xs
xsm
sm
md
lg

มาเก๊า เดิมพันก้าวข้ามเศรษฐกิจการพนัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online: มาเก๊าตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจใหม่ ลดการพึ่งพารายได้จากการพนันให้ต่ำกว่า 60% ของGDP ธุรกิจจัดการประชุม นิทรรศการ งานแสดงสินค้า (MICE) ประสบความสำเร็จสูงสุด สร้างเศรษฐกิจนอกกาสิโน สูงกว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มาเก๊า เป็นหนึ่งในดินแดนที่อนุญาตให้มีการพนันถูกต้องตามกฎหมาย และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วยสถานบันเทิงครบวงจรที่หรูหราอลังการ มาเก๊ามี GDP สูงถึง 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว1.7 ล้านล้านบาท ถือเป็นเขตเศรษฐกิจที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 5 ของโลก โดยรายได้เกือบ 80% ของมาเก๊า มาจากธุรกิจกาสิโน จนอาจพูดได้ว่า มาเก๊าสร้างเศรษฐกิจจากการพนัน

บ่อนกาสิโน, การพนัน ซึ่งสร้างรายได้ให้กับมาเก๊าสูงถึง 80% ของ GDP หรือคิดเป็นเงินกว่าปีละ3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จนหลาย ๆ ประเทศหวังจะเดินตามรอย ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ที่เปิดกาสิโนถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 2553 รวมถึงประเทศไทยเราก็ต้องการจะมี “สถานบันเทิงครบวงจร” เช่นเดียวกัน แต่ว่า มาเก๊า ที่เป็นต้นแบบ กลับมุ่งที่จะก้าวข้ามเศรษฐกิจการพนัน



ทางการมาเก๊าได้ประกาศแผนที่เรียกว่า "ยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเศรษฐกิจที่หลากหลาย 5 ปี ตั้งแต่ ปี2567-2571 โดยกำหนดเป้าหมายลดสัดส่วนของภาคการพนันให้ต่ำกว่า 60% ของGDP และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากอุตสาหกรรมใหม่ให้เติบโตอย่างมั่นคง

แผนนี้แบ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจออกเป็น 5 เสาหลัก ประกอบด้วย1 อุตสาหกรรมหลัก คือ ท่องเที่ยวและสันทนาการ และ 4 อุตสาหกรรมใหม่ คือ การแพทย์และสุขภาพ, การเงินสมัยใหม่ ,เทคโนโลยีขั้นสูง และนิทรรศการ วัฒนธรรม
และกีฬา

ทางการมาเก๊ารู้ดีว่า ธุรกิจการพนันคือ “ห่านทองคำ” สร้างรายได้มหาศาล ดังนั้นจะให้ลด ละ เลิก จึงยากมาก ๆ ก็เลยใช้วิธีการ “บังคับ” โดยให้ผู้รับใบอนุญาตกาสิโนทั้ง 6 ราย ที่รับสัมปทาน 10 ปี ต้องใช้เงินลงทุนกิจกรรมที่ไม่ใช่การพนัน รวมกันมากกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แถมยังมีบทลงโทษด้วยว่า ถ้ารายได้จากการพนันของมาเก๊าเกินกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2 ปีซ้อน บรรดากาสิโนจะต้องเพิ่มเงินลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่การพนันอีก 20% ทันที

มาเก๊า เป็นดินแดนเดียวของจีนที่อนุญาตให้มีการพนันถูกกฎหมาย ถึงแม้ว่าธุรกิจการพนันจะสร้างรายได้มหาศาล แต่ก็เป็น “ธุรกิจสีเทา” ที่ส่งผลเสียต่อประชาชน และยังเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน รวมถึงอาชญากรรมต่าง ๆ รัฐบาลจีนไม่อยากจะให้คนจีนลุ่มหลงในการพนัน จึงมีมาตรการจำกัดการเข้าเมือง คือ คนจีนที่มายังมาเก๊า ต้องขอใบอนุญาตเข้ามาเก๊า ที่เรียกว่า “ซวงเฉิงเจิ้ง” 双程证 ซึ่งจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติ และปกติแล้วนักท่องเที่ยวชาวจีนจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในมาเก๊าได้ครั้งละไม่เกิน 7 วัน และก็ไม่ใช่ว่าจะไปได้บ่อย ๆ โดยเมื่อเดินทางกลับออกมาแล้ว จะต้องเว้นระยะเวลา 2 เดือน จึงจะสามารถขออนุญาตเข้ามาเก๊าครั้งใหม่ได้ แต่ถึงจะมีมาตรการควบคุมแบบนี้ ชาวจีนก็ยังเป็นนักพนันกลุ่มใหญ่ที่สุดในมาเก๊า

ทางการมาเก๊าออกมาตรการลดสัดส่วนนักพนันจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยควบคุมบทบาทของ Junket หรือ นายหน้าที่พานักพนันกระเป๋าหนักมาเล่น และบีบให้กาสิโนต้องหันมาโฟกัสกับการท่องเที่ยวทั่วไป, ชอปปิง และการจัดประชุม-จัดนิทรรศการ โดยกาสิโนที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ไม่ใช่ชาวจีน,ฮ่องกง,ไต้หวัน เข้ามาได้ จะได้รับส่วนลดภาษีการพนันสูงสุดถึง 5%


ในบรรดาอุตสาหกรรมใหม่ที่ทางการมาเก๊าสนับสนุนนั้น กลุ่มผู้ร่วมงานนิทรรศการและประชุม หรือ MICE เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวศัยกภาพสูง ที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด และสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปเกิน 2 เท่า โดยในปีที่แล้ว มาเก๊าทุบสถิติจัดงานประชุมสัมมนาและงานแสดงสินค้า รวมทั้งสิ้นกว่า 1,800 งาน และมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1ล้าน 4แสนคน อุตสาหกรรม MICE ในมาเก๊าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจนอกกาสิโน สูงกว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

งานแสดงเทคโนโลยีที่ใหญี่ที่สุดในมาเก๊า อย่าง Beyond Expo ถึงแม้ว่าจะจัดในโรงแรมที่มีกาสิโน คือ เวเนเชียนมาเก๊า แต่ว่าเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการที่แยกกันอย่างชัดเจน และงานนี้ถือเป็นงานแสดงเทคโนโลยีใหญ่ของมาเก๊า โดยปีก่อนหน้ามีเซเลปคนดังมาร่วมงานมากมาย ทั้งฟุตบอลระดับโลกอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, เหยา หมิง นักบาสเก็ตบอลระดับตำนานของจีน รวมถึงศิลปินระดับโลก อย่าง แจ็คสัน หวัง ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเหล่านี้ทำให้งาน Beyond Expo เป็นที่รู้จัก และช่วยโปรโมทมาเก๊า ในฐานะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว, สถานที่จัดแข่งขันกีฬา, ความบันเทิง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์

มาเก๊าในทุกวันนี้ ต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นครอบครัวจำนวนมาก คนเหล่านี้มาเที่ยวจริง ๆ โดยไม่ได้แวะเข้าไปในกาสิโนเลย หลายคนมาเช็คอินถ่ายรูปกับโรงแรมที่จำลองสถานที่สำคัญของโลก อย่าง หอไอเฟลที่โรงแรมปารีสมาเก๊า, หอนาฬิกาบิ๊กเบนที่โรงแรมลอนดอนมาเก๊า หรือ ล่องเรือกอนโดลาที่โรงแรมเวเนเซียนมาเก๊า และในโรงแรมเหล่านี้ยังรวมร้านสินค้าแบรนด์แนม และร้านอาหารระดับมิชลินอีกมากมาย นักท่องเที่ยวเพลินเพลิดได้ โดยไม่ต้องข้องแวะกับการพนันเลย




ในส่วนของทางการจีน มียุทธศาสตร์ Greater Bay Area หรือ เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ซึ่งได้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ให้ผู้คนในพื้นที่ 3 แห่งนี้เดินทางถึงกันได้ภายใน 1 ชั่วโมง และกำหนดให้เมืองต่าง ๆ เป็นฐานของอุตสาหกรรมใหม่แต่ละประเภท ยุทธศาสตร์ Greater Bay Area ของรัฐบาลปักกิ่ง จะเป็นแรงหนุนให้มาเก๊าสร้างเศรษฐกิจใหม่ ที่ก้าวข้ามการพนันได้

เป้าหมายของทางการมาเก๊าที่จะลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจการพนัน ตอนนี้ใกล้จะบรรลุผลแล้ว โดยในปีที่แล้ว รายได้จากกิจกรรมนอกภาคการพนัน ขยับขึ้นมาครองสัดส่วนถึง ร้อยละ56.7 ห่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 60 แค่นิดเดียว ยุทธศาสตร์ของมาเก๊า ที่จะสร้างเศรษฐกิจใหม่ ลดการพึ่งพารายได้จากการพนัน การวางเดิมพันครั้งนี้ดูเหมือนว่า มาเก๊าจะชนะในเกมนี้.