เปิดบันทึกความทรงจำสุดซึ้ง "ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" โพสต์ข้อความไว้อาลัยและรำลึกถึง "พระองค์ภา" เจ้านายที่รักยิ่ง เผยเรื่องราวสุดประทับใจตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ทรงเรียบง่ายและไม่ถือพระองค์ ไปจนถึงบทบาทการทรงงานที่ทุ่มเทและเป็นที่รักของทุกคน พร้อมยกย่องทรงเป็นความหวังของคนไทยอย่างแท้จริง
วันนี้ (12 มิ.ย.) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาโพสต์ข้อความ รำลึกความประทับใจและแสดงความไว้อาลัยแด่ "พระองค์ภา" โดยถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่สมัยเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่พระองค์ทรงวางตัวเรียบง่าย เป็นกันเอง ไม่ถือตัว และร่วมกิจกรรมกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน ควบคู่ไปกับความมีระเบียบวินัยและพระปรีชาสามารถด้านการศึกษาที่โดดเด่นจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกา
ตลอดจนถึงช่วงวัยทำงานที่ทรงทุ่มเทอย่างจริงจัง ทั้งในบทบาทนักการทูตประจำองค์การสหประชาชาติและอัยการที่ประเทศไทย ซึ่งไม่ว่าจะทรงงานที่ใดก็ทรงเป็นที่รักของทุกคนเสมอ ด้วยพระปรีชาสามารถที่ครบเครื่องทั้งด้านกฎหมาย การทูต และการทหาร ผู้เขียนจึงกล่าวยกย่องว่าพระองค์ทรงเป็นความหวังของคนไทย พร้อมทั้งแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของพระองค์ท่าน ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"บันทึกนี้เพื่อระลึกถึง “พระองค์ภา” ในมุมของผม เจ้านายที่รักยิ่ง
สมัยเรียนนิติ ธรรมศาสตร์ ผมทราบข่าวว่าโต๊ะกลุ่มรพีพัฒน์ของเรามีน้องใหม่เข้ากลุ่มเป็นพระเจ้าหลานเธอ ความซ่าของผมกลายเป็นความเกร็งทันที แต่เมื่อพระองค์ท่านตรัสว่า "เราชื่อภา เพื่อนๆ เรียกว่า ท่าน พี่ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ก็ได้" ความเกร็งของผมเลยหายไป กลายเป็นความประทับใจและเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้น จริงๆ อายุเราเท่ากัน แต่ผมเกิดต้นปี ท่านเกิดปลายปี ผมสอบเทียบไม่ได้เรียน ม.6 เลยกลายเป็นรุ่นรหัส 38 ส่วนท่านรหัส 40 ชีวิตที่ธรรมศาสตร์ท่านเป็นกันเองมาก เดินไปกินส้มตำร้านกิ้วที่ท่าพระจันทร์ด้วยกันกับกลุ่ม ซื้อของก็ต่อคิว ใช้ชีวิตเหมือนเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไป แต่ต้องรับผิดชอบงานหลายอย่างตามหมายสำนักพระราชวัง ท่านเป็นคนสนุกสนาน และมีวินัยมาก ไม่เคยถือตัว พี่น้องเพื่อนๆ รักท่านทุกคน
ตอนปี 2 ท่านจัดงานรับน้องใหม่เข้ากลุ่มรพีพัฒน์ รุ่นท่านก็จัดกิจกรรมเป็นฐานๆ เล่นเกม เขียนสีแต่งหน้าน้องปี 1 ผมได้ทีจึงทูลทักว่า “ตอนท่านอยู่ปี 1 ท่านไม่ได้ถูกรับน้อง ท่านควรถูกรับน้องซ่อมหน่อยมั้ย”… ทีนี้จะเหลือเหรอครับ เมื่อท่านทรงอนุญาต พวกเราก็วาดสีบนหน้าพระองค์ท่าน ท่านก็หัวเราะ พวกเราก็หัวเราะ เป็นความรู้สึกที่จำไม่มีวันลืม.. จนถึงวันนี้ผมยังคิดอยู่ว่า เราทำไปได้ยังไงเนี่ย
ความจำยกให้เป็นหนึ่ง ผมเคยติววิชาเอกเทศสัญญาสองให้ท่าน คะแนนออกมาเท่ากันเลย จับประเด็นเร็ว จำแม่น และเมื่อจบจากธรรมศาสตร์ ถึงคราวต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา ผมไปเรียนที่บอสตัน ส่วนท่านไปเรียนที่นิวยอร์ก มหาวิทยาลัย Cornell ผมเคยขับรถไปเยี่ยมท่าน ภาพที่เห็นคือ อากาศหนาวท่านเดินอยู่คนเดียวหิ้วเป้หนังสือใบใหญ่ๆ ผมคิดว่าท่านคงเหงา เพราะมหาวิทยาลัยอยู่ในป่าหนาวมาก ท่านเรียนจนจบปริญญาเอกที่ Cornell ท่านเรียนเก่งและอดทนมาก
ในช่วงชีวิตเริ่มต้นการทำงาน ผมรับราชการที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้เป็นตัวแทนไปประชุมกฎหมายที่ UN นิวยอร์ก ตอนนั้นท่านเป็นเจ้าหน้าที่การทูตประจำที่ UN ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าใครได้ประจำ UN สหประชาชาติสำนักงานในนิวยอร์กจะต้องเป็นคนที่เก่งจริงและแม่นยำกฎหมาย ผมเห็นท่านทำงานจริงจังมากและอยู่ต่างประเทศมานาน ทั้งเรียนทั้งทำงาน เลยชวนท่านว่ากลับไปทำงานเมืองไทยดีหรือไม่ กฎหมายอาญาที่เรียนมาเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอีกมาก และอีกไม่นานท่านก็กลับจริง ท่านมาเป็นอัยการได้ทำคดีจริง และเป็นที่รักของเพื่อนอัยการเหมือนเคย ท่านวางตัวเรียบง่าย พักกลางวันยังบังเอิญมาพบท่านกับเพื่อนๆ อัยการมาทานก๋วยเตี๋ยวในซอยเสือใหญ่อุทิศฝั่งตรงข้ามสำนักงานอัยการสูงสุดอยู่เลย พระองค์ภา ทำงานที่ไหนคนก็รัก เป็นกันเอง
พระองค์ภาเป็นความหวังของท่านพ่อและคนไทย ทรงเป็นทั้งนักการทูต นักกฎหมาย และนายทหาร ครบเครื่องในคนเดียว ผมเสียใจ เสียดาย และคิดถึงพระองค์ภาที่สุด
ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ข้าพระพุทธเจ้า ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ"


