สอและ กูมุดา ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาเคลื่อนไหวกรณีดรามาโพสต์อ้างมีการพยายามรีดเงินจาก พิพัฒน์ รัชกิจประการ เดือนละ 5 ล้านบาท โดยย้ำว่าความผิดฐานรีดเอาทรัพย์เป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องดำเนินคดีอย่างจริงจัง พร้อมยกประสบการณ์เคยทำคดีรีดทรัพย์เพียง 200 บาทมาเปรียบเทียบ เพื่อสะท้อนว่ากระบวนการยุติธรรมต้องบังคับใช้อย่างเท่าเทียมไม่ว่ามูลค่าความเสียหายจะมากหรือน้อย ทั้งยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์เร่งดำเนินการเอาผิดผู้เกี่ยวข้องโดยเร็ว พร้อมเตือนว่าการเพิกเฉยต่อการดำเนินการตามหน้าที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการถูกตั้งคำถามเรื่องการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้
วันนี้ (9 มิ.ย.) นายสอและ กูมุดา ทนายความและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาโพสต์ข้อความ หลังเกิดประเด็นร้อนจากโพสต์ของ โจ มณฑานี ที่อ้างว่ามีกลุ่มบุคคลพยายาม “รีดเงินเดือนละ 5 ล้านบาท” จาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แต่ไม่ระบุชื่อผู้เกี่ยวข้อง โดยต่อมานายพิพัฒน์เข้ามาคอมเมนต์ว่า “ขอบคุณสำหรับอีกมุมมองหนึ่ง” และ อนุทิน ชาญวีรกูล คอมเมนต์ในลักษณะชวนให้ตีความว่าอาจรู้ว่าหมายถึงใคร ทำให้เกิดการคาดเดาและพาดพิงบุคคลต่างๆ ในสังคมออนไลน์
นายสอและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดในความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ โดยได้เปรียบเทียบกรณีการรีดทรัพย์เงินจำนวนมากถึงเดือนละ 5,000,000 บาท ตามที่ปรากฏในกระแสสังคม กับประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยทำคดีรีดทรัพย์เงินเพียง 200 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่ามูลค่าความเสียหายจะมากหรือน้อย กระบวนการยุติธรรมก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรของรัฐอย่างคุ้มค่าเพื่อรักษาหลักนิติธรรมและความสงบสุขของสังคม
ทั้งนี้ ผู้เขียนได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์เร่งดำเนินการเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดในกรณีล่าสุดที่ถูกเปิดเผยโดยเร็ว พร้อมทั้งเตือนว่าหากเพิกเฉยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อาจส่งผลกระทบจนหมดอนาคตทางการเมืองได้


