มนตรี อุดมพงษ์ ผู้สื่อข่าวภาคสนาม แฉยับขบวนการลักลอบผลิตเหล็กต่ำกว่ามาตรฐาน มอก. ยัดไส้เตาหลอม และการสวมสิทธิ์เซ้งกิจการคนไทยบังหน้า ที่น่ากลัวคือโรงงานเหล่านี้ที่เคยถูกสั่งปิด ตอนนี้กลับมาเดินเครื่องได้อีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นอายทุจริตรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับชั้น ถึงเวลาที่สังคมต้องร่วมมือทำ "โซเชียลแซงก์ชัน" ก่อนที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะทำพังทั้งประเทศ
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. มนตรี อุดมพงษ์ ผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวภาคสนาม ออกมาโพสต์ข้อความปัญหาทุนจีนสวมรอยเทกโอเวอร์กิจการโรงงานเหล็กและอุตสาหกรรมหนักในไทย
อย่างกรณีของโรงงาน "ซิน เคอ หยวน" ได้สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตการลักลอบผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ตรงตามที่แจ้งไว้ใน EIA เช่น การลักลอบใช้เตาหลอมที่ไม่ได้คุณภาพ การผลิตเหล็กที่ต่ำกว่ามาตรฐาน มอก. ตลอดจนการใช้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย
ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นและฝังรากลึกได้จากความหละหลวมและข้อสงสัยเรื่องการทุจริตรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกระดับชั้น แม้ปัจจุบันบางโรงงานจะได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้ง แต่พฤติการณ์มักง่ายเหล่านี้ไม่เพียงแค่สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในงานก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของกลุ่มทุนต่างชาติที่กำลังรุกคืบเข้ามาคุกคามสิ่งแวดล้อมไทยอย่างรุนแรงในหลากหลายอุตสาหกรรม จนอาจทำให้ประเทศกลายเป็น "แผ่นดินอาบสารเคมี" ซึ่งสังคมจำเป็นต้องใช้มาตรการทางสังคม ร่วมกันตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"1. "ซิน เคอ หยวน" เป็น 1 ในอย่างน้อย 10 โรง ที่หลอมเหล็กด้วยระบบเตาหลอม IF หรืออินดักชัน เฟอร์เนซ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมฯ ไปตรวจสอบ และสั่งให้ระงับกิจการทั้งอย่างน้อย 10 แห่งดังกล่าว เพราะพบความผิดปกติแตกต่างกันไป เช่นเหล็กไม่ผ่านมาตรฐานบ้าง ระบบไม่ได้มาตรฐานบ้าง แต่ตอนนี้ได้รับอนุญาตให้เดินเครื่องได้ พร้อมคำว่า "ผ่านการแก้ไขแล้ว และเหล็กได้มาตรฐาน"
2. ถึงอย่างนั้น หนึ่งในประเด็นที่พบแล้วว่าค่อนข้างน่ากังวล คือการติดตั้งของโรงงานหลอมเหล่านี้ไม่ตรงตามที่แจ้งไว้ใน EIA นั่นคือ แจ้งว่าเป็นโรงหลอมเหล็กแบบ IF ที่มีเตาปรุงน้ำเหล็กก่อนเข้าสู่การหลอม แต่ผลการตรวจสอบไม่พบเตาปรุง
3. ที่จริง ยังมีโรงเหล็กอื่นๆ ที่ถูกตรวจ เช่น บางโรงแจ้งว่าหลอมเหล็กแบบ EAF หรือเตาอาร์คไฟฟ้า เป็นเตาที่ใช้ในอุตสาหกรรมหลอมและผลิตเหล็กกล้า โดยใช้กระแสไฟฟ้าแรงสูงอาร์คผ่านแท่งอิเล็กโทรด ลงไปยังเศษเหล็กเพื่อสร้างความร้อนสูง แต่เอาเข้าจริงก็เป็นเพียงแบบแปลนในกระดาษเท่านั้น เพราะในโรงงานฯ เป็น IF
4. บางโรงฯ ตั้งอุปกรณ์เพิ่ม /บางโรงฯ ถอดอุปกรณ์ออก /บางโรงฯ ขยายกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน ถือว่าต่อขยาย หรือสร้างใหม่ โดยไม่ได้รับอนุญาต
5. ซ้ำร้ายกว่านั้น บางโรงฯ เป็นของกลุ่มทุนจีนแท้ๆ ที่มาเทกโอเวอร์กิจการหลอมเหล็กของคนไทย วิธีการโคตรแสบ คือ ใช้ชื่อเดิมของคนไทย กิจการเดิม แต่ผลิตโดยวิธีที่มาตรฐานต่ำกว่า มีหัวหน้าคนงานเป็นชาวจีน แรงงานก็มีทั้งชาวจีนที่มีวีซ่าท่องเที่ยวมาทำงาน รายนี้เจ้าของกิจการคนไทยรับเงินไปแล้วปล่อยทุนจีนเซ้งโรงเหล็กไปโดยปริยาย
6. ตัวอย่างทั้งหมดเป็นเพียงส่วนเดียวของปัญหาเกี่ยวกับโรงงานเหล็กของทุนจีนที่รุกคืบทั้งธุรกิจเหล็กไทย และรุกคืบสิ่งแวดล้อมไทย
7. มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเจ้าหน้าที่รู้เห็น ให้ตายซิโรบิน!!!! มันมีตั้งแต่การออกใบอนุญาตตั้งโรงงาน ซึ่งเริ่มต้นจากท้องถิ่น ไปจนถึงการรับฟังความเห็น การติดตั้งเครื่องจักร การขอประกอบกิจการ การขอ มอก. ไปจนถึงการขอรับการสนับสนุนจาก BOI และท้ายที่สุด คือการส่งเสริมจากนโยบายรัฐ แต่ไม่มีมาตรการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ
8. โรงเหล็ก ซิน เคอ หยวน ที่พูดกันในโซเชียลมีทั้งตรงประเด็นและเฉียดๆ เช่น ข้อเท็จริงว่าตึก สตง.ที่ถล่ม มีเหล็ก SKY ของซินเคอ หยวน ด้วย อันนี้เป็นเรื่องจริง แต่เหล็กไม่ใช่สาเหตุของตึกถล่ม อันนี้ก็จริง
9. อย่างไรก็ตาม การที่เหล็กไม่ใช่สาเหตุของตึกถล่ม ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความผิด แต่ต้องเอาผิดให้ตรงประเด็น เพราะการที่เหล็กไม่ผ่านมาตรฐาน มันคือผิดจากมาตรฐาน มอก.ที่ได้รับอนุญาต ดังนั้น นี่คือประเด็นหลัก ไม่ใช่ถูกโยงไปที่ตึก สตง.อย่างเดียว แต่แน่นอนว่าเกี่ยวกับตึก สตง.ก็เพราะมีเหล็กนี้ด้วย
10. การก่นด่า เสียดสี ทำให้คนที่ได้รับประโยชน์ ที่ทุจริต หงุดหงิด รำคาญใจ แต่ความผิดตามกฎหมาย ที่เข้าข่าย อาญา 157 คือปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก อาญา 149 คือ รับ หรือเรียกรับผลประโยชน์ น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาระแวดระวังมากกว่า
11. ด้วยเหตุนี้ ซิน เคอ หยวน มีผลให้เปิดได้ตามคำสั่งคงไม่มีใครขัดขวางได้ แต่ภายใต้คำสั่งนั้น แบกรับ 157 ไว้ด้วย เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต้องตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน คงไม่ใช่เฉพาะ ซิน เคอ หยวน เท่านั้นที่ต้องติดตาม แต่โรงงานเหล็กและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ก็คงต้องใช้มาตรการโซเชียลแซงก์ชัน มาช่วยกำกับดูแล
12. ซิน เคอ หยวน เป็น 1 ในประมาณ 10-12 โรงเหล็กจากทุนต่างถิ่นมาลงทุนในไทย
อย่างไรก็ตาม กิจการเหล็กก็เป็นเพียงหนึ่งในอีกนับร้อยกิจการของทุนจากถิ่นแผ่นดินใหญ่ ที่ยก องคาพยพมาตั้งที่ไทย เช่นโรงงานหลอมอะลูมิเนียม/ยางรถยนต์/ทองแดง/ตะกั่ว/สายไฟ/ชิ้นส่วนเครื่องจักร เป็นต้น ดังที่ถูกร้องเรียนอยู่เป็นระยะ
13. แผ่นดินอาบสารเคมี ไม่ใช่คำที่ไกลเกินจริง"


