xs
xsm
sm
md
lg

กรมวิทย์ฯ ยันผลตรวจก๋วยเตี๋ยวอุดรฯ พบสาร “ไนไตรท์” เข้มข้นสูง เตือนผู้ประกอบการห้ามใช้แทนเกลือปรุงอาหาร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดผลแล็บเคสชาวบ้านอุดรฯ ล้มป่วยหลังกินก๋วยเตี๋ยว ยืนยัน "ผงสีขาวปริศนา" คือสารไนไตรท์ (ผงเพรก) บริสุทธิ์สูงถึง 99.2% แถมตรวจเจอน้ำซุปเข้มข้นทะลุไมล์ เตือนสายซด หากกินเกิน 1 ลิตร หรือเทียบเท่าก๋วยเตี๋ยว 3 ชามในมื้อเดียว อันตรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ย้ำไม่ใช่เกลือปรุงอาหาร ห้ามนำมาใช้แทนเด็ดขาด

วันนี้ (11 มิ.ย.) ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจตัวอย่าง กรณีชาวบ้านรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านแห่งหนึ่งภายในชุมชนพรสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี และมีอาการป่วย ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ได้รับตัวอย่างจากโรงพยาบาลอุดรธานีเพื่อตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน โดยตัวอย่างที่ส่งตรวจจำนวน 4 ตัวอย่าง ประกอบด้วย อาเจียนของผู้ป่วย 2 ตัวอย่าง น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมูและเนื้อไก่ 1 ตัวอย่าง และผงสีขาวไม่ทราบชนิด 1 ตัวอย่าง โดยตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีต้องสงสัย คือ สารเคมีกลุ่มไนตรทไนไตรท์ และสารไซยาไนด์ 

ล่าสุดจากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลตรวจยืนยันผงสีขาวพบว่าเป็นสารไนไตรท์ ความบริสุทธิ์ร้อยละ 99.2 ส่วนผลตรวจตัวอย่างอาเจียนผู้ป่วยพบสารไนไตรท์และไนเตรท ส่วนผลตรวจตัวอย่างน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ตรวจพบปริมาณไนไตรท์ 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร ดังนั้น การบริโภคน้ำซุปเพียงประมาณ 1 ช้อนชาจะทำให้ได้รับไนไตรท์เกินค่าปริมาณที่ยอมรับได้ต่อวัน (Acceptable Daily Intake; ADI) ที่ JECFA กำหนด (4.0 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน) ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อรับประทานต่อเนื่องทุกวัน หากรับประทานในปริมาณสูงเกินกว่า 1 ลิตรหรือเทียบเท่ากับก๋วยเตี๋ยว 3 ชามในครั้งเดียว จะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ทั้งนี้ สารไนไตรท์ หรือที่เรียกกันว่า “เกลือถนอมอาหาร” หรือ “ผงเพรก” เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง ไส้กรอก แหนม และหมูยอ เพื่อช่วยคงสีชมพูแดงของเนื้อสัตว์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวต่ออีกว่า ไนไตรท์ไม่ใช่เกลือปรุงอาหารและไม่ควรนำมาใช้แทนเกลือบริโภคโดยเด็ดขาด เนื่องจากหากร่างกายได้รับในปริมาณสูงอาจส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งออกซิเจนในเลือด ทำให้เกิดอาการตัวเขียวคล้ำ หายใจหอบเหนื่อย เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ และในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ไนไตรท์ในการถนอมอาหารของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยต้องใช้ภายใต้การควบคุมตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารอย่างเคร่งครัด

ดร.นพ.สราวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงเร่งตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด โดยเมื่อผลการตรวจสอบแล้วเสร็จจะรีบแจ้งให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนอย่างสูงสุด 

ท้ายนี้ ฝากถึงผู้ประกอบการ ควรมีการจัดเก็บและบริหารจัดการสารเคมีก่อนนำไปทิ้ง สำหรับผู้บริโภค ไม่ควรเก็บสิ่งของที่ไม่ทราบที่มาที่ไปมาใช้หรือประกอบอาหารแม้จะมีลักษณะคล้ายเครื่องปรุงที่ใช้ในครัวเรือน เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต