที่ยวรู้สึกเข้าถึงได้ อยากใช้จ่าย และอยากกลับมาอีก
โดยคุณจิ๊บเสนอว่า อยากให้ทำ “Trust Mark” หรือเครื่องหมายรับรองสำหรับผู้ประกอบการที่รักษามาตรฐานด้านราคา ความโปร่งใส และคุณภาพบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติรู้สึกว่า ถ้าเห็นโลโก้นี้เมื่อไหร่ เข้าไปใช้บริการได้เลย
“ประเทศไทยมีของดี มีสินค้าและบริการคุณภาพเยอะมาก ไม่ใช่แบรนด์หรือร้านที่ไม่มีมาตรฐาน แต่สิ่งที่ยังขาดคือการการันตีความน่าเชื่อถือให้คนรู้สึกมั่นใจ เหมือนช่วงโควิดที่โรงแรมมีมาตรฐาน SHA ที่ช่วยสร้างความมั่นใจเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย จนคนกล้ากลับมาเดินทาง”
“เราทำ Tofu Skincare Megamart อย่างที่บอกคีย์เมสเสจหลักของเราคือ เข้าถึงง่าย มีคุณภาพ และราคาคุ้มค่าจริง เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่มา ว่าที่นี่เข้าถึงได้ ราคาแฟร์ ซื้อได้สบายใจ ไม่เอาเปรียบ เชื่อว่าเราจะสามารถสร้างภาพลักษณ์และมาตรฐานให้เกิดขึ้นได้จริง”ปวริศา รัชวัลธาดากูล” ประธานบริหาร TOFU SKINCARE กล่าวทิ้งท้าย


