xs
xsm
sm
md
lg

ประชาชนกว่า 54% ไม่เอากฎหมาย ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ของ ส.ส.พรรคส้ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประชาชนกว่า 54.87% ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร ที่เอกราช อุดมอำนวย ส.ส. กทม.พรรคประชาชนกับคณะเป็นผู้เสนอ หลังพบสาระสำคัญเปลี่ยนจาก "หน้าที่" เป็น "สิทธิ" ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น ยกเว้นตอนเกิดสงครามค่อยเรียกอีกทีหนึ่ง

วันนี้ (7 มิ.ย. 2569) จากกรณีที่นายเอกราช อุดมอำนวย ส.ส.กทม.พรรคประชาชน กับคณะ ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. … เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อช่วงเดือน เม.ย. 2569 และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้นำร่างกฎหมายดังกล่าวเปิดรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ทางเว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. ถึง 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เห็นด้วย 45.13% ไม่เห็นด้วย 54.87% จากจำนวน 41,982 คน

สำหรับร่างพระราชบัญญัตินี้มีหลักการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เพื่อยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติที่ไม่มีภัยสงคราม และยกระดับคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ เนื่องจากประเทศไทยมีระบบเกณฑ์ทหารที่บังคับชายไทยบางส่วนเข้ารับราชการทหารในห้วงเวลาที่ไม่มีภัยสงคราม นำไปสู่การลิดรอนเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในระดับปัจเจกบุคคล และการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ในวัยทำงานออกจากระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศ หากยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเพื่อให้กองทัพประกอบด้วยเพียงบุคคลที่สมัครใจเข้ารับราชการทหารจะทำให้กองทัพดำเนินภารกิจรักษาความมั่นคงของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากทำควบคู่กับการลดยอดกำลังพลที่ไม่จำเป็น การยกระดับคุณภาพชีวิต และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ จะนำไปสู่จำนวนผู้สมัครใจที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ มีดังต่อไปนี้

1. ปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทย โดยชายไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกินโดยอัตโนมัติตั้งแต่ 1 มกราคม ของปีถัดไป สำหรับภูมิลำเนาทหารให้ถือเอาตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของบุคคล

2. ปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และจะมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปีไม่ได้ และให้คำนึงถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพเพื่อเป็นข้าราชการทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตร

3. กำหนดกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปี เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี

4. กำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน

5. บัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว กรณีข้าราชการให้ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง และให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ การละเมิดฯ ข้างต้น ให้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอีกด้วย

6. ปรับปรุงระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ให้สอดคล้องกับประเภทที่ 2 สำหรับเงื่อนไขการปลดทหารเป็นประเภทที่ 1 หรือ 2 และระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 2 กำหนดไว้คงเดิม

7. เปลี่ยนระวางโทษทั้งหมดเป็นโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ยกเว้นความผิดฐานทำร้ายตนเองเพื่อให้พ้นจากการรับราชการทหาร ไม่มีระวางโทษปรับ

ประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็น

1. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทย โดยชายไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกินตั้งแต่ 1 มกราคม ของปีถัดไป และภูมิลำเนาทหารให้ถือเอาตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของบุคคล

2. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และห้ามมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปี และให้คำนึงถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพเพื่อเป็นข้าราชการทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตร

3. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปี เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี

4. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการกำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน

5. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการบัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว โดยกรณีข้าราชการให้ถือว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง และให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ การละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายด้วย

6. ท่านเห็นว่ากฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารมีปัญหาหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้จะแก้ไขปัญหานั้นได้หรือไม่ เพียงใด

7. ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอื่นๆ (ถ้ามี)